'มาร์ค' ตัดงบ กกต.-ปปช. 10% ขอสภาฯอย่าปล่อยให้องค์กรอิสระทำงานไร้ประสิทธิภาพ

“อภิสิทธิ์” ร่ายยาว กกต.ไร้ความน่าเชื่อถือ วิกฤตศรัทธาพุ่ง - บี้ ส่งคดีฮั้ว สว.ให้ศาลฎีกา ชี้ 4 กกต.ที่จะตัดสิน 14 ก.ย. มาจาก สว. หากมติเป็นคุณกับผู้ถูกกล่าวหา หนีไม่พ้นข้อหาตอบแทนผู้มีพระคุณ-มีผลประโยชน์ทับซ้อน เสนอป.ป.ช.ขอข้อมูลหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมือง จะได้ประหยัดงบ

10 กันยายน 2569 - ต่อมาเวลา 16.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายมาตรา 32 หน่วยงานองค์กรอิสระและองค์กรอัยการ ว่า ขอตัดงบ 10 % แต่คงไม่ไปเจาะจงโครงการใดโครงการหนึ่ง แม้ว่าบางโครงการอาจจะมีการพูดถึงบ้าง เพราะองค์กรอิสระเป็นองค์กรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นเสาหลักหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย แต่ด้วยความเป็นอิสระขององค์กรเหล่านี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการตรวจสอบเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก กระบวนการที่จะไปตรวจสอบองค์กรเหล่านี้ค่อนข้างที่จะจำกัดหลายต่อหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่นการใช้อำนาจชี้ขาดใดๆไปแล้ว ก็ไม่สามารถจะไปขึ้นศาลปกครองได้ หรือกระบวนการภายในเกี่ยวกับการดำเนินการองค์กรเหล่านี้ก็สามารถออกระเบียบดำเนินการได้เองทั้งหมด

พวกเราอยากตรวจสอบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ยังต้องพึ่งพาอาศัยประธานผู้แทนราษฎรว่าจะส่งไปให้ศาลฎีกาตั้งคณะไต่สวนอิสระหรือไม่ การอภิปรายวันนี้ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่อาศัยในระบอบประชาธิปไตยว่าสภามีอำนาจการตรวจสอบโดยอาศัยการให้หรือไม่ให้งบประมาณ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การที่สมาชิกเสนอตัดงบประมาณเป็นเพราะความไม่เชื่อมั่น ล่าสุดสถาบันพระปกเกล้าได้สำรวจความคิดเห็น ความเชื่อมั่น ความศรัทธา ในองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทางการเมืองปรากฏว่ากกต.ได้รับความน่าเชื่อถือต่ำ และหากเทียบความน่าเชื่อถือในอดีตก็ลดลงตามลำดับ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็เพราะปัญหาเรื่องการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม แต่เหตุใดจึงไม่มีความเชื่อมั่นใจกระบวนการตรงนี้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับคดีฮั้ว สว. สุดท้ายสำคัญที่สุดคือศาล และต้องกลับมาดูว่าอำนาจกกต.คดี สว.คืออะไร ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำอันเป็นการทุจริตให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา นี่คือสิ่งที่กกต.ต้องทำ กกต.ไม่ต้องพิสูจน์อะไร ท่านต้องที่ส่งศาล เพราะเมื่อปี 2562 ลำพังแค่มีพฤติกรรมแลกคะแนน กกต.ก็เคยส่งศาลมาแล้ว และศาลฎีกาก็ตัดสินแล้วเพราะเห็นว่าเป็นการเลือกตั้งไม่เป็นอิสระและเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครคนอื่น และเมื่อปี 2567 กกต.ก็ยังส่งศาลเป็นระยะๆ

“ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นต่อสาธารณะในปัจจุบันถือว่าใหญ่กว่ากรณีที่ผ่านมามากมาย ทั้งผู้สมัครได้ศูนย์คะแนน การทำโพย ไปประชุมในโรงแรม ผมถามว่าต้องนำงบไปสอบสวนหรือไม่ เหตุใดไม่ยึดตามศาลฎีกา แค่นี้ก็ส่งศาลได้แล้ว เพราะกกต.ก็เคยทำมาแล้ว เหตุไฉนขบวนการที่ใหญ่ที่สุด กลับมีการพยายามอธิบายว่า จะต้องมีหลักเกณฑ์ 1,2,3,4,5 ข้อมูลที่ปรากฏจากสาธารณะจึงทำให้เกิดความคลางแคลงใจว่า ตกลงเรื่องนี้ตรงไปตรงมาหรือไม่ และบังเอิญว่าคดีนี้มันไปเชื่อมโยงกับนักการเมืองและพรรคการเมือง

ที่จริงผู้ถูกกล่าวหาในพรรคการเมืองก็ไม่ค่อยเชื่อถือ กกต.เพราะผู้ที่ถูกกล่าวหาหลายคน เลือกที่จะไม่ชี้แจงข้อเท็จจริงของตนเอง พยายามต่อสู้แค่ว่ากกต.แจ้งข้อกล่าวหาไม่เป็นไปตามของกฎหมาย พรรคการเมืองก็ไม่เชื่อถือ พวกผมก็ไม่เชื่อถือ แล้วจะลังเลอะไรในการที่จะบอกว่า ไม่ต้องเอาไปแล้วงบประมาณ แค่นี้ก็ชี้ได้แล้ว“นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ก็มีการตรวจสอบ และส่งเรื่องให้กกต.ไปประกอบการพิจารณา กกต.ก็ไม่รับ ในทางกลับกันดีเอสไอขอข้อมูลกกต. แต่กกต.ก็ไม่ส่งข้อมูลให้ แล้วจะให้เชื่อถือกระบวนการอย่างนี้ได้อย่างไร และเมื่อเกิดกระแสสังคม เกิดการเปิดโปงข้อมูล เลขาธิการ กกต. กลับมาพูดว่าจะส่งฟ้องหรือไม่นั้น มี 3 หลักเกณฑ์ ตนมองว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก คือ ต้องเป็นผู้สมัคร ซึ่งคดีดังกล่าวไม่ได้กล่าวหาแค่ผู้สมัคร แต่ยังกล่าวหานักการเมือง และตามมาตรา 76 ของกฎหมายผู้ที่กระทำความผิดของ สว.ได้คือผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมืองในพรรคการเมือง เพราะถือเป็นการยืนยันเจตนารมณ์ว่าการเลือก สว. ต้องปราศจากพรรคการเมือง อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้ มีการกล่าวหาในหลายจังหวัด แต่กลับเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองเดียว แถมยังเชื่อว่าเรื่องโอนเงินก็เป็นเรื่องบังเอิญ

“กกต. 4 คนที่จะตัดสินในวันที่ 14 ก.ย. นี้มาจาก สว. ที่ถูกกล่าวหา หากเป็นการใช้กฎหมายวิธีพิจารณาทางปกครองของหน่วยงานทั่วไป ไม่มีสิทธิ์ในการพิจารณา แต่บังเอิญความเป็นองค์กรเฉพาะ ถ้าไม่พิจารณา อาจไม่ครบองค์ประชุมวินิจฉัยไม่ได้ แต่ตามหลักธรรมาภิบาล 4 คนนี้ ถ้ามติเป็นคุณกับผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งมีพระคุณกับตัวเอง หนีไม่พ้นแน่ในเรื่องข้อหาการมีส่วนได้เสีย หรือการสร้างตอบแทน หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน งบของ กกต.จึงจำเป็นต้องมีการตัดด้วย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า กกต.ไม่ใช่องค์กรอิสระองค์กรเดียว ตนยังเสนอให้ตัดงบของป.ป.ช. ด้วย เพราะกระบวนการทำงานของ ป.ป.ช. น่าเป็นห่วง ซึ่งเมื่อสักครู่ตนได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจากป.ป.ช.แจ้งผลการพิจารณาที่ตนถูกกล่าวหาไว้ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว เพื่อที่จะบอกว่าตนไม่ผิด ก็ต้องขอบคุณที่บอกว่าตนไม่ผิด สงสัยหรือไม่ว่าทำไมใช้เวลา 15 ปี และตนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่ และตนเเคยซักถามเรื่องนี้ เหมือนกับกรณีที่ป.ป.ช.ไปวินิจฉัยเกี่ยวกับอดีตรัฐมนตรี ที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่ายังคงเป็นหุ้นส่วนในบริษัทบริษัทหนึ่งและยังมีบางข้อหาที่พวกเรายื่นเข้าไป ที่ควรวินิจฉัยได้เลย ก็ยังไม่มีคำตอบ ดังนั้นหากเราไม่ใช้อำนาจของเราบอกว่าคุณควรปรับปรับปรุงการทำงาน มิเช่นนั้น เราจะไม่อนุมัติให้คุณใช้ภาษีอากรของประชาชน และเราจะปล่อยให้องค์กรเหล่านี้ทำงานโดยไม่เป็นไปตามตัวชี้วัด ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและหลักการของธรรมาภิบาล

“ขอให้ ป.ป.ช.ไปขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำข้อตกลงกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กรมขนส่ง กรมที่ดิน ว่าจะขอตรวจสอบว่าชื่อผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งหลาย มีทรัพย์สินอยู่ที่ไหนบ้าง แล้วให้เราเซ็นยินยอมว่าท่านเข้าไปตรวจสอบตรงนี้ได้ ก็ประหยัดงบทั้งหมดไม่ต้องมีภาระ วิ่งหา เมื่อยื่นบัญชีทรัพย์สินเสร็จต้องไปตรวจสอบอยู่ดี หากระบบตรงนี้ไม่ทำงานตามระบอบประชาธิปไตยที่ทำมา และไม่อาจเกิดขึ้นได้จริง ภารกิจในการรักษาระบบ จึงเป็นของพวกเราทุกคนในสภานี้ เริ่มต้นได้โดยการส่งสัญญาณในการตัดงบประมาณขององค์กรเหล่านี้ร้อยละ 10”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประท้วงวุ่น! 'ไอติม' ไล่ต้อน กกต. ใช้งบหนุนอาชญากรรมทางประชาธิปไตย

ประท้วงวุ่น! สส.ภูมิใจไทย ลุกประท้วง “พริษฐ์” อภิปรายงบกกต. ไร้ประสิทธิภาพ ไม่มั่นใจนำไปใช้ปกป้องประชาธิปไตยหรือสนับสนุนอาชญากรรมประชาธิปไตย เหน็บ “ผลลัพธ์แบบนี้ตั้งแค่งบค่าโทรศัพท์ไปที่บุรีรัมย์ก็ได้คำตอบ” ด้าน “ศุภชัย” ซัด ไม่อยากเถียงกับเด็ก เตือนอย่าฮึกเหิมให้มาก

ปชน. ตัดงบศาลรัฐธรรมนูญ 7.9 ล้าน ใช้ภาษีสร้างเครือข่ายระดับสูง ประชาชนได้อะไร

น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ขอตัดลดงบประมาณของศาลรัฐธรรมนูญ ในหลักสูตรอบรมหลักสูตร หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย(นธป.) 7,915,000 บาท เพราะเป็นเงินภาษีประชาชนที่ถูกนำมาใช้สร้างเครือข่ายระดับผู้นำ

ถอยคนละก้าว ! ปิดประชุม 02.09 น. แต่ยังไม่เคลียร์ญัตติไฟใต้-กกต.

'วิปรัฐบาล-ฝ่ายค้าน' ถอยคนละก้าว ถอนชื่อถกงบฯ 70 จบมาตรา 26 สั่งพักประชุมตี 2 ก่อนลุยต่อเก้าโมงเช้า หวิดปะทะ 'รองเปิ้ล' หลังบอกต้องทำสภาให้เป็นที่ศรัทธา ปชช. ด้าน ’พริษฐ์‘ ขอความชัดเจนวาระร้อนชายแดนใต้-กกต.

ขีดเส้นตายคดีฮั้วสว.229คน แม่น้ำร้อยสายรุมสกรัม'กกต.'

ใกล้ถึงวันดีเดย์ 14 ก.ย. ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ภายใต้การนำของ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เตรียมนัดประชุมนัดประวัติศาสตร์เพื่อลงมติชี้ขาดสำนวนคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือที่เรียกกันติดปากว่า “คดีฮั้ว สว.” มหากาพย์สำนวนร้อนที่ลากยาวข้ามปี ทว่าก่อนจะถึงวันดีเดย์ กกต.ตกเป็นเป้าตำบลกระสุนตกชนิดที่ขยับตัวก้าวไหนก็มีแต่กับระเบิดรออยู่

สภาฯเดือด! 'รักชนก' ชำแหละงบดีเอสไอ โยงคดีฮั้ว สว. 'ภูมิใจไทย' รุมประท้วงวุ่น

น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า เอกสารในชั้นคณะอนุกรรมมาธิการฯ ทำให้ตั้งคำถามว่าดีเอสไอตั้งโครงการมาตอบโจทย์สิ่งที่กำลังมีปัญหาหรือไม่ แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ บุคลากรทั้งหมด 165 ราย 70%

'ภคมน' อัด สส.รัฐบาลแห่เข้าชื่ออภิปราย หวังลากยาวถกงบ 70 ส่อเจตนาปกป้อง กกต.

"ลิซ่า" อ้างมีข้อความจาก "กกต." ส่งถึงรัฐบาล พยายามไม่ให้ สส.อภิปรายรายงานประจำปี ก่อน 14 ก.ย. เสนอถ้าลากยาวจนลงมติงบ 70 ไม่ได้ ให้ไปถกต่อวันศุกร์แทน เชื่อคนจับโป๊ะได้ มีความพยายามเลี่ยง ไม่ให้กระทบรายงาน กกต.