ฝ่ายค้านโวยลั่น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล-ส.ว. เล่นเกมตุกติก ไม่ใช้สิทธิ์อภิปรายแก้รธน.

6 ก.ย.2565 - ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม 4 ฉบับในคราวเดียวกัน โดย 3 ร่างแรกที่เสนอแก้ไข มีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะเป็นผู้เสนอ ประกอบด้วย 1.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา43 เกี่ยวกับสิทธิบุคคลและชุมชน 2.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 3 สิทธิเสรีภาพปวงชนชาวไทย กรณีคุ้มครองสิทธิประกันตัวคดีอาญา (เพิ่มมาตรา 25 วรรคห้า แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 29 เพิ่มมาตรา 29/1 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 34 มาตรา 44 มาตรา 45 มาตรา 47 และมาตรา 48 )

3.ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 159 วรรคหนึ่ง และมาตรา 170 วรรคสอง นายกรัฐมนตรีต้องมาจากส.ส. และความเป็นนายกฯสิ้นสุดเมื่อสมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลง

สำหรับร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 เป็นร่างกฎหมายของภาคประชาชนเข้าชื่อกัน โดยมีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 64,151 คน เป็นผู้เสนอ ขอแก้ไขมาตรา 272 ตัดอำนาจส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี


เวลา 13.40 น. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ถ้าแก้ไขมาตรา272 ไม่ได้ การเลือกตั้งครั้งต่อไปก็หมดความหมาย การแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านที่ผ่านมา มีส.ว.ร่วมสนับสนุน 56คน ขาดเสียงส.ว.อีกเพียง 28 เสียงเท่านั้นมาเติมเต็ม สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปขณะนี้ คงได้ไตร่ตรองกันใหม่หันมาโหวตเห็นด้วย ผู้นำที่ปล้นอำนาจ ไร้ความสามารถ อย่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความยุติธรรมในประเทศมีจริง ศาลสถิตยุติธรรมควรเปิดเครื่องประหารหัวสุนัขเตรียมรอได้แล้ว ทุกวันนี้พล.อ.ประยุทธ์พยายามแสวงหาอภินิหารทางกฎหมาย ดันทุรังให้ตัวเองเป็นนายกฯต่อหลัง 8ปี เสพติดอำนาจอย่างไม่ละอาย

"ขอเรียกร้องให้ส.ว.กลับมายืนข้างประชาชน มีเกียรติยศศักดิ์ศรีมากกว่าเป็นนั่งร้านให้ทรราชย์สืบทอดอำนาจต่อ สิ่งที่ส.ว.บางคนบอกว่านายรังสิมันต์ โรม ใช้หนี้กยศ.ยังไม่หมด ขอถามว่า ส.ว.ใช้หนี้บุญคุณคสช.ครบหรือยัง" นางอมรัตน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปราย 2 ชั่วโมงแรก มีเพียงส.ส.ฝ่ายค้านขึ้นมาอภิปรายฝ่ายเดียว ไม่มีส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและส.ว.ส่งชื่อมาอภิปรายสลับแม้แต่คนเดียว ทำให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท้วงติงว่า ฝ่ายค้านขอใช้เวลาอภิปรายวันที่ 6 ก.ย. 3 ชั่วโมง หากครบ 3 ชั่วโมง ถ้าส.ส.รัฐบาลและส.ว.ไม่ใช้สิทธิอภิปรายในวันที่ 6 ก.ย. ขอให้พักประชุม เพื่ออภิปรายต่อวันที่ 7 ก.ย.

ขณะที่นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวเสริมว่า มีเรื่องไม่ปกติ เพราะ ส.ว.ไม่ยอมเสนอชื่อ ไม่รู้เป็นเกมการเมืองหรือไม่ที่ไม่ยอมอภิปราย เพื่อจะอภิปรายตลบหลังวันที่ 7 ก.ย.เพียงฝ่ายเดียว ถ้าเป็นเช่นนี้ถือว่า เล่นเกมเกินเหตุ ให้ปิดประชุมไปเลย ทำให้บรรยากาศเริ่มตึงเครียด จนนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เสนอพักประชุม ให้วิป 3 ฝ่ายไปหาทางออก

ด้าน น.ส.ภาดาห์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า หากไม่มีส.ส.รัฐบาลและส.ว.อภิปราย ขอให้พักประชุม เพื่ออภิปรายต่อในวันที่ 7 ก.ย.

แม้นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม พยายามควบคุมการประชุมโดยขอให้วิป 3 ฝ่ายไปหารือกันเพื่อหาทางออก แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน ว่าจะมีส.ส.ฝ่ายรัฐบาลหรือส.ว.อภิปรายหรือไม่ ในที่สุดนายพรเพชร ขอให้ฝ่ายค้านอภิปรายไปก่อน หากไม่มีผู้อภิปรายแล้ว จะสั่งพักประชุม ไปอภิปรายต่อในวันที่ 7 ก.ย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ธนพร' ชี้รัฐบาลเสถียรภาพแน่น ตัวเลขเศรษฐกิจเข้มแข็ง ไม่จำเป็นต้องสร้างแรงกระเพื่อม

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง วิเคราะห์กระแสข่าวเกี่ยวกับสถานะของพรรคกล้าธรรม ภายหลังเกิดความขัดแย้งภายในพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับเสถียรภาพของรัฐบาล และรัฐบาลยังไม่มีความจำเป็นต้องดึงพรรคการเมืองอื่นมาเพิ่มเสียงสนับสนุนในสภา

'วัน' ถึงกับอึ้ง! เกิดมาเพิ่งเคยเห็น ขับกล้าธรรมพ้นฝ่ายค้าน

นายวัน อยู่บำรุง อดีต สส.กรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังมีความเคลื่อนไหวปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือวิ

เกาเหลาฝ่ายค้าน! 'ปิยวัฒน์' กร้าว! 'กล้าธรรม' มีศักดิ์ศรี โวยอย่าเล่นการเมืองเยอะ

นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก ในฐานะกรรมการวิปฝ่ายค้านในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม กล่าวแสดงจุดยืนในการทำงานของพ

'ภราดร' ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ่อยื่นซักฟอก ครม. พร้อมแจงทุกข้อกล่าวหา

'ภราดร' ไม่รู้ฝ่ายค้านจ่อซักฟอกตามมาตราไหน เรื่องอะไร ลั่น ครม.ทุกคนพร้อมแจงทุกข้อกล่าวหา ยันปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา

14ก.ย.ชี้ชะตา 'กระดานการเมือง' คดีฮั้ว สว.กำหนดทิศทางประเทศ

วันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ ถือเป็นวันที่กำหนดทิศทางการเมืองของประเทศไทยอีกครั้ง หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะวินิจฉัยและลงมติคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)