
ไทยสร้างไทยถือฤกษ์ 9-9 ประชุมใหญ่พรรค โภคินร่ายเหมือนท่องอาขยาน เชิญทุกคนร่วมเปลี่ยนประเทศ
01 ก.ย.2565 - นายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เปิดเผยว่า ถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมใหญ่ของพรรค ว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 9 กันยายน ที่โรงละครเคแบงค์สยามพิฆเนศ อาคารสยามสแควร์วัน ชั้น 7 ตั้งแต่เวลา 9.00น. - 14.00 น. ซึ่ง 90 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ พ.ศ. 2475 ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญทุกฉบับไม่ว่าจะเกิดจากเผด็จการหรือกึ่งเผด็จการหรือโดยตัวแทนประชาชนได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่ที่พี่น้องคนไทยได้สัมผัสคือการวนเวียนระหว่างการรัฐประหาร การเลือกตั้ง การสืบทอดอำนาจ การบั่นทอน และคุกคามสิทธิเสรีภาพอันพึงมีของประชาชน การด้อยค่าประชาธิปไตย การละเลยต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม อันนำมาซึ่งความขัดแย้ง การคอร์รัปชั่น และความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ คำว่า โดยประชาชน ถูกบิดเบือนด้วยอำนาจ เงิน อิทธิพล และวาทกรรมต่างๆ จนแทบไม่เคยเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชน พรรคการเมืองจำนวนไม่น้อยที่อ้างประชาธิปไตย ไม่เคยปกป้องประชาธิปไตยเมื่อมีการรัฐประหาร ไม่เคยคิดต่อสู้กับระบอบอำนาจนิยม แต่กลับร่วมมือ ร่วมเบียดเบียนและกดทับประชาชนโดยเฉพาะคนตัวเล็กทั้งหลาย
“คำว่าเพื่อประชาชนไม่เคยเกิดขึ้นอย่างแท้จริงและยั่งยืน แต่สิ่งที่เป็นผลผลิตอันเป็นรูปธรรมของ ประชาธิปไตยแบบอำนาจนิยม ก็คือระบบอุปถัมภ์ การเล่นพวกพ้อง การร่วมมือกับทุนผูกขาดและทุนพรรคพวก เพื่อสืบทอดอำนาจและความมั่งคั่งบนการกดทับและย่ำยีประชาชน 8 ปีที่ผ่านมา คือการตกผลึกของความเลวร้ายทั้งปวง ไม่มียุคใดสมัยใดที่ประชาชนไทย โดยเฉพาะคนตัวเล็กทั้งหลายจะถูกละเลยและย่ำยีได้เท่านี้อีกแล้ว คนยากคนจนถูกปฏิบัติเหมือนขอทาน ไร้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กระบวนการยุติธรรมถูกบิดเบือน เป็นเครื่องมือเพื่อส่งเสริม สนับสนุน ประชาธิปไตยแบบอำนาจนิยม การคอร์รัปชั่นเป็นไปอย่างมโหฬารและไม่มียางอาย เพราะระบบตรวจสอบมาจากอำนาจนิยม ระบบราชการมุ่งรับใช้อำนาจนิยม ประชาชนจึงแทบไม่เหลือตัวตนและศักดิ์ศรี ทั้งๆ ที่เขาเป็นเจ้าของอำนาจ”
นายโภคินกล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องคนไทยทั้งมวลต้องไม่ให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ไม่ว่าในปีนี้หรือปีหน้า เป็นไปแบบเดิมๆ พี่น้องต้องลุกขึ้นปฏิวัติ ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจ เงิน อิทธิพล และสัญญาแบบวาทกรรมต่างๆนานา ของพรรคการเมืองและนักการเมืองที่เพียงอาศัยคะแนนของพี่น้องขึ้นสู่อำนาจ เพื่อตนเองและพวกพ้อง เพื่อทุนผูกขาดและทุนพรรคพวก โดยอาศัยระบบรัฐราชการที่กดทับและย่ำยีพี่น้องเป็นเครื่องมือ เราต้องร่วมกันเปลี่ยนประเทศไทยจากสิ่งที่กล่าวมา ด้วยการปลดปล่อย (Liberate) พี่น้องจากการกดทับของระบบรัฐราชการที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบและขั้นตอนแบบอำนาจนิยม ต้องสร้างพลัง (Empower) ให้พี่น้องสามารถทำมาหากินได้อย่างสะดวกและยั่งยืน ให้คนไทยทุกคนมีชีวิตที่มีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และมีความมั่นคงในทุกช่วงวัย
พรรคไทยสร้างไทยขออาสาเป็นกองหน้าในการร่วมมือกันเปลี่ยนประเทศ เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง จึงขอเชิญชวนพี่น้องคนไทยทุกคนร่วมรับชมรับฟังการแถลงถึงแนวทางการเปลี่ยนประเทศของพรรคไทยสร้างไทยในวันศุกร์ที่ 9 กันยายน 2565 เวลา 9.00 -14.00น. ทางเพจเฟซบุ๊กพรรคไทยสร้างไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า
อดีตผู้พิพากษาจับไต๋พีอาร์ กกต.บอกเป็นเพียง 'ผู้พิจารณาสำนวน'
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุใสในศาลฎีกา
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทย เข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทยเข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่"
ระทึก! ไม่เกินบ่ายโมงรู้ผลชี้ชะตา พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
รู้ผลไม่เกินบ่ายโมง พ.ร.ก.4 แสนล้าน ไปต่อหรือล้มกระดาน เผยหากจะวินิจฉัยว่า ขัดรธน.ต้องมีขั้นต่ำ 6 เสียง ลุ้นมติ 9 ตุลาการศาลรธน. ออกได้สามสูตร
'ประเสริฐ' เผยเพื่อไทยเดินหน้าร่าง รธน.ใหม่ ปรับแก้ที่มา ส.ส.ร. ให้ยึดโยงประชาชนมากที่สุด
ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุมร่วม คาดว่ามีการหารือในส่วนของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทยที่มีการปรับแก้เนื้อหาในส่วนของที่มา ส.ส.ร.
'สุริยะใส' ชี้เมื่อทุกฝ่ายอยากชนะ 'รัฐธรรมนูญ' กลายเป็นสนามรบ ไม่ใช่กติกากลาง
สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของปัญหาการเมืองไทยที่ลึกกว่ารัฐธรรมนูญ เพราะแม้ยังไม่ได้เริ่มร่างฉบับใหม่อย่างจริงจัง แต่แต่ละฝ่ายก็เริ่มขีดเส้นเงื่อนไขและข้อจำกัดของตนเองแล้ว

