
แฟ้มภาพ
24 พ.ค.2569-นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย(พท.) โพสต์เฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang เรื่อง “เงินกู้ 4 แสนล้าน ใช้ครบ ครอบคลุมวิกฤตแล้วหรือไม่?” เนื้อหาระบุว่า เมื่อวานนี้ที่เวทีเสวนาที่นิด้า วิทยากรหลายท่านได้แลกเปลี่ยนเรื่องเงินกู้ 4 แสนล้าน ผมได้แสดงความเห็นในฐานะที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอดครับ
โดยหลักการ ผมเห็นด้วยกับการใช้เงินมารับมือวิกฤต บางส่วนใช้ผ่าน พ.ร.ก. บางส่วนใช้ผ่านงบประมาณปกติก็ว่ากันไป แต่สิ่งที่ผมอยากชวนคิด คือเราต้องดูให้ดีว่าเงินก้อนนี้ตอบโจทย์วิกฤตจริงหรือเปล่า
ก้อนที่ 1 การเยียวยา — การช่วยเหลือประชาชนเป็นเรื่องจำเป็นครับ การกระตุ้นการบริโภคก็สำคัญ ช่วยประคองเศรษฐกิจได้ แต่เราต้องไม่ลืมว่าวิกฤตรอบนี้ ต้นตอมันอยู่ที่ฝั่งต้นทุน ฝั่ง supply คือของแพง พลังงานแพง ต้นทุนการผลิตสูง ไม่ใช่วิกฤตที่คนไม่มีกำลังซื้อ เพราะฉะนั้นการเยียวยาเป็นเรื่องที่ต้องทำ แต่ลำพังแค่นี้ยังไม่พอจะแก้ที่ต้นตอ
ก้อนที่ 2 การปรับโครงสร้างพลังงาน — อันนี้ตรงจุดครับ เพราะค่าไฟที่แพงขึ้นทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการที่เราพึ่งฟอสซิลและก๊าซที่ราคาผันผวนตามตลาดโลก แม้มีการไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญว่าก้อนนี้ไม่ด่วน ผมคิดว่าเราควรยอมรับให้มีการตรวจสอบ แต่อีกทางหนึ่งในภาวะวิกฤตพลังงานแบบนี้ การปรับโครงสร้างพลังงานนั่นแหละคือเรื่องด่วนที่สุด เพราะมันคือต้นตอของปัญหา ไม่ใช่ปลายเหตุ เรื่องที่เห็นผลระยะยาว ถ้าไม่เริ่มลงมือตั้งแต่วันนี้ อีกห้าปีสิบปีเราก็จะยังติดอยู่กับวิกฤตเดิมครับ เพียงแต่ต้องดูให้ดีว่าใช้ให้ตรงเป้า เช่น ทำให้ประชาชนผลิตไฟใช้เองได้ ขายเข้าระบบได้เสรีขึ้น แบบนี้ถึงจะแก้ที่โครงสร้างจริง
แต่ที่ผมว่ายังขาดไป และสำคัญมาก คืออีกสองก้อนนี้ครับ
ก้อนที่ 3 เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน — เรื่องนี้ด่วนมากและทำได้เลย ทั้งการพัฒนาทักษะคน การเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ถ้าความสามารถในการแข่งขันเราต่ำ ก็ไม่มีใครอยากมาลงทุน ทำธุรกิจก็ยาก สุดท้ายเราก็แข่งกับใครไม่ได้
ก้อนที่ 4 ลงทุนในเศรษฐกิจโอกาสใหม่ — ประเทศไทยมีศักยภาพหลายเรื่องที่ทำเป็นโอกาสใหม่ได้ ทั้งความมั่นคงทางอาหาร การเป็นศูนย์กลางสุขภาพ ถ้าเราไม่เริ่มวันนี้ เราจะเสียโอกาส
ผมเป็นห่วงว่า ถ้าเราเอาแต่เยียวยากับกระตุ้นบริโภค แล้วไม่ลงทุนเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ เราจะเสียโอกาสครั้งใหญ่ เราเพิ่งเสียโอกาสไปรอบหนึ่งตอนโควิด ถ้ารอบนี้ปล่อยให้ช้าไปอีก กว่าจะถึงงบปี 70 คู่แข่งเขาทิ้งห่างเราไปไกลแล้ว
ดูมาเลเซียสิครับ เขาลงทุนพัฒนาคนรองรับเศรษฐกิจใหม่ไปก่อนเราตั้งนานแล้ว ผลิตคนทีเป็นหมื่น ๆ ใช้งบมหาศาลเป็นล้านล้าน ส่วนเรื่อง AI เราตามแทบไม่ทันแล้ว แต่ก็ยังแทบไม่ได้ปรับหลักสูตรหรือเครื่องมืออะไรเลย
สุดท้ายแล้ว เงินกู้ก้อนนี้จะเป็นเครื่องวัดเลยครับ ว่าผู้นำของเรามองเห็นวิกฤตของโลกและของประเทศแค่ไหน และมีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 จริงหรือไม่ เดี๋ยวพอเข้าสภา เราจะได้เห็นกันชัด ๆ ว่าแผนต่าง ๆ ตอบโจทย์วิกฤตที่เรากำลังเจอจริงไหม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เพื่อไทยเล็งเสนอแก้ พ.ร.บ. โรงแรมฯ ปลดล็อกข้อจำกัดที่พักขนาดเล็ก
ปลดล็อกข้อจำกัดที่พักขนาดเล็ก! เพื่อไทยหารือ Airbnb เร่งดัน พ.ร.บ. โรงแรมฯ เข้าสภา พร้อมเสนอแนวคิด ‘ที่พักในภาวะฉุกเฉิน’ ดึงเอกชนช่วยรับมือในสถานการณ์วิกฤต
'อนุทิน' เปิดประชุมสภา กทม. นัดแรก ลั่นรบ.หนุนสู่มหานครชั้นนำโลก
นายกฯ เปิดประชุมสภา กทม. นัดแรก ยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ลั่นรัฐบาลพร้อมหนุนทำงาน ดันกรุงเทพฯ เป็นมหานครชั้นนำของโลก
นายกฯ แสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ กำชับทุกหน่วยช่วยเหลือเต็มที่
นายกฯ แสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว สั่งเร่งตรวจสอบสาเหตุ กำชับบูรณาการทุกหน่วยงานให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
แตะเบรกการเมืองน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งเงินเยียวยา – ผ่อนปรนปล่อยสินเชื่อ
“อภิสิทธิ์”เร่งรบ.ตรวจสอบ ปชช.อุทธรณ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ ผ่อนปรนสินเชื่อธุรกิจ แนะมอบหมาย ผวจ.เป็นเจ้าภาพแผนเผชิญเหตุ ชี้ไม่ควรเป็นพื้นที่ขัดแย้งทางการเมือง
หลุมดำ 'งบประมาณ-เงินกู้' ในช่วงวิกฤต พยุงความเชื่อมั่น-เลิกแบกการเมือง
การตั้ง "งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570” เป็นปัญหาที่ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลยอมรับตรงกันว่ามีความ “ตึงตัว” จากภาระรายจ่ายประจำ เม็ดเงินส่วนใหญ่ใช้ไปกับการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ
ผศ.ดร.เชษฐา ชี้ รัฐบาลยังมั่นคง ไร้จุดแตกร้าว นายกฯ ไม่สะเทือน แม้ข่าวลือโหมรายวัน
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์การเมืองในช่วงที่มีกระแสข่าวเรื่องสมการ “2 น. 1 พ.” รวมถึงข่าวการผลักดัน “นายกฯ สำรองอักษร ศ.” ว่า กระแสดังกล่าวยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะสะท้อนว่ารัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤตหรือใกล้แตกหั

