'เทพไท' ฟันธงกฎหมายงบประมาณผ่าน 100%

'เทพไท' ประเมินภาพรวมอภิปรายงบประมาณ ชี้คะแนนรัฐบาล-ฝ่ายค้านพอๆ กัน ฟันธงผ่าน 100% พรรคเล็กยังไม่พร้อมโหวตคว่ำ

02 มิ.ย.2565 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “โครงการจำนำข้าว เป็นความโชคดีของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ แต่เป็นความโชคร้ายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขอฟันธงล่วงหน้า พรบ.งบประมาณฯ ผ่าน100%” ระบุว่า

ผมได้ติดตามการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 มาเป็นเวลา 2วันเต็มๆ ก็พอที่จะเห็นบรรยากาศ และประเมินผลการประชุมในครั้งนี้ได้ระดับหนึ่ง เพราะดูจากการอภิปรายทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีประเด็นอะไรที่น่าตื่นเต้น เพราะเมื่อส.ส.พรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายโจมตีการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล ในประเด็นเงินกู้ที่มียอดเงินกู้สูง การก่อสร้างหนี้สาธารณะสูงถึง 4.4 ล้านล้านบาท ก็ถูกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอบโต้โดยอ้างยอดเงินหนี้โครงการจำนำข้าวในยุครัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาอ้างอิงทุกครั้ง หรือเมื่อถูกส.ส.พรรคฝ่ายค้านอภิปรายถึงโครงการต่างๆที่ไม่ได้รับการบรรจุใน พ.ร.บ.งบประมาณปีนี้ พลเอกประยุทธ์ ก็จะตอบโต้ด้วยข้อจำกัดของเงินงบประมาณ ที่รัฐบาลจะต้องนำเงินไปชำระหนี้โครงการจำนำข้าวยอดเงิน 781,000 ล้านบาท หรือเมื่อถูก ส.ส.พรรคเพื่อไทยอภิปรายตัดพ้อต่อว่าการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่ไม่ได้รับการจัดทำแผนงานการพัฒนา ก็ถูกพลเอกประยุทธ์ตอบโต้ว่า ไม่เคยเลือกปฏิบัติว่าจะพัฒนาจังหวัดไหนก่อน ก็เป็นการตอบโต้กันไปมา โดยยกเอาประเด็นเดิมๆที่เคยเกิดขึ้นในยุครัฐบาลทักษิณ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พูดได้ว่าพลเอกประยุทธ์ ได้ใช้โครงการจำนำข้าวเป็นเกราะป้องกัน การจะทำงบประมาณในครั้งนี้ ได้นำมาเป็นข้ออ้างในการตอบโต้การอภิปรายของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยโดยตรง ซึ่งเป็นบาดแผลใหญ่ในการบริหารประเทศผิดพลาดของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างมหาศาล

ถ้าจะให้คะแนนการอภิปรายในครั้งนี้ ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะได้รับคะแนนพอๆกัน คือ 5 เต็ม 10 และมั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 จะผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร 100% ซึ่งตัวแปรที่เป็น ส.ส.พรรคเล็ก ก็ไม่พร้อมจะโหวตคว่ำ เพราะยังต้องอยากให้สภามีอายุต่อไป ก็สามารถที่จะเก็บเกี่ยวและหาประโยชน์จากการเป็น ส.ส.ได้ ถ้าโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ก็จะถูกพลเอกประยุทธ์ใช้สิทธิ์ยุบสภาอย่างแน่นอน จะไม่เลือกแนวทางการลาออก ซึ่งต่างกับญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้ารัฐบาลแพ้โหวต ก็ไม่สามารถยุบสภาได้ ส.ส.พรรคเล็ก ก็ยังคงสถานะความเป็น ส.ส.ต่อไป ถ้าต้องตัดสินใจทางการเมืองโหวตสวนรัฐบาล ก็น่าจะใช้สิทธิ์โหวตคว่ำตอนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดีกว่าโหวตคว่ำ พ.ร.บ.งบประมาณในครั้งนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรณ์' ชี้ 'มาร์ค' ไม่เอาทุนเทา กล้ากำหนดเกมใหม่ ขอประชาชนเลือกประชาธิปัตย์ให้มากที่สุด

นายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดทนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยว่า การกลับมาครั้งนี้ มาในจังหวะที่เราไม่มีอะไรจะเสีย ทำให้ไม่กลัวที่จะพูดความจริง

'สกลธี' อ้อนคนกรุงเลือก ปชป. 2 ใบ ทุกคะแนนไม่ตกน้ำ ขอเสียงให้มากพอสร้างบ้านเมืองสุจริต

นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นปราศรัยถึงการนำพรรคของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งสามารถนำพรรคให้กลับเข้ามาอยู่ในกระแสหลักได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายในเวลานี้ ส่วนหนึ่งเพราะทุ่มเท ทำทุกอย่าง

'อภิสิทธิ์' สวน 'อนุทิน' ปราศรัยด้อยค่า ปชป. ชี้คนเป็นผู้นำต้องพร้อมแข่งขัน กล้าถูกตรวจสอบ

พรรคประชาธิปัตย์ จัดปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. ภายใต้ชื่อ "ทางรอดที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์" โดยภายในงานมีการนำเสนอนโยบายของพรรคฯทั้ง 27 นโยบาย นอกจากนั้นยังมีการนำกาสสีฟ้าที่เขียนข้อความพรรค และเขต มาเป็นเพราะให้ประชาชนนำไปถ่ายรูปกับสแตนดี้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ลุยทุกพื้นที่! 'ภัคเมศฐ์' ผู้สมัคร สส.สมุทรสาคร ปชป. ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ขอโอกาสคนรุ่นใหม่

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย เอก-ภัคเมศฐ์ ธีระศิลาเวทย์ ผู้สมัคร สส. หมายเลข 2 พรรคประชาธิปัตย์ ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พบปะพี่น้องประชาชนในทุกชุมชน ทุกซอย และทุกพื้นที่ของเขตเลือกตั้ง พร้อมทีมงานที่ร่วมเดินเท้าเข้าถึงประชาชนอย่างใกล้ชิด

เลือกคนขับ ต้องมีเบรก 'ประชาธิปัตย์' ในสมการอำนาจหลัง 8 กุมภา

การเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเดินมาถึงช่วงตัดสิน อีกไม่นานประเทศไทยจะรู้ผลว่า พรรคใดได้ที่หนึ่ง ใครเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และใครจะถูกเสนอชื่อขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี