'เท้ง-มาร์ค' นำทีมฝ่ายค้านแถลงอัด 'โสภณ' ใช้อำนาจประธานสภาโดยมิชอบ จ่อหารือก่อนยื่นหน่วยงานตรวจสอบ ซ้ำเจอความพยายามสกัดการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ใช้เพกาซัส เจาะมือถือ 2 ผู้นำ-ใช้เสียงข้างมาก กกต.ยืมคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กันคนเอียวคดีโกงสว.ในชั้นฎีกา 'มาร์ค' บอก อยากได้รูปแมวให้ขอดีๆ
4 พฤศจิกายน 2569 - เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลงข่าวเรื่อง "การสกัดกั้นและคุกคามการทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายค้าน"
โดย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันนี้สมาชิกพรรคฝ่ายค้าน เนื่องจากไม่กี่วันที่ผ่านมามีหลายๆ เหตุการณ์ที่บังเอิญเกิดขึ้นพร้อมๆกัน ที่ทำให้เราตั้งข้อสงสัยได้ว่า ฝั่งรัฐบาลหรือผู้ที่มีอำนาจในระบอบสีน้ำเงินกำลังใช้ทุกกลไกที่เขาสามารถควบคุมได้ในการสกัด แทรกแซง และก็คุกคามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านผ่านกลไกในฝ่ายนิติบัญญัติ ในการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร คือ 1.กรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เห็นชอบแนวทางในการดำเนินงานของกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ โดยสรุปก็คือจากนี้กรรมาธิการจะทำอะไร ต้องผ่านเป็นมติเสมอ พูดให้ชัดๆการที่ออกแนวทางแบบนี้ก็เป็นการสกัดการทำหน้าที่ของกลไกสภาฯในกรรมาธิการในฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะมีกลไกสำคัญในเวทีกรรมาธิการในการตรวจสอบรัฐบาล บรรดาโครงการต่างๆที่ไม่เป็นข่าว หรือมีข้อสงสัยว่ามีการทุจริตคอร์รัปชัน หรือแม้แต่การใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ
"แต่ถ้าจะมีแนวปฏิบัติออกมาเป็นแบบนี้ว่าทุกอย่างที่ทำหน้าที่ในชั้นกรรมาธิการต้องใช้มติ ซึ่งรัฐบาลถือเสียงข้างมาก ถ้าจะเอากันแบบนี้จริงๆ ผมเชื่อว่าจริงๆแล้ว เท่ากับว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องมี สส. ฝ่ายค้านในการทำหน้าที่สภาฯเลยใช่หรือไม่ แล้วต่อไปกรรมาธิการก็จะกลายเป็นเพียงแค่ตรายาง ในการประทับรับรองสิ่งที่รัฐบาลทำผิดให้กลายเป็นถูก เวลามีข่าวอะไรต่อสาธารณะ มีโครงการทุจริตคอร์รัปชัน รัฐบาลก็แค่เอาเรื่องเข้ากรรมาธิการใช้เสียงข้างมากลากไป แล้วรับรองว่าโครงการทุกอย่างโปร่งใส เราจะยอมให้กระบวนการในสภาเป็นแบบนี้กันต่อจริงๆ หรือ" นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า 2.ความพยายามในการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในคดีโกง สว. จากกรณีข่าว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ 5 ต่อ 2 เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่าง กกต. และก็ศาลฎีกา ซึ่งนี่เป็นความพยายามในการใช้กลไกในองค์กรอิสระ เช่น กกต. ที่เราก็รู้ว่า กกต. เสียงข้างมากมาจากการเลือกของ สว.ชุดใด เพื่อไปยืมคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยว่า แม้ในกระบวนการไต่สวนของศาลฎีกาอาจจะพบพยานหลักฐานอะไรเพิ่มเติมที่ชี้ว่าอาจมีบุคคลอื่นใดอยู่ในกระบวนการการโกง สว.นี้แต่บุคคลเหล่านั้นบังเอิญไม่ได้อยู่ในคำร้อง 11 รายชื่อที่ กกต. ยื่นต่อศาลฎีกา เท่ากับว่าเราจะไม่สามารถเอาผิดบุคคลเหล่านั้นได้เลย นี่คือสิ่งที่เราทำให้เห็นชัดเลยว่าเครือข่ายระบอบสีน้ำเงินกำลังจะใช้กลไกในองค์กรอิสระที่พวกเขาอาจจะมีอำนาจในการควบคุมได้ เป็นการพยายามไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมซึ่งอยู่ในศาลยุติธรรม
และ 3.ความพยายามในการคุกคามการทำหน้าที่ของ สส.ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะตน และนายอภิสิทธิ์ ที่ได้รับข้อความแจ้งเตือน จาก Apple ว่า โทรศัพท์ของเรา มีความเสี่ยงที่อาจจะถูกโจมตีด้วยสปายแวร์ขั้นสูง ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มักถูกใช้ได้จากหน่วยงานที่เป็นรัฐบาลในระดับประเทศอย่างเดียวเท่านั้น เลยทำให้ตนอดสงสัยไม่ได้จริงๆ จากความพยายามหลายพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นบังเอิญเกิดขึ้นพร้อมๆกันว่าขณะนี้ตนหรือนายอภิสิทธิ์กำลังจะถูกโจมตี ถูกคุกคามโดยรัฐบาลไทยหรือไม่
"นี่เป็นปัญหาใหญ่จริงๆ ที่พวกเราจะยอมไม่ได้ในการใช้อำนาจของรัฐบาล ซึ่งจริงๆในฝ่ายนิติบัญญัติอาจจะผ่านประธานสภาฯ ในการพยายามรวบอำนาจของกรรมาธิการ ในฝ่ายบริหาร" นายณัฐพงษ์ กล่าว
ด้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเคยเป็นผู้นำฝ่ายค้าน มาแล้วหลายสมัยในประเทศไทย ผ่านเหตุการณ์มาแล้วหลายอย่าง และทราบว่าทุกยุคทุกสมัยมีข้อจำกัดปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ตรวจสอบ และรัฐบาลในหลายยุคไม่นิยมให้มีใครมาตรวจสอบ แม้กระบวนการตรวจสอบจะเป็นองค์ประกอบของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งนอกจากเรื่องของหนังสือเวียน ขณะนี้มีความพยายามในการเสนอแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาโดยสมาชิกของพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นความพยายามใช้มติเสียงข้างมากพิจารณา ซึ่งอาจสามารถไปถึงการพยายามยุบ กมธ. การเสนอเลือกประธานกมธ. โดยมติเสียงข้างมาก จากเดิมที่ใช้เป็นตกลงตามสัดส่วนของ สส.ได้ ดังนั้นดูเหมือนกับเป็นความพยายามต่อเนื่องที่ทำให้กลไกทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ทำงานตรวจสอบยากขึ้นหรือทำงานไม่ได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ระบบรัฐสภาทั่วโลก เป็นที่ทราบกันดีว่าเสียงข้างมากคือรัฐบาล เพราะหากไม่มีเสียงข้างมากคงเป็นรัฐบาลที่บริหารประเทศต่อเนื่องไม่ได้ แต่ระบบรัฐสภาทั่วโลกตามมาตรฐานสากล จะมีความระวังเรื่องการยึดเสียงข้างมากหรือข้อบังคับ แต่จะสร้างประเพณีวัฒนธรรมทางการเมืองเพื่อยอมรับการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ฉะนั้น การออกหนังสือเวียนที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นการเรียกประชุมประธานกมธ. 35 คณะ แต่ได้ให้ฝ่ายกฎหมายสรุปแนวทาง ตนขอแนะนำว่าให้ประธานสภาฯ เรียกประชุมอีกครั้งเพื่อทบทวนแนวคิดว่ามีประเด็นใดที่พอตกผลึก และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างไร เช่น การบรรจุวาระควรใช้วิธีการหารือและแจ้งในที่ประชุม โดยไม่จำเป็นต้องใช้มติเพื่อให้เป็นธรรมทุกฝ่าย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนขอให้นายโสภณได้ส่งสัญญาณไปยังพรรคภูมิใจไทยด้วยว่าจะแก้ไขข้อบังคับอะไร ควรคำนึงถึงศักดิ์ศรีและหน้าที่ฝ่ายนิตติบัญญัติ การแทรกแซงด้วยกระบวนการต่างๆ เช่น กรณีที่เกิดขึ้นกับนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกฟ้องร้องทั้งที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ ถือเป็นเรื่องแปลกและผิดธรรมชาติ ที่บริษัทเอกชนใช้สิทธิทางกฎหมาย และทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายการเมือง และขอให้นำคำแนะนำของประธานศาลฎีกามาพิจารณาต่อประเด็นฟ้องปิดปาก มาพิจารณาเพื่อให้นำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นธรรม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่มีการแจ้งเตือนในหลายประเทศนั้น ระบุค่อนข้างชัดว่าสิ่งที่เขาเตือนในขณะนี้คือ การพยายามที่จะมุ่งเป้ามาสู่บุคคลด้วยเหตุผลในเรื่องของหน้าที่ การงานอาชีพ และสปายแวร์ที่เขายกตัวอย่างก็เป็นสปายแวร์ที่ขายเฉพาะภาครัฐ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมากในการใช้ ทั้งนี้หากตนจำไม่ผิดเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว มีคนไทยประมาณ 30-40 คน ที่เจอปัญหานี้มาแล้วและปัจจุบันก็ยังต่อสู้ในชั้นของศาลปกครองอยู่ แม้ว่าศาลแพ่งอาจจะยกคดีนั้นไปแล้วก็ตาม
"สิ่งที่ผมอยากย้ำคือผมใช้ไอโฟนมานาน ผมก็ไม่เคยเจอข้อความแบบนี้ และแทบไม่เคยเจอใครที่รู้จักแล้วเจอข้อความแบบนี้ ดังนั้น ความพยายามที่จะมาอธิบายเสมือนว่าเกิดขึ้นทั่วไปในหลายประเทศ ฉะนั้นจึงอยากให้รัฐมนตรีเข้าใจสถานการณ์จริง เพราะคำแจ้งเตือนมีความชัดเจนในตัวของมันอยู่แล้ว สิ่งที่เราเรียกร้องมากกว่าคืออยากให้รัฐบาลยืนยันว่าหน่วยงานของรัฐฝ่ายความมั่นคงหรือหน่วยงานใดก็ตามไม่ได้มีการกระทำเช่นนี้" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณี หนังสือเรียนเรื่องอำนาจกรรมาธิการ 35 คณะ ถือว่าผิดมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่จะยื่นต่อป.ป.ช.หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากการติดตามการแถลงข่าวของตัวแทนสภาที่พยายามอ้างถึงระเบียบห้องประชุมที่ผ่านมาระยะหนึ่ง ซึ่งถ้าจะอ้างว่ามีระเบียบแบบนั้นออกมาใช้นานแล้ว เท่ากับแนวปฏิบัติที่ผ่านมาของสภาหลายๆ ชุดไม่ถูกต้องตามระเบียบ ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับใช่หรือไม่ ดังนั้นเรามองว่าเรื่องแนวปฏิบัติที่ออกมาล่าสุดนี้ เป็นความพยายามในการสกัดกั้นในการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านมากกว่า และมองว่า การใช้อำนาจของประธานแบบนี้อาจเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบเนี่ย ดังนั้นจึงอยู่ระหว่างการหารือร่วมกันของฝ่ายค้านว่าจะไปยื่นเรื่องต่อหน่วยงานใด
เมื่อถามว่า นายนิกร จำนงค์ สส. พรรคภูมิใจไทย แถลงว่าควรเป็นเอกภาพไม่ควรแบ่งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลในชั้นกรรมาธิการ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การทำงานในเวทีกรรมาธิการ ต่างจากสภาใหญ่ บางส่วนมีวาระฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลอาจจะทำงานร่วมกันได้ นั่นเป็นเรื่องปกติที่เรารู้กันดีอยู่แล้ว แต่คำว่าทำงานร่วมกันได้นั้นหลักการสำคัญที่ไม่ว่าอย่างไรก็ละเมิดไม่ได้คือ เรื่องกลไกกรรมาธิการที่ฝ่ายนิติบัญญัติใช้อำนาจในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ดังนั้น ถ้าจะมีเหตุผล มีข้ออ้างว่าควรจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน แล้วกลายเป็นว่ากลไกฝ่ายค้านไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลได้เลยนั้น ตนมองว่าเป็นข้ออ้างที่ไม่สมเหตุผล
เมื่อถามถึง กรณีที่ 2 ผู้นำฝ่ายค้านได้รับคำเตือน ทางรมว.DE ระบุว่ามีการตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้ถูก เพกาซัสแต่เป็นมัลแวร์ อีกทั้งจะมีการประชุมคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ดังนั้น พร้อมจะให้ข้อมูลหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนก็กังวลใจ เนื่องจากหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ได้รับการแจ้งเตือนว่าอาจถูกโจมตีโดยสปายแวร์ขั้นสูง อาจจะมาจากการกระทำของรัฐบาลประเทศไทยหรือไม่ ตนก็อาจจะไม่ค่อยสบายใจที่จะส่งเครื่องไปให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบ อาจจะกลายเป็นว่า ยิ่งเข้าถึงข้อมูลเราได้มากขึ้นหรือไม่ แต่จริงๆ จะมีองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศในการตรวจสอบร่องรอยการถูกเจาะข้อมูลในเครื่องนี้ ซึ่งเรื่องนี้เราก็ได้ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งจนก็นำเครื่องเข้าไปตรวจสอบในส่วนนี้เช่นกัน
เมื่อถามต่อว่า มีการออกมาระบุว่าเรื่องนี้มีการแจ้งเตือน กว่า 159 ประเทศทั่วโลก นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้มีเฉพาะบางคนที่โดนความพยายามในการเจาะเครื่อง ถึงจะได้ข้อความแจ้งเตือน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า สส.ฝ่ายค้านต้องระมัดระวัง เพราะเรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ยืนยันว่าไม่ได้หวั่นไหวอะไร เพียงแค่ขอย้ำว่าอย่าให้เป็นเรื่องของการกระทำของรัฐ เพราะนี่เป็นเรื่องที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของรัฐบาล อยากได้รูปแมวมาขอตนดีๆ ก็ได้ ไม่ต้องเจาะสปายแวร์เข้ามา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โรม' งัดมติ 8:0 กมธ.กฎหมาย คว่ำหนังสือเวียน 'โสภณ' กินรวบอำนาจสภา
งัดมติ 8:0 กมธ.กฎหมาย สู้กลับ "โสภณ" ริบอำนาจประธาน กมธ. พบหนังสือเวียนไม่มีลายเซ็น-ตราประทับ สภาพบังคับไม่มี
'ดร.ณัฏฐ์' ชี้ กกต.ส่งศาล รธน.ตีความอำนาจ ไม่ใช่ 'รัฐประหารซ่อนรูป'
สืบเนื่องจาก กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดในการใช้อำนาจขององค์กรอิสระเป็นที่สุดหรือไม่ โดยมีข้อพิ
🔴LIVE ทรัมป์เสียอำนาจ!! | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
🔴LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | พลิกเกมเบียด ล้างไพ่ชะตาโลก!?
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
'พริษฐ์' สวน 'โสภณ' บอกไม่ต้องท้าหากพบทำหน้าที่มิชอบยื่นฟันแน่!
'พริษฐ์' โต้ 'ประธานสภา' ลั่นไม่ต้องท้า ยื่น ป.ป.ช. บอกฝ่ายค้านตรวจสอบอยู่ตลอด หากพบทำหน้าที่มิชอบ ย้ำ ไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่ออกมา เตรียมทำหนังสือท้วง-เข้าหารือเป็นทางการ
นักวิเคราะห์ข้อมูลเจาะลึกปมสปายแวร์เจาะมือถือบอกคนทั่วไปไม่ต้องตื่น!
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์เฟซบุ๊ก

