'เท้ง' กั๊ก ยื่น ม.152 ลั่น ขอดูท่าที 'รัฐบาล' ชี้ เคาะวันซักฟอก 7-11 ธ.ค. ยิ่งทำข้อมูลแน่น ยัน 'ฝ่ายค้าน' พร้อมทุกสัปดาห์ ซัด ไม่โต้กลับวาทะ 'นายกฯ' บอก ให้ประชาชนตัดสิน ลุย ขับเคลื่อนกฎหมาย-งบปี 71
30 ตุลาคม 2569 - เมื่อเวลา 15.00 น. ที่อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี การยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ มาตรา 152 ควบคู่กับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมาตรา 151 ว่า เป็นช่องทางและเป็นสิทธิที่ฝ่ายค้านทำได้ แต่จะยื่นหรือไม่ยื่นอย่างไรไม่สำคัญไปกว่าการที่รัฐบาลมีความพร้อมมากแค่ไหนในการชี้แจง ส่วนจะยื่นหรือไม่ยื่นขอดูท่าทีของรัฐบาล และการพูดคุยของวิปฝ่ายค้านก่อน ซึ่งล่าสุดข้อตกลงวิป 3 ฝ่ายคือวันที่ 7-11 ธ.ค. คือการที่รัฐบาล เคารพกลไกสภาไม่จำเป็นที่จะต้องรอ ในเวทีซักฟอก การตอบกระทู้ 3 สด หรือการชี้แจงกรรมาธิการ ถือเป็นเวทีที่สำคัญ
เมื่อถามว่า การยืดเวลาวันที่ 7-11 ธ.ค. จะทำให้ฝ่ายค้านเสียเปรียบหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มุมนึงมองว่าจะทำให้ข้อมูลการซักฟอกแน่นหนามากขึ้น ยิ่งทอดเวลาออกไปยิ่งมีเวลามากขึ้น
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีสวนกลับมาว่าใครกันแน่ที่ไม่พร้อมเกี่ยวกับกรอบเวลาซักฟอก นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ย้ำว่าได้ตอบเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว ตั้งแต่วิป 3 ฝ่ายตกลงกันไม่ได้ และฝ่ายค้านขอขยับเวลาออกไป 1 สัปดาห์ จากช่วงที่ตกลงกันขณะนั้น ฝ่ายค้านก็พร้อมทุกสัปดาห์ ซึ่งหากตารางเวลาของนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงมาวันเสาร์อาทิตย์ได้ ก็ยังเชื่อว่าอภิปรายในเดือนพ.ย. ได้ แต่เมื่อมีการตกลงเป็นช่วงต้นเดือนธ.ค.ก็ต้องเป็นไปตามนั้น ไม่ๆด้มองว่สเป็นโต้กันไปมา ว่าใครพร้อมหรือไม่พร้อม เพราะบอกทุกครั้งว่าฝ่ายค้านมีความพร้อมในการทำหน้าที่
เมื่อถามว่า จากคำพูดของนายกรัฐมนตรี คุณณัฐพงษ์เอง บอกว่า เป็นการสาดโคลน แต่การให้สัมภาษณ์ของนายก ยังตอบโต้วาทะกรรม พูดดีเข้าตัว พูดชั่วให้คนอื่น มองอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ได้เห็นการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีและ และตั้งใจไม่ตอบโต้ในประเด็นนี้ เพราะว่า การให้ความเห็นของนายกขณะนั้น ไม่ได้มี อะไรที่ต้องการสื่อสาร แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามก็ต้องตอบ ทั้งนี้ก็ต้องรอดูว่าคนที่เป็นคนตัดสินนักการเมือง ก็คือประชาชน ที่ติดตามการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในช่วง 1 เดือนก่อนที่จะถึงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังมีหลายประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องการขับเคลื่อนในสภาฯ อาจจะมีการเจรจาระหว่างวิป 2 ฝ่าย เพื่อให้เลื่อนกฎหมายที่มีความสำคัญขึ้นมาพิจารณาก่อน เช่น กฎหมาย ฟ้องปิดปาก ที่ต้องการการฟ้องร้องเพื่อปิดปาก และฉบับอื่นๆ ขณะเดียวกันมีอีกเรื่องที่สำคัญ คือกระบวนการ งบประมาณปี 2571 ที่จะเป็นปีแรกที่สำนักงบประมาณ จะใช้วิธี pre-budget consultation หรือกระบวน รับฟังความเห็นก่อนเริ่มทำคำของบประมาณ หรือกลไกการยื่นญัตติในสภาฯ ให้รัฐบาลรับฟังเสียงของ สส. ตนหวังว่าประธานสภา จะบรรจุญัตติให้ตรงกับช่วงเวลานั้น และที่ได้รับทราบมาขบวนการ pre-budget consultation
จะเข้าวันที่ 5 พ.ย.
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงญัตติด่วนที่พรรคประชาชนได้ยื่นไปแล้ว ที่ขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษา การแก้ไขกฎหมาย 4 กองทุน คิดว่าจากความ จากการฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ทั้งเครือข่ายภาคประชาสังคมกับสื่อมวลชนอย่างไทยพีบีเอส ไม่ได้เห็นต่างเรื่องความโปร่งใสของกองทุน แต่จะต้องไปดูว่าการทำให้กองทุนมีธรรมาภิบาลที่ดี ทำอย่างไรโดยที่ไม่ต้องแก้กฎหมายยกเลิก เช่น การใช้กลไกของกรรมาธิการวิสามัญ หารือทุกภาคส่วนให้ตกผลึก ก่อนเป็นร่างกฎหมาย เชื่อว่าจะทำให้มีความรอบคอบมากยิ่งขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เท้ง' ป้อง 'ไอซ์ รักชนก' ปมแชร์สลิปปลอม ชี้บุคคลสาธารณะถูกวิจารณ์ได้
'เท้ง' ป้อง 'ไอซ์ รักชนก' ปมแชร์สลิปปลอม ยัน 'ฝ่ายค้าน' มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ขอทำตามกระบวนการยุติธรรม
🔴LIVE ไขปม 72 ชั่วโมง ยกระดับรับภัยคุกคาม | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569
🔴LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | ชักเย่อซักฟอก ฝ่ายค้านอ่อนหัด
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569
'โบว์ ณัฏฐา' เย้ยเจ็บ! ไม่มีใครดิสเครดิต 'พรรคส้ม' มีแต่ทำตัวเองทั้งนั้น
น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความว่า มีคนบอกว่าตอนนี้ดูเหมือนรัฐบาลมียุทธศาสตร์ดิสเครดิต และทำให้คนเกลียดพรรคส้ม ดูแล้วไม่น่าใช่หรอกค่ะ …
สะกิดฝ่ายค้าน! ปล่อยหมัดน็อกซักฟอกต้น ธ.ค. ดีกว่าชกพร่ำเพรื่อ ม.152
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แนะฝ่ายค้าน ซักฟอกตามมาตรา 151 ดีกว่า 152
'ภาวุธ' ฉะหน่วยงานรัฐอืดอาด! อัปเกรดระบบยืนยันตัวตนแค่ 8.4% ยังเสี่ยงสูงข้อมูลรั่วไหล
“ภาวุธ” ซัดหน่วยงานรัฐอัพเกรดระบบความปลอดภัยแค่ 8.4% หลังผ่านไป 2 เดือน ชง 4 มาตรการเร่งด่วนจี้รัฐบาลอุดช่องโหว่ไซเบอร์และประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง

