'นิด้าโพล' เผยคนภาคกลางเลือก 'อุ๊งอิ๊งค์ - พิธา' ชิงเก้าอี้นายกฯ บิ๊กตู่มาอันดับ 3

14 พ.ย. 2565 – ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนภาคกลาง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 2-5 พฤศจิกายน 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคกลาง (จังหวัดในภาคกลาง ประกอบด้วย ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร) กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,002 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนภาคกลาง การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนภาคกลางจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 24.18 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะ ต้องการให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ชื่นชอบอุดมการณ์ของพรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคทำได้จริง ขณะที่บางส่วนระบุว่า ศรัทธาในตระกูลชินวัตร อันดับ 2 ร้อยละ 16.73 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ มีวิสัยทัศน์ในการบริหารประเทศ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบอุดมการณ์ของพรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 16.23 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะ เป็นคนซื่อสัตย์ สุจริต มีประสบการณ์ด้านการบริหาร ชื่นชอบผลงานของรัฐบาล

ในปัจจุบัน และทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ อันดับ 4 ร้อยละ 13.54 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 7.04 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะ เป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง มีความซื่อสัตย์สุจริต และชื่นชอบวิธีการทำงาน อันดับ 6 ร้อยละ 6.19 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะ เป็นคนมีประสบการณ์ด้านการบริหาร ชื่นชอบนโยบายของพรรคไทยสร้างไทย ชื่นชอบผลงานในอดีตที่ผ่านมา และต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ อันดับ 7 ร้อยละ 3.10 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) เพราะ เป็นคนมีความรู้ด้านเศรษฐกิจ เป็นคนมีความมุ่งมั่นในการทำงาน และมีประสบการณ์ด้านการบริหาร อันดับ 8 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ เป็นคนพูดจริงทำจริง และชื่นชอบนโยบายของพรรคภูมิใจไทย อันดับ 9 ร้อยละ 1.80 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 10 ร้อยละ 1.60 ระบุว่าเป็น

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) เพราะ ชื่นชอบพรรคชาติไทยพัฒนา และชื่นชอบผลงานของตระกูลศิลปอาชา อันดับ 11 ร้อยละ 1.50 ระบุว่าเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) เพราะ มีประสบการณ์ด้านการบริหาร เป็นคนที่พูดจริงทำจริง และชื่นชอบพรรคเพื่อไทย อันดับ 12 ร้อยละ 1.35 ระบุว่าเป็น ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (พรรคสร้างอนาคตไทย) เพราะ เป็นคนมีความรู้ด้านเศรษฐกิจ มีวิสัยทัศน์ และมีประสบการณ์ด้านการบริหาร อันดับ 13 ร้อยละ 1.30 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะ มีประสบการณ์ด้านการบริหาร และชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 14 ร้อยละ 1.19 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพราะ เป็นคนมีความรู้ ความสามารถ ชื่นชอบแนวคิดและทัศนคติในการทำงาน และร้อยละ 2.20 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์) นายเศรษฐา ทวีสิน นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนากล้า)

เมื่อพิจารณาบุคคลที่คนภาคกลางจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี 5 อันดับแรก เมื่อจำแนกตามกลุ่มจังหวัดของภาคกลาง พบว่า

  1. กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน อันดับ 1 ร้อยละ 22.04 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2 ร้อยละ 20.07 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 3 ร้อยละ 19.53 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 4 ร้อยละ 9.50 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) ในสัดส่วนที่เท่ากัน และอันดับ 5 ร้อยละ 6.45 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)
  2. กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล อันดับ 1 ร้อยละ 24.97 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) อันดับ 2 ร้อยละ 21.78 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 15.80 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 4 ร้อยละ 12.62 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และอันดับ 5 ร้อยละ 5.84 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)
  3. กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 อันดับ 1 ร้อยละ 26.91 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2 ร้อยละ 15.06 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 3 ร้อยละ 13.83 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) อันดับ 4 ร้อยละ 7.41 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) และอันดับ 5 ร้อยละ 6.42 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)
  4. กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 อันดับ 1 ร้อยละ 30.77 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2 ร้อยละ 20.98 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 3 ร้อยละ 13.29 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) อันดับ 4 ร้อยละ 6.29 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) และอันดับ 5 ร้อยละ 5.60 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย)

สำหรับพรรคการเมืองที่คนภาคกลางมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.42 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 19.98 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 13.99 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 4 ร้อยละ 10.54 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 5 ร้อยละ 7.54 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 3.80 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 7 ร้อยละ 3.19 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 8 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 9 ร้อยละ 2.45 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย และร้อยละ 3.59 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคสร้างอนาคตไทย ไม่ตอบ/ไม่สนใจ พรรคกล้า พรรคไทยภักดี พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคเทิดไท พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคเศรษฐกิจไทย

เมื่อพิจารณาพรรคการเมืองที่คนภาคกลางมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต 5 อันดับแรก เมื่อจำแนกตามกลุ่มจังหวัดของภาคกลาง พบว่า

  1. กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน อันดับ 1 ร้อยละ 32.08 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 24.01 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 16.49 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 4 ร้อยละ 10.04 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ และอันดับ 5 ร้อยละ 4.84 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย
  2. กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล อันดับ 1 ร้อยละ 28.55 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 27.09 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 16.07 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 4 ร้อยละ 9.83 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ และอันดับ 5 ร้อยละ 4.25 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  3. กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 อันดับ 1 ร้อยละ 37.78 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 15.06 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 11.85 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 4 ร้อยละ 11.11 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ และอันดับ 5 ร้อยละ 10.12 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ
  4. กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 อันดับ 1 ร้อยละ 35.66 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 18.53 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 3 ร้อยละ 15.03 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 4 ร้อยละ 13.99 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ และอันดับ 5 ร้อยละ 3.85 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย

ด้านพรรคการเมืองที่คนภาคกลางมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.57 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 19.83 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 14.28 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 4 ร้อยละ 10.49 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 5 ร้อยละ 7.14 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 3.69 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 7 ร้อยละ 3.10 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 8 ร้อยละ 2.65 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 9 ร้อยละ 2.40 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 10 ร้อยละ 1.15 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนากล้า และร้อยละ 2.70 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคกล้า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ พรรคไทยภักดี พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเศรษฐกิจไทย พรรคเทิดไท พรรคประชาชาติ และพรรคเศรษฐกิจใหม่

เมื่อพิจารณาพรรคการเมืองที่คนกลางมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 5 อันดับแรก เมื่อจำแนกตามกลุ่มจังหวัดของภาคกลาง พบว่า

  1. กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน อันดับ 1 ร้อยละ 31.54 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 25.27 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 16.67 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 4 ร้อยละ 10.04 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ และอันดับ 5 ร้อยละ 4.48 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย
  2. กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล อันดับ 1 ร้อยละ 28.55 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 26.56 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 16.60 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 4 ร้อยละ 9.83 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ และอันดับ 5 ร้อยละ 3.99 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  3. กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 อันดับ 1 ร้อยละ 39.26 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 14.82 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 11.85 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 4 ร้อยละ 10.62 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ และอันดับ 5 ร้อยละ 10.12 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ
  4. กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 อันดับ 1 ร้อยละ 35.66 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 17.13 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 3 ร้อยละ 15.38 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 4 ร้อยละ 13.64 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ และอันดับ 5 ร้อยละ 4.19 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

โพลชี้คนใต้ส่วนใหญ่หนุน 'แลนด์บริดจ์' แต่กังวลปัญหาสิ่งแวดล้อม

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2569

รัฐบาลปลื้ม! ช่วยค่าครองชีพเสียงตอบรับดี จ่ออุ้มค่าไฟ ลุยไทยช่วยไทยพลัส

รัฐบาลติดตามความเห็นประชาชน หลัง 'นิด้าโพล' ชี้ 12 มาตรการช่วยค่าครองชีพ เสียงตอบรับดี เตรียมเสริม 'ค่าไฟ–ไทยช่วยไทย พลัส' เริ่ม มิ.ย.นี้

นิด้าโพลเผยคนส่วนใหญ่พอใจ มาตรการช่วยค่าครองชีพของรัฐบาล

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “พอหรือเปล่า มาตรการช่วยค่าครองชีพ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20 - 21 เมษายน 2569