นายกฯ ประกาศเดินหน้ากวาดล้าง “สแกมเมอร์ - นอมินีต่างชาติ” ตั้ง 5 คณะอนุลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ หลังคดีไซเบอร์ลดกว่า 50.9% มั่นใจทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานเข้มข้นต่อเนื่อง
5 มิถุนายน 2569 - เวลา 17.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ทั้งด้านความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมาย การเงิน การฟอกเงิน และภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยการประชุมใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ เครือข่ายยาเสพติด และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมและช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้ในหลายด้าน ผลงานสำคัญคือ ลดจำนวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จาก 34,478 คดี เหลือเพียง 16,920 คดี ลดลงกว่า 50.9 % และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน จาก 2,224 ล้านบาท เหลือ 513 ล้านบาท ลดลงกว่า 63.2 % (ข้อมูล ณ เดือน ก.ค. 68 - พ.ค. 69) รวมทั้งมีการจับกุมผู้ต้องหาขบวนการสแกมเมอร์ 1,494 คดี ยึดเงินสดได้กว่า 57 ล้านบาท และสามารถช่วยเหลือเหยื่อได้ 808 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค. 68 - 26 พ.ค. 69)
นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมและขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงรักษาความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ อีกทั้ง ยังเชื่อมั่นว่าทุกหน่วยงานตระหนักและเข้าใจถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี แม้ว่าประเทศไทยจะมีศักยภาพและความพร้อมในหลายด้าน แต่ยังมีปัจจัยและปัญหาบางประการที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศและการก้าวไปข้างหน้า ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเร่งแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ โดยคณะกรรมการอำนวยการชุดนี้ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และมีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการ เพื่อกำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวรัชดา กล่าวว่า นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่าด้วยความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และความมุ่งมั่นของคณะกรรมการและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญต่าง ๆ ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติต่อไป
ทั้งนี้ คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงจากหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ยุติธรรม การต่างประเทศ และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงิน หน่วยงานด้านไซเบอร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ เพื่อบูรณาการการทำงานในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 5 คณะ เพื่อนำกราบเรียนนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ พิจารณาลงนามในคำสั่งต่อไป
1.) คณะอนุกรรมการตรวจสอบและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ
2.) คณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานอนุกรรมการ
3.) คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีพลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ เป็นประธานอนุกรรมการ
4.) คณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานอนุกรรมการ
5.) คณะอนุกรรมการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
DSIหอบสำนวนส่งอัยการฟ้อง 'ชนนพัฒฐ์' นัดฟังคำสั่ง 28 ก.ย.
'ชนนพัฒฐ์' ยื่นร้องขอความเป็นธรรมอัยการ 9 ประเด็น หลังDSIนำตัวส่งฟ้อง คดีเว็บพนัน-อาชญากรรมข้ามชาติ นัดฟังคำสั่ง 28 ก.ย. เจ้าตัวมองเป็นเพียงพายุโหมที่ต้องแก้ไข ยินดีเข้ากระบวนการยุติธรรม
กมธ.ปปช. ชี้ชาวอิสราเอลได้สัญชาติไทยตั้งชุมชนเฉพาะกลุ่ม ต้องแก้กฎหมายมีช่องโหว่
"อาสพลธ์ " ถกดีเอสไอสกัดปัญหานอมินีสมุย-พะงัน จี้แก้ระเบียบ มท. ปมต่างชาติคดีศาลสั่งรอลงอาญาแล้วเนรเทศไม่ได้ ชี้บางรายถือสัญชาติไทยถูกต้องแต่สร้างชุมชนเฉพาะกลุ่ม มองว่าเป็นช่องว่างทางกฎหมายต้องหาทางแก้ไขต่อไป
ดีเอสไอ ออกหมายเรียก สส.พรรคส้ม ชี้แจงปมถือหุ้นบริษัทเอี่ยวนอมินี
ดีเอสไอ ออกหมายเรียก สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เข้าชี้แจง 31 ส.ค.69 ปมเป็นกรรมการ-ถือหุ้นบริษัทเอกชน หลังถูกตั้งข้อสังเกตถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างชาติ ส่อเข้าข่ายนอมินีตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม่ ด้านพนักงานสืบสวน ยืนยันให้ความเป็นธรรม เปิดพื้นที่ให้เจ้าตัวนำเอกสารหลักฐานเข้าชี้แจง ระบุ จะเข้าพบพนักงานสืบสวนก่อนนัดหมายกำหนดก็ได้
กมธ.ตำรวจ เชิญ 'ดีเอสไอ' ถกสอบปม สส.ภูเก็ต พรรคส้ม ถือหุ้นบริษัทเอี่ยวนอมินีทุนเทา
นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร และ ส.ส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เตรียมเชิญ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ หรือ ทนายเก่ง ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน
อีหรอบเดิม! ซัดดีเอสไอปูดชื่อ สส.ส้มบอกทรัพย์สินเป็นเรื่องส่วนตัว
'กรุณพล' ตำหนิ 'ดีเอสไอ' ปล่อยชื่อ สส.ภูเก็ต พรรคส้ม เสมือนทำผิดแล้ว โวยหลายครั้ง ปชน.ถูกกระทำ ย้ำ บัญชีทรัพย์สินเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ทราบมีอะไรถือครองบ้าง หลังมีรายงานเป็นนอมินี 28 บริษัท
รมช.มหาดไทยแฉกลโกงทุนเทาจีนที่สกลนคร
'พลพีร์' เปิดโปงกลโกงทุนจีน ใช้บ้านชาวสกลฯ ตั้งบริษัท พบเจ้าของบ้านไม่รู้เรื่อง จี้ถอนทะเบียนใน 5-7 วันแล้ว แฉนายหน้าจ่ายเงินแลกเลขที่บ้าน ฮึ่ม! เอาจริง สาวถึงใครโดน

