โป๊ะแตก! 'จเด็จ' จับโกหก 'ปิยบุตร' กลางสภาปมปลดล็อกท้องถิ่นชี้ 'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' โดนเต็มๆ

'จเด็จ' จับโกหก 'ปิยบุตร' ชงยกเลิกกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชี้ เสนอปลดล็อกกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ขัด รธน. 5 มาตรา เจอข้อหาหนัก แบ่งแยกดินแดง-เปลี่ยนแปลงการปกครอง

30 พ.ย.2565 - นายจเด็จ อินสว่าง สมาชิกวุฒิสภาอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ....ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้ากับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 76,591 คนเป็นผู้เสนอ ว่าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่เป็นการลอกเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ในร่างแก้ไขที่เสนอโดยเพิ่มเติมมาคือ มาตรา 4 ให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำแผนยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งหมายถึง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ ดังนั้นที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้นำเสนอระบุว่าไม่ยุ่งกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นจึงไม่จริง แต่พูดเพื่อไม่ให้เสียเสียงสนับสนุน ต่อมากำหนดให้ทำประชามติยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค อย่างไรก็ดีทราบว่ามาตรา 4 ไม่ผ่านการรับฟังความเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77

นายจเด็จ อภิปรายต่อว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ปลดล็อก แต่ลอกมาเขียนให้สวยหรู โดยมองว่านัยยะของการเสนอเพื่อโหนกระแสสร้างกระแสหาเสียง เหมือนอย่างที่ ส.ว.บางคนบอกว่าเป็นความคิดแบบสุดโต่ง ทะลุดิน ทะลุแก๊ส ทะลุวัง ไม่เป็นประโยชน์ประชาชน ซึ่งสิ่งที่ลอกมา 6 มาตรา หากขยายทำให้รัฐบาลทำเต็มที่จริงจังสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานการปฏิบัติได้จริง รู้กาละเทศะ วุฒิภาวะและสอดคล้องกับกาลเวลา

นายจเด็จ อภิปรายตั้งข้อสังเกตด้วยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องการปกครองท้องถิ่นจะสนับสนุนให้คนทำผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พ.ย. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่าหากเป็นรัฐบาลจะยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค จัดเลือกตั้งนายกจังหวัด และสมาชิกพรรคก้าวไกลเสนอทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ผ่านการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ และวันนี้นายธนาธร และนายปิยบุตร เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่แปลกใจว่ามีความสอดคล้องแบบมีลับลมคมนัย

“ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้รับไม่ได้ เพราะมีลักษณะขัดกันแห่งผลประโยชน์ และทำผิดรัฐธรรมนูญ อย่างน้อย 5 มาตรา คือ มาตรา 1 ว่าด้วยการแบ่งแยกราชอาญาจักร หากให้ท้องถิ่นมีความอิสระในหลายรูปแบบ รวมถึงมาตรา 2 ว่าด้วยการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรา 5 ที่รับรองให้รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด บทบัญญัติหรือการกระทำใดที่ขัดหรือแย้งเป็นอันใช้ไม่ได้ มาตรา 77 คือการรับฟังความเห็นประชาชนที่ผมบอกแล้วว่าประเด็นเลิกราชการส่วนภูมิภาคไม่ได้รับฟังความเห็น และมาตรา 255 ว่าด้วยข้อห้ามแก้รัฐธรรมนูญที่มีผลเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ ดังนั้นสิ่งที่ทำนี้คือการสนับสนุนคนทำผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่”นายจเด็จกล่าว

จากนั้น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ขอใช้สิทธิ์ถูกพาดพิงปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายจเด็จ ว่าไม่เป็นความจริง และยืนยันไม่มีความคิดยกเลิกส่วนราชการ เราพูดชัดเจนมาโดยตลอดว่าเรื่องนี้ต้องมีการทำประชามติสอบถามประชาชนเสียก่อน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลเลื่อนนัดตรวจหลักฐาน คดี 'สว.อุปกิต' สมคบค้ายา-ฟอกเงิน

ศาลอนุญาตเลื่อนนัด ตรวจหลักฐานคดีกล่าวหา 'สว.อุปกิต' สมคบค้ายาเสพติด-ฟอกเงิน 22 เม.ย. เหตุยังคัดถ่ายเอกสารคดีทุนมินลัตไม่ได้ เจ้าตัวมั่นใจบริสุทธิ์ ขู่ฟ้องกลับกราวรูด

กกต. เปิดไทม์ไลน์เลือก สว. เต็มรูปแบบ คาดผู้สมัครทะลุแสนคน

'ปธ.กกต.' ติวเข้มสื่อรับการเลือก สว. เต็มรูปแบบ หลังชุดปัจจุบันสิ้นสุด 10 พ.ค. คาดมีผู้สมัครแสนคน ย้ำศึกษาระเบียบ-คุณสมบัติก่อนลงสนาม เตือนพรรคการเมืองอย่าจุ้น

'ก้าวไกล' ไม่ยื่นซักฟอก 'รัฐบาล' เกรงใจหรือกลัวถูกย้อนเกล็ด?

จากการกลับคำของ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ว่า "ซักฟอกที่เป็นอภิปรายไม่ไว้วางใจโอกาสมีน้อยมากจริงๆ เพราะรัฐบาลก็เพิ่งมา ยังไม่ได้ใช้งบประมาณที่ตนเองเป็นคนทำเลยแม้แต่บาทเดียว ทำให้ยังไม่มีประเด็นใหญ่มากที่จะเปิดอภิปราย ถ้าเปิดแล้วไม่มีคุณภาพ ไม่เปิดดีกว่า ควรใช้เมื่อเหมาะสม"

เปิดรายงานสภาสูง ชี้พฤติการณ์จาบจ้วงสถาบันฯ ทวีรุนแรง เข้าข่ายภัยมั่นคง

เปิดรายงาน กมธ. สภาสูง ชี้พฤติการณ์จาบจ้วงล่วงละเมิดต่อสถาบันฯ นับวันยิ่งทวีความรุนแรง เข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคง ย้ำมีการทำเป็นกระบวนการ หวั่นเกิดผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม