พรรคเล็กนัด 30 พ.ค. ฟ้องศาลปกครอง ปูด 'กกต.' เพิ่มคะแนนปาร์ตี้ลิสต์เอื้อพรรคใหญ่

3 พรรคเล็กนัด 30 พ.ค. ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ขอไต่สวนขอคุ้มครองชั่วคราว หลังอ้างพบความไม่ชอบมาพากล กรณีผลคะแนนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ กังขาดีดตัวเลขเกินจริงช่วยพรรคใหญ่สูง เตือนระวังเลือกตั้งถูกล้มกระดาน

27 พ.ค.2566 - จากรณีพรรคขนาดเล็กประกอบด้วย 1.พรรคพลัง 2.พรรคเพื่อชาติไทย 3.พรรคแรงงานสร้างชาติ เตรียมดำเนินการฟ้องร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ต่อศาลปกครอง ด้วยมีหลักฐานและเชื่อว่ากกต.มีการรวมคะแนน และคำนวณจำนวนส.ส. บัญชีรายชื่อ ที่แต่ละพรรคได้รับนั้น มีความผิดปกติ ไม่โปร่งใส ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

เป็นเรื่องแล้ว! 3 พรรคเล็กจ่อฟ้องศาลปกครอง โวย 'กกต.' บวกเพิ่มคะแนนพิศดาร

ล่าสุดแหล่งข่าวจากพรรคเล็ก อ้างว่าได้รับข้อมูลจากผู้ประสงค์ดี ส่งข้อมูลให้ ว่าการเพิ่มจำนวนบัตรดีเข้าไปกว่า 2 แสนคะแนน มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ทำให้เจ้าหน้าที่คีย์ข้อมูลตัวเลขให้สูง เพื่อปัดคะแนนทศนิยมปัดเศษเพิ่มคะแนนให้พรรคการเมืองใหญ่ เกรงว่าจะผิดกฎหมาย จึงนำส่งข้อมูลให้กับทางพรรคเล็ก

แหล่งข่าว อ้างอีกว่า ได้มีการพยายามคัดค้านกันแล้ว แต่ไม่เป็นผล ทั้งยังมีบางคนปรามาส 3 พรรคเล็กไม่มีมือกฎหมาย และจะไม่มีใครมาร้องเรียนในการทุจริตครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องใหญ่ลุกลาม จนนำไปสู่การผนึกกำลังกันตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อใช้สิทธิทางศาลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และจะมีความผิดเกี่ยวกับ การกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้นด้วย"

ทั้งนี้ก่อนการประกาศผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการนั้น พรรคการเมืองทั้ง 3 พรรค คือพรรคพลัง พรรคเพื่อชาติไทย และพรรคแรงงานสร้างชาติ คิดคะแนนเฉลี่ยทศนิยมซึ่งเป็นสูตรที่ กกต.ประกาศวิธีคิดคำนวน และประกาศให้พรรคการเมืองทราบล่วงหน้าและปิดประกาศไว้ ได้ที่นั่งจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคละ 1 ที่นั่ง

แหล่งข่าวอ้างข้อมูลว่า มีการเปลี่ยนผลคะแนนกลางคัน ภายหลังวันที่ 23 พ.ค. 2566 โดยดีดตัวเลขผลคะแนนเพิ่ม 507,227 คะแนน บิดเบือนผลตามความเป็นจริงไป จำนวน 297,149 คะแนน เพื่อตัดจุดคะแนนทศนิยม ทั้งที่พิจารณาผลคะแนนตามความเป็นจริง จะมีพรรคที่ได้ ส.ส. จำนวน 4 พรรค คือ พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 1 ที่นั่ง พรรคพลัง จำนวน 1 ที่นั่ง พรรคเพื่อชาติไทย จำนวน 1 ที่นั่ง และพรรคแรงงานสร้างชาติ จำนวน 1 ที่นั่ง

แหล่งข่าวจากพรรคขนาดเล็ก ระบุว่า หากทำกันแบบนี้ ก็ไม่ต้องเกรงใจกัน จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวง เพื่อใช้สิทธิทางศาลทุกช่องทาง โดยอยู่ระหว่างให้ทีมกฎหมายร่างคำฟ้อง ร่างคำร้องคุ้มครองชั่วคราวเพื่อใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองและขอคุ้มครองชั่วคราว หากศาลปกครองคุ้มครองมีคำสั่งชั่วคราว จะทำให้ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้งไม่ได้ ส่งผลให้รัฐบาลพิธา ที่กำลังฟอร์มทีมรัฐบาลจะหยุดชะงักตามไปด้วย

"จะเป็นการลุกลามบานปลายทางการเมือง และหากถึงขั้นล้มกระดานการเลือกตั้ง นำไปสู่กลเกมทางการเมืองต่างๆตามมา  ที่กกต.จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง หากผลการเลือกตั้งตกเป็นโมฆะ ทั้งคดีอาญาคาดหมายว่าจะตามมาเป็นพรวน" แหล่งข่าวกล่าว และว่าภายในวันที่ 30 พ.ค.นี้ทางพรรคเล็กจะยื่นฟ้องกกต. ต่อศาลปกครอง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สว. รุมอัด กกต. รายงานผลจัดเลือกตั้ง อ้างโปร่งใส สวนทางประชาชนพูดตรงกัน 'อย่ามาแหวง'

ที่ประชุมวุฒิสภา พิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2567 ตามมาตรา 22 (8) แห่งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ 2560

เลขาฯกกต. รับจัดเลือกตั้ง 69 เกิดข้อผิดพลาด ฟุ้งนำกล้องวงจรปิดติดทุกหน่วยเลือกตั้ง

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการถอดบทเรียนการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ว่า ทาง กกต.ได้ถอดบทเรียนแล้ว มีทั้งสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น สิ่งที่ประชาชนสงสัย และสิ่งที่ กกต.เห็นเอง โดยทั้งสองเรื่องนี้ แต่ที่ยืนยันได้คือ ระบบเลือกตั้งของเราแข็งแกร่งมาก ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครที่จะสามารถเข้ามาแทรกแซงหรือบอกให้ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรได้

กกต. ส่งบัญชีพยาน 11 คน ถึงมือศาลรธน. สัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติส่วนตัว

กกต. เตรียมยื่นบัญชีพยาน 11 คน สู้คดีคิวอาร์โค้ด ถึงมือศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติพยาน ยันทาบทามเหตุเชี่ยวชาญกฎหมายมหาชน เชื่อศาลเน้นที่ข้อมูลไม่ใช่ตัวบุคคล

พึ่งศาลฎีกา! สว.เทวฤทธิ์ยื่นหนังสือเบรกตั้ง 'ตุลาการศาล รธน.-กกต.'

'สว.เทวฤทธิ์' ยื่นหนังสือถึง ปธ.ศาลฏีกา ขอคณะกรรมการสรรหาฯ ชะลอการคัดเลือกตุลาการศาลรธน.-กกต. เหตุยังไร้ผู้นำฝ่ายค้านพร้อมระวังผลประโยชน์ทับซ้อนกรณี 138 สว. ถูกสอบสวน

อดีตผู้พิพากษากระเทาะระบบยุติธรรมกรณียกฟ้อง 'กกต.' คดีฮั้วสว.

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความระบุว่า  “ยกฟ้องเพราะไม่มีอำนาจฟ้อง”: เมื่อกระบวนการยุติธรรมปิดประตูตั้งแต่หน้าศาล — บทเรียนจากคดีฟ้อง กกต. กรณีฮั้วเลือก สว.