'ปกรณ์' ชู พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ ลดใบอนุญาตซ้ำซ้อน ติดต่อรัฐง่ายขึ้น

รองนายกฯ เผยความคืบหน้า พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ฉบับใหม่ ใกล้ประกาศใช้ ช่วยลดขั้นตอนติดต่อภาครัฐ ลดการเรียกเอกสารและใบอนุญาตซ้ำซ้อน เปิดทางเชื่อมข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล หนุนประชาชนติดต่อราชการง่ายขึ้น ผู้ประกอบการเริ่มธุรกิจได้เร็ว พร้อมลดช่องว่างทุจริตและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ

30 พฤษภาคม 2569 - นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการฉบับใหม่ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ จากนั้นจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาจะมีผลใช้บังคับต่อไป โดยกฎหมายฉบับนี้จะไม่ได้เพียงเข้ามาแก้ขั้นตอนงานเอกสาร แต่เป็นการปรับวิธีคิดของระบบราชการ จากรัฐที่คอยควบคุมและกำหนดเงื่อนไขจำนวนมาก ไปสู่รัฐที่อำนวยความสะดวก สนับสนุนประชาชน และช่วยให้ผู้ประกอบการเดินธุรกิจได้เร็วขึ้น

กฎหมายฉบับนี้จะประโยชน์กับประเทศในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นลดภาระประชาชน เพิ่มความคล่องตัวให้ธุรกิจ และลดช่องว่างการทุจริตในระบบอนุญาตของรัฐ เพราะเมื่อขั้นตอนน้อยลง ข้อมูลเชื่อมกันมากขึ้น และการตรวจสอบทำผ่านระบบดิจิทัลได้ การใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็นก็จะลดลงตามไปด้วย

นายปกรณ์ กล่าวว่า หนึ่งในหัวใจของกฎหมายฉบับนี้คือระบบ Super License หรือ ใบอนุญาตพวง ที่จะทำให้การขออนุญาตหลักครอบคลุมใบอนุญาตย่อยที่เกี่ยวข้อง ไม่ต้องให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการเดินขอหลายหน่วยงานเหมือนเดิม เช่น ธุรกิจโรงแรมที่มีใบอนุญาตย่อยจำนวนมาก หรือร้านกาแฟและเบเกอรี่ที่ต้องใช้ใบอนุญาตหลายใบ ระบบใหม่จะช่วยให้เริ่มกิจการได้เร็วขึ้นและลดต้นทุนแฝง

นอกจากนี้ เรื่องที่ประชาชนจะเห็นชัด คือการลดการเรียกเอกสารซ้ำจากหน่วยงานรัฐ โดยรัฐบาลเดินหน้ากฎหมายเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ให้หน่วยงานเจ้าของข้อมูลต้องส่งและใช้ข้อมูลร่วมกัน ประชาชนจึงไม่ควรถูกขอเอกสารเดิมซ้ำหลายรอบ ทั้งที่ข้อมูลอยู่ในระบบราชการอยู่แล้ว หลังกฎหมายมีผลบังคับระบบข้อมูลของรัฐจะถูกปรับจากเอกสารแบบแบบเดิม ไปสู่ข้อมูลที่คอมพิวเตอร์อ่านและประมวลผลได้ หรือ Machine Readable Format เพื่อให้บริการเร็วขึ้น ตรวจสอบง่ายขึ้น และนำเทคโนโลยีมาช่วยวิเคราะห์ความผิดปกติได้ เช่น กรณีนอมินี การสวมสิทธิ หรือธุรกรรมที่มีความเสี่ยง

นายปกรณ์ กล่าวว่า การเปลี่ยนจากการตรวจสอบก่อนอนุญาตทุกเรื่อง ไปสู่การอนุญาตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้วตรวจสอบภายหลังในกิจการที่เหมาะสม จะช่วยให้ธุรกิจไม่ต้องเสียเวลารอโดยไม่จำเป็น ขณะที่รัฐยังมีอำนาจตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายได้เต็มที่

“กฎหมายฉบับนี้จะทำให้รัฐทำงานเร็วขึ้น โปร่งใสขึ้น และเป็นมิตรกับประชาชนมากขึ้น เป้าหมายคือให้คนติดต่อราชการง่าย ธุรกิจเดินหน้าเร็ว และประเทศมีสภาพแวดล้อมที่พร้อมแข่งขันมากกว่าเดิม” นายปกรณ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เลขาสภาพัฒน์ฯ​' ส่งร่าง​คำชี้แจงพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน​ ให้​ 'ปกรณ์​' ตรวจทานชั้นสุดท้าย ชี้ไทยช่วยไทยพลัส​กระตุ้นGDP 0.4%

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.​) กล่าวถึงการเขียนคำชี้แจงส่งศาลรัฐธร

ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง

SPRCยันบริหารจัดการ‘คลังน้ำมัน’เป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอน

SPRC ยืนยันการบริหารจัดการ ‘คลังน้ำมัน’เป็นไปตามกฎหมายกำหนดทุกขั้นตอน ขณะที่ผลการตรวจสอบจากภาครัฐไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด

ปานเทพ งัดราชกิจจาฯ สะกิด 'พี่แต๋ม' น้ำมัน-ก๊าซปิโตรเลียมเหลว เป็นสินค้าบริการควบคุมตามกม.

ปานเทพ ชี้กกร. ออกแถลงข่าวกระทรวงพาณิชย์ไม่มีอำนาจ โดยอ้างคำพิพากษาศาลปกครองและศาลปกครองสูงสุดเพราะในเวลานั้น ยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีที่เปลี่ยนไปแล้ว และยังไม่มีประกาศคณะกรรมการฯฉบับนี้

ชวนให้คิด! 'หมอยง' ย้ำจริยธรรมอยู่สูงกว่ากฎหมาย คำตัดสิน 3 ศาลยังไม่เหมือนกัน

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต โพสต์เฟซบุ๊กว่า "จริยธรรมอยู่สูงกว่า กฎหมาย" ประเทศไทย มีกฎหมายจำนวนมาก มากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วหลายเท่า

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัดข้ออ้างหุ้นสื่อมูลค่าน้อย ฟังไม่ขึ้น ชี้คุณสมบัติต้องห้ามเด็ดขาด

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ “นักเล่นหุ้น” เข้าสู่อำนาจทางการเมืองระดับชาติ - ท้องถิ่น ข้ออ้างหุ้นสื่อในพอร์ตน้อย-ราคาติดดอย-ไม่มีอำนาจครองงำ ข้ออ้างฟังไม่ขึ้น