
1 กันยายน 2569 – นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ความย้อนแย้งของนโยบายรัฐบาลที่ต้องระวัง
ผมเห็นรัฐบาลชี้แจงต่อทั้ง สส. และ สว. ว่า การใช้เงินจาก พ.ร.ก. ในส่วนของ “การเปลี่ยนผ่านพลังงาน” จะช่วยให้ประเทศไทยลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันลง
ผมคิดว่าประชาชนมีแนวโน้มที่จะลดการใช้พลังงานฟอสซิลอยู่แล้ว เพราะรถ EV ดีและถูก และมีการติดตั้ง solar rooftop มากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ในส่วนของรัฐบาล มีความย้อนแย้งสำคัญทางนโยบายจากการที่ได้ยินยอมให้ Data Centre จากต่างประเทศเข้ามาจำนวนมาก
ช่วงแรกที่มีการพูดถึงการลงทุนเหล่านี้ เรามักได้ยินว่าผู้ลงทุนต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ไทยต้องเร่งลงทุนด้านพลังงานสะอาด
แต่ในระยะหลัง เงื่อนไขเรื่องพลังงานหมุนเวียนกลับแทบไม่ถูกพูดถึงอีก
สิ่งที่เราได้ยินแทนคือ ไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองอยู่จำนวนมาก และประชาชนต้องแบกรับค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment) อยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรสนับสนุนให้มีผู้ใช้ไฟรายใหญ่เข้ามาซื้อไฟฟ้าส่วนเกินเหล่านี้
ปัญหาคือ ไฟฟ้าส่วนเกินของไทยในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ดังนั้น หาก Data Centre เข้ามาใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจำนวนมาก สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติและการนำเข้า LNG ที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดลงอย่างที่รัฐบาลกล่าวอ้าง
ในทางกลับกัน หากรัฐบาลจริงจังกับเป้าหมาย Net Zero ที่ประกาศไว้ กำลังผลิตสำรองจากโรงไฟฟ้าก๊าซควรถูกใช้เป็น “ระบบสำรอง” เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความเสถียรและความต่อเนื่องในการผลิตไฟฟ้า
แต่ถ้าประเทศเดินหน้าพร้อมกันทั้งการเพิ่มการใช้ LNG และการลงทุนพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ ไม่น่าแปลกใจเลย หากอีกไม่นานเราจะได้ยินข้อเสนอว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซแห่งใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อรักษา “ความมั่นคงทางพลังงาน”
สุดท้ายแล้ว คำถามสำคัญคือ เรากำลังใช้เงินเพื่อ “เปลี่ยนผ่านพลังงาน” จริง หรือเพียงแค่กำลังสร้างความต้องการใช้ก๊าซรอบใหม่ภายใต้ชื่อของการเปลี่ยนผ่านพลังงานเท่านั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชป. ประกาศคว่ำ พ.ร.ก.กู้เงิน 'กรณ์' ซัดกู้มาแจกมีผลแค่ชั่ววูบ แต่แก้ปัญหาประชาชนไม่ได้
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ วาระพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ตอนหนึ่งว่า ปัญหาหลักของประเทศมี 4 เรื่อง คือ เศรษฐกิจประเทศโตช้า มีปัญหาโครงสร้าง เพราะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากขึ้น รายได้ประชาชนลดลง และ ของแพงต่อเนื่อง
'ผวจ.เชียงใหม่' สั่งปราบนอมินีต่างด้าวต่อเนื่อง พร้อมเตรียมแผนรับภัยพิบัติ
'ผู้ว่าฯ เชียงใหม่' สั่งการดูปัญหานอมินีต่อเนื่อง พร้อมให้เตรียมรับพิบัติภัยฤดูฝนตลอด 24 ชม. สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้ ปชช. หลังหลายพื้นที่เริ่มเผชิญเหตุ
ปชป. กังวลคำวินิจฉัยศาล รธน. จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ รัฐบาลกู้เงินในภาวะปกติ
'ประชาธิปัตย์' น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยอมรับเป็นเรื่องยากจะตีความในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังติดใจจะติดตามการใช้เงินส่วน ที่ 2 เหตุยังไม่มีรายละเอียดชัดในการทำงบ ปี 70
'กรณ์' ตั้งคำถาม 'ดีลแบบไหน' คุ้มค่ากับการลงทุน 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับประชาชน
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ยื่นญัตติด่วน เสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการลงทุน Data Center ขนาดใหญ่ เพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุน พร้อมคุ้มครองทรัพยากรและผลประโยชน์ของประชาชนคนไทย มีเนื้อหาดังนี้
'รัชดา' สวน 'กรณ์' อย่าใช้อคติ-ให้ข้อมูลไม่ครบ ชี้ลดราคาน้ำมันครั้งใหญ่จากมาตรการรัฐบาล
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่ชัดเจน และเกรงใจกลุ่มทุนมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชนว่า หากคำวิจารณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากอคติ ก็สะท้อนว่ายังได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน เพราะข้อเท็จจริงคือรัฐบาลได้ใช้ทุกช่องทางและทุกเครื่องมือทางกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
'กรณ์' ชี้มาตรการลดราคาน้ำมัน ยังเป็นการแก้หน้างาน มากกว่าการปฏิรูปที่ยั่งยืน
นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตอนเช้านายกฯ สั่งการ รัฐมนตรีพลังงานให้ลดราคาน้ำมัน ตกเย็นมีประกาศลดราคาน้ำมันพรุ่งนี้เช้าทันที

