'กรณ์' ซัดรัฐบาล ออก พ.ร.บ. โอนงบเหมือนเด็กมาเล่นขายของมากกว่าบริหารการคลัง ชี้เหมือนเป็ดง่อยไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ทำเพราะแก้เขิน-แก้ต่าง ว่ารัฐใช้ทุกเครื่องมือแก้ปัญหาประเทศ
25 มิ.ย.2569 - นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายร่าย พ.ศ…. ว่า ถือเป็นโอกาสที่สำคัญของรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และปรับความตั้งใจใช้ภาษีพี่น้องประชาชนให้ตรงกับความต้องการมากขึ้น แต่น่าเสียดายผลลัพธ์ที่รัฐบาลนำเสนอต่อรัฐสภา เป็นกฎหมายที่มีนัยยะสำคัญทางเศรษฐกิจน้อยมาก มีผลต่อเศรษฐกิจในระดับมหภาคน้อยมาก และมีผลต่อการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนน้อยมากเช่นกัน
”เมื่อมาดูในรายละเอียดแล้ว อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบว่าเหมือนเด็กมาเล่นขายของมากกว่าการทำงานของรัฐบาลในการบริหารการคลังของประเทศ“ นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีไว้เพื่อปรับการใช้เงินของรัฐบาลให้ทันต่อสถานการณ์ ซึ่งตั้งแต่ตอนแถลงนโยบายต่อรัฐสภา รัฐบาลพูดถึงสงครามในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ส่งผลต่อปัญหาต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ราคาน้ำมัน ราคาแก๊ส ที่แพงขึ้น รัฐบาลจึงประเมินว่า แผนการใช้เงินตาม พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 69 สมควรต้องปรับเปลี่ยน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ จะได้มีเงินมาดูแล และเยียวยาประชาชน ซึ่งถือเป็นหลักการที่ดีมาก และเชื่อว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มองเห็นความจำเป็นในในการปรับการใช้จ่ายงบประมาณปี 69 ทันที ที่เกิดสงคราม จึงเป็นสาเหตุที่ถูกบรรจุไว้ในนโยบายในการแถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเราก็เห็นด้วย ว่าเป็นการบริหารจัดการตามที่ควรจะเป็น แต่สุดท้ายแล้วเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีผลต่อธุรกิจ และประชาชนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เพราะออกช้าและออกน้อย
นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ทำไม พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็น พ.ร.บ. เป็ดง่อย ที่ไม่สามารถเป็นเครื่องมือให้กับรัฐบาลในการนำเงินภาษีไปแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ตามเจตนา เริ่มต้นที่มีตารางเวลาในการนำเสนอเรื่องนี้ ในแง่ความคิดมีมาตั้งแต่วันที่เกิดสงครามช่วงเดือนมีนาคม นายเอกนิติได้ส่งสัญญาณว่า งบที่รัฐบาลคิดว่าน่าจะโอนได้สูงถึง 100,000 ล้านบาท ในช่วงประมาณกลางเดือนเมษายน แต่หากย้อนกลับไปดู จะเห็นว่ามี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ที่เปิดเผยต่อสื่อมวลชนในช่วงเวลาใกล้เคียงกันว่ารัฐบาลมีแผนที่จะออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)สูงถึง 5แสนล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในความคิดของนายเอกนิติ เช่นเดียวกันกับกระทรวงการคลังที่ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้รับรู้เรื่องนี้ และความจริงไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปปรึกษากระทรวงการคลัง การออก พ.ร.ก. ควรเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลัง ได้เป็นผู้ริเริ่มความคิด และสถานการณ์ณวันนั้น ก็บอกว่ายังไม่มีความจำเป็นที่ต้องออก เพราะ พ.ร.ก. เพราะกระทรวงการคลังมีแผนที่ดีกว่าอยู่แล้ว คือการโอนงบประมาณ รวมกับงบที่เหลืออยู่ก็จะมีงบประมาณกว่า 125,000 ล้านบาท ในการเยียวยาประชาชน จากเหตุภาวะสงคราม
“สุดท้าย ก็น่าเศร้าที่การคลัง แพ้การเมือง เพราะการเมืองมีธงชัดเจนว่าจะออก พ.ร.ก. สิ่งที่เกิดขึ้นคือการที่นายเอกนิติ ขีดเส้นไว้ว่าจะพิจารณาโครงการใน พ.ร.บ. โอนงบเมื่อวันที่ 30 เมษายน หากใครยังไม่ได้ลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง จะถูกพิจารณาตามความเหมาะสมว่าโอนงบประมาณตามมาหรือไม่ แต่เวลาก็ล่วงไป ถูกปล่อยปละละเลย ทิ้งเวลานานมาก กว่าจะออก พ.ร.บ.ฉบับนี้ และแน่นอนว่าไม่มีกระทรวงไหนอยากคืนงบประมาณให้กับนายเอกนิติ สุดท้ายแล้วทุกกระทรวงก็เร่งลงนามในสัญญา แม้ว่าไม่ใช่โครงการที่จำเป็นเร่งด่วน หรือมีความสำคัญเทียบเท่ากับการดูแลประชาชน เป็นเพราะรัฐบาลต้องการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทมาแทน”นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ กล่าวอีกว่า จากเงิน 100,000 ล้านบาทเหลือ 10,300 ล้านบาท ต้องมีคำอธิบาย ทำไมถึงเหลือแค่นี้ และทำแค่นี้ ทำไปทำไม เพราะผลต่อระบบเศรษฐกิจแทบไม่มี ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของเจตนาเดิมที่รัฐบาลมี หากเปรียบเทียบการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณในช่วงที่เกิดวิกฤตก่อนหน้านี้ คือในช่วงโควิด-19 สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งโอนงบประมาณได้ถึง 88,000 ล้านบาท มากกว่าการโอนงบในรัฐบาลอนุทิน 2 เกือบ 9 เท่า และหากเปรียบเทียบกับงบประมาณปี 63 เป็นวงเงินรวมที่น้อยกว่าวงเงินงบประมาณ ปี 69 เกือบ 500,000 ล้านบาท
นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า มีเหตุผลหลักอยู่ 2 เหตุผล คือการแก้เขินและการแก้ต่าง โดยที่แก้เขิน เพราะรัฐบาลได้ประกาศต่อรัฐสภาในการแถลงนโยบายว่าจะออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณ หากไม่ทำจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนแก้ต่าง คือแก้กับศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเงื่อนไขสำคัญในการจะออกได้ ในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น และหนึ่งในความหมายนั้น คือรัฐบาลฉันต้องแสดงให้เห็นว่าได้ใช้เครื่องมือทุกชิ้นแล้วในการหาเงินมาแก้ไขปัญหาประเทศ แต่ไม่เพียงพอจึงต้องออก พ.ร.ก. ดังนั้นหากรัฐบาลไม่ออก พ.ร.บ.โอนงบ และโอนให้แค่ 1หมื่นล้านบาท ก็อาจเป็นประเด็นคำถามที่รัฐบาลจะมีปัญหาในการตอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าออก พ.ร.ก. โดยที่แม้แต่ พ.ร.บ. ยังไม่ทำเลย แต่หากถามว่าสุดท้ายแล้ว การโอนแค่หมื่นล้านบาท ทั้งที่รู้อยู่แต่แรกว่าสามารถโอนได้ 1 แสนล้านบาท เป็นการกระทำสุดความสามารถ นำไปสู่สภาวะหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือไม่นั้น คงเป็นเรื่องที่ตุลาการศรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาต่อไป
“พอถึงวันนี้สภาวะการเศรษฐกิจโดยรวมมันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆโดยแบงก์ชาติออกมาปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจากเดิม 1% กว่า เป็น 2% กว่า คือมองว่าสถานการณ์ดีขึ้น สภาวะสงครามที่น้ำมันแพงขนาดนี้ ค่อนข้างคลี่คลาย ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงรวดเร็ว สถานะทางการเงินของรัฐบาลในการจัดเก็บภาษี เป็นไปตามเป้า และเกินเป้าด้วยซ้ำ ทุนสำรองระหว่างประเทศก็สูงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตอนนี้ไม่มีเงื่อนไขเรื่องความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการออก พ.ร.ก. เลย และศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยเรื่องนี้ในวันที่ 9 กรกฎาคม จึงขอแนะนำรัฐบาลว่าเมื่อโอน 10,300 ล้านบาทไปแล้ว อย่ารีบใช้ เผื่อว่าไม่มี พ.ร.ก.ในมือ คุณค่าของ 10,300 ล้านบาท จะเพิ่มขึ้นอย่างทันที”นายกรณ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ชวน' ยินดี 'เนเน่ รอยัล' ลูกหลานคนใต้คว้าแชมป์ AGT 2026
'ชวน' ยินดี 'เนเน่ รอยัล' สาวอัจฉริยะ ลูกหลานคนใต้ คว้าแชมป์ America’s got talent 2026 ยกย่องพ่อแม่วางรากฐานให้ลูกประสบความสำเร็จ
ผู้ทรงเกียรติพาเหรด 'หารือ-โชว์ไอเดีย' แก้น้ำท่วม
สส.พร้อมใจหารือปัญหาน้ำท่วม 'กรวีร์' จี้ กรมชลฯ-ปภ. เตือนภัยชาวอ่างทอง ด้าน 'คงกฤช' ซัดกรมชลฯ บริหารไร้แผน ทำชาวอยุธยาเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ขณะที่ 'จูรี' ทวงแผนรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่
'การดี' ยื่น สตง. ตรวจสอบเบิกจ่ายงบ TH-AI Pass ชี้ไร้ข้อตกลงคุณธรรมตาม TOR เปิดช่องปั๊มยอดใช้งาน
“การดี” ยื่น สตง. ตรวจสอบ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน ชี้ ‘ข้อตกลงคุณธรรม’ เป็นเงื่อนไขบังคับสร้างความโปร่งใส หวั่นสัญญาส่อโมฆะ
กรณ์ จี้รัฐบาลเฉือนงบฯ ลดภาษีน้ำมันต้นทุนพลังงานช่วยทุกคน ไม่ใช่เติมเงินให้บางกลุ่ม
กรณ์ซัดรัฐบาลตอบข้อเสนอลดภาษีดีเซลช่วยแค่คนมีรถ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ดีเซลไม่ใช่น้ำมันของคนขับรถเก๋ง แต่เป็นน้ำมันของระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ
ปชป.จี้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
“ประชาธิปัตย์” ชี้ราคาน้ำมันโลกลงแต่ราคาหน้าปั๊มยังไม่ลด เพราะกบน.หั่นชดเชยกองทุน ย้ำลดราคาโรงกลั่นไม่พอ ต้องลดภาษีสรรพสามิตทันที พร้อมถามรัฐบาล ทำไมไม่ใช้เงินไทยช่วยไทยพลัสกว่า 5 หมื่นล้านมาช่วยลดค่าน้ำมันให้ประชาชนทั้งประเทศ
ปชป.จี้กลาโหม! กล้าหาญถูกทาง ทบทวน‘ฟริเกต’
“พงศกร” จี้รัฐบาล-กลาโหม ใช้ความกล้าในทางที่ถูกทบทวนประมูลเรือฟริเกต 17,000 ล้าน ที่ไร้การแข่งขัน งัดระเบียบกระทรวงการคลัง หากการคัดเลือกเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียว เปิดช่องให้ยกเลิกการประมูลและเปิดประมูลใหม่ได้

