จับตา กมธ.กฎหมายลูก ถกปลดล็อก 'คุณสมบัติต้องห้าม' ผู้จัดตั้งพรรคการเมือง-สมาชิก

จับตา 17 มี.ค. กมธ. ถกกฎหมายลูกพรรคการเมือง ปลดล็อก ส.ว.-ตุลาการศาล รธน.-องค์กรอิสระ เป็นผู้จัดตั้งพรรคและสมาชิกพรรคได้

16 มี.ค.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 17 มีนาคมนี้ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งเป็นประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้จัดตั้งพรรคการเมืองและสมาชิกพรรค โดยกฎหมายลูกพรรคการเมืองฉบับปัจจุบัน ได้นำรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 คุณลักษณะต้องห้ามส.ส. มาบังคับใช้เป็นคุณสมบัติต้องห้ามของการเป็นผู้จัดตั้งพรรคและสมาชิกพรรค แต่ในชั้นคณะกมธ. กำลังจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ ตามร่างฉบับนายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ พร้อมคณะ ซึ่งที่ประชุมร่วมรัฐสภาได้ลงมติรับหลักการมา

ทั้งนี้ ไฮไลท์อยู่ที่การเสนอแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา9 คุณสมบัติของผู้จัดตั้งพรรค ซึ่งได้เสนอตัดมาตรา98ของรัฐธรรมนูญ ออก เท่ากับเป็นการปลดล็อกให้บุคคลต่างๆสามารถเป็นผู้จัดตั้งพรรคการเมืองได้ จากเดิมที่ไม่สามารถเป็นได้ อาทิ (8) ถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ ประพฤติมิชอบในวงราชการ (11) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตเลือกตั้ง (14) เป็นส.ว. หรือเคยเป็นส.ว.และสมาชิกภาพสิ้นสุดลงยังไม่เกิน 2 ปี (16) เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ตศร.) หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ (17) อยู่ระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นต้น ขณะเดียวกัน ได้กำหนดให้คุณสมบัติของผู้จัดตั้งพรรค มีดังนี้ สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา 96 ของรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นสมาชิกพรรคอื่น ไม่เป็นผู้ยื่นคำขอจดทะเทียนจัดตั้งพรรคอื่น เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเสนอแก้ไขมาตรา 24 คุณสมบัติสมาชิกพรรคให้นำมาตรา 9 มาบังคับใช้

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการคณะกมธ. เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ได้มีการตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วย นายสมชาย แสวงการ ส.ว. นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ ส.ว. นายอนันต์ และตน เห็นโดยสรุปว่าได้ปรับแก้ไขจากเนื้อหาที่เสนอ แต่ยังคงความสำคัญ คือ การรวมตัวเพื่อจัดตั้งพรรคการเมือง ให้คงอายุที่ 20 ปี จากที่เสนอแก้เป็น 18 ปี เพราะมองว่าการเป็นผู้ร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองจะมีประเด็นเกี่ยวกับการเงิน ทุนประเดิม ซึ่งต้องใช้เกณฑ์อายุ 20 ปี ที่ถือว่าบรรลุนิติภาวะ

นายนิกร กล่าวด้วยว่า ส่วนคุณสมบัติที่ร่างเสนอให้ตัดมาตรา 98 นั้น คณะทำงานเห็นว่าควรปรับ ให้การกำหนดคุณสมบัติตามมาตรา 98 บางประการ คงไว้ อาทิ (2) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (5) อยู่ระหว่างถูกระงับใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (10) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าทำผิดต่อตำแหน่งราชการ ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์ ยาเสพติด ค้ามนุษย์

“คณะทำงานมองว่าการแก้ไขลักษณะของผู้จะจดจัดตั้งพรรคการเมืองนั้น ควรลดคุณสมบัติที่ใช้เกณฑ์บุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรี และ ส.ส. ลง เช่นเดียวกับการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ทั้งนี้ คณะทำงานจะเสนอผลการพิจารณาดังกล่าวให้ที่ประชุมกมธ. พิจารณาอีกครั้ง ในวันที่ 17 มีนาคม นี้” นายนิกร กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไชยชนก' ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพมั่นคง ไม่จำเป็นต้องดึง 'สส.กล้าธรรม' เข้ามาเพิ่ม

นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมี สส.พรรคกล้าธรรม (กธ.) 10 คน ในกลุ่มนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรค กธ. จะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเพื่อเติมเสียงให้รัฐบาล ว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงมากๆ ไม่ใช่แค่เพียงพรรคเรา แต่เรายังมีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพันธมิตร เพราะฉะนั้นในเรื่องเสถียรภาพตนคิดว่ามี ส่วนที่มีการถามเมื่อสักครู่ว่ามีการเติมเสียงนั้นตนไม่ได้ยิน

'อนุทิน' ขำข่าว 'งูเขียว' ซบน้ำเงิน โชว์น้ำมันเขียวกลางวงสื่อ ก่อนแซะ 'พรรคส้ม' กระโดดงับอีกแล้ว

“อนุทิน” บอกไม่รู้ข่าว 10 งูเขียวเข้าพรรคสีน้ำเงิน แจงภาพ “เนวิน-บุญยิ่ง” แค่ไปดูบอล อย่าโยงการเมือง ก่อนหยิบน้ำมันเขียวโชว์

รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 18): พระราชหัตถเลขาในหลวงรัชกาลที่ 9 สนับสนุนรัฐประหารของจอมพล ป. จริงหรือมั่ว ?

ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงหนังสือ ปฏิวัติรัฐประหารและกบฏจลาจล ในสมัยประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย ของ ว.ช. ประสังสิต ที่ติพิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2492

'ธรรมนัส' ลงสงขลา ย้ำอีกรอบ ไม่มีดีลตั้งรัฐบาลส้ม แดง เขียว

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนางปวีณา หงสกุล ซึ่งร่วมเดินทางมาด้วย เพื่อพบปะนายเดชอิศม์ ขาวทอง และสมาชิกพรรค ณ ที่ทำการนายเดชอิศม์ โดยมีการประชุมหารือแนวทางการทำงานและขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่ ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดพัทลุง