
พรรคกล้า ลงพื้นที่เปิดตัว “ผู้กำกับหนุ่ย” ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 1 ชุมพร เผยเป็นคนที่มีอุดมการณ์สูง ไม่ใช่ลูกเจ้าพ่อไม่ใช่ลูกนักการเมืองไม่ใช่ลูกนักธุรกิจ แต่มีหัวใจรักความถูกต้อง แฉ 5 เสือกำหนดราคายางพาราภาคใต้ มีชาวบ้านร่วมฟังเนืองแน่น
19 ธ.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 17.00 -22.00 น. ของวันที่ 18 ธันวาคม 2564 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล รองหัวหน้าพรรค และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรค พร้อมคณะ ได้เปิดตัว พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ “ผู้กำกับหนุ่ย” หรือ “อัศวินชุมพร” ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 1 ชุมพร โดยมีประชาชนกว่า 2 พันคน มารับฟังการปราศรัยและเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคกล้า ในครั้งนี้
โดย นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ได้ขึ้นขึ้นเวทีเปิดตัวแนะนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ชุมพร ต่อประชาชนชาวอำเภอเมืองชุมพร และอำเภอสวี ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคได้ส่ง พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ หรือผู้กำกับหนุ่ย คนหนุ่มที่มีความมั่นใจสูงเดินทางไปพบผมและแนะนำตัวบอกว่าพร้อมลง สส.เขต 1 ชุมพร ซึ่ง พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ เป็นคนที่มีอุดมการสูงไม่ใช่ลูกเจ้าพ่อไม่ใช่ลูกนักการเมืองไม่ใช่ลูกนักธุรกิจแต่มีหัวใจรักความถูกต้อง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19
นายกรณ์ ได้กล่าวถึงเรื่องราคายางพาราซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ ว่าปัญหาคือมีกลุ่มนายทุน 5 เสือ เป็นผู้กดราคายางพาราในภาคใต้ เนื่องจากว่ามีการขายยางพาราล่วงหน้าในราคากิโลกรัมละ 60 บาท จึงได้ทำการกว้านซื้อในราคาที่ต่ำกว่า 50 บาท เพื่อป้อนตลาดโลกฟันกำไร มีผลประโยชน์ให้นักการเมืองที่หนุนหลัง จึงทำให้ยางพาราไม่สามารถมีราคาสูงขึ้นไปกว่านี้ ตนอยากให้ดูตัวอย่างสหกรณ์บ่อทอง จังหวัดชลบุรี ที่สามารถส่งออกยางพาราไปยังผู้ผลิตยางรถยนต์ในต่างประเทศโดยตรงได้ในราคาที่สูงกว่า โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางซึ่งกำไรจะตกกับสมาชิกของสหกรณ์ทุกคน สหกรณ์มีความเข้มแข็งมีความรู้เชี่ยวชาญด้านยางพาราตอนนี้ได้กว้านซื้อยางพาราในภาคตะวันออกและภาคอีสานเพื่อส่งออกไปยังตลาดโลก ประสบความสำเร็จมาก
ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยและนำตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ชุมพร นายกรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า วันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี มีประชาชนตื่นตัวมารับฟังการเปิดตัวของพรรคกล้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนมาฟังมากมายขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าประชาชนต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองว่าต้องเปลี่ยนแปลง ประชาชนเดือดร้อนอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น วิธีเดียวที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนคือการเลือก ส.ส. ของพรรคกล้า คือ พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ ผู้กำกับหนุ่ย ที่มีความเชื่อมั่นในผู้สมัครของพรรคที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอดในช่วงโควิดที่ผ่านมา นี่คือลักษณะคนที่พรรคกล้าต้องการ
ด้าน พ.ต.อ. ทศพล โชติคุตร์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ชุมพร พรรคกล้า กล่าวว่าก่อนจะมาสนใจลงสนามการเมืองตนเคยเป็นนายตำรวจเคยจับกุมกวาดล้างแก๊งขบวนการลักลอบไม่พยูงและแก๊งพวกนี้เคยเสนอติดสินบนตน แต่ตนไม่สนและได้วางแผนตลบหลังจับกุมดำเนินคดีอีกด้วย เพราะตนยึดมั่นในอุดมการณ์และความถูกต้องเป็นธรรมในบ้านเมือง และการเปิดตัวในครั้งนี้ตนไม่คิดว่าประชาชนจะให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ตนมีความมั่นใจที่จะขับเคลื่อนการเมืองและออกพบปะช่วยเหลือให้ความรู้ด้านการเมืองกับประชนต่อไป เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชป. กังวลคำวินิจฉัยศาล รธน. จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ รัฐบาลกู้เงินในภาวะปกติ
'ประชาธิปัตย์' น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยอมรับเป็นเรื่องยากจะตีความในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังติดใจจะติดตามการใช้เงินส่วน ที่ 2 เหตุยังไม่มีรายละเอียดชัดในการทำงบ ปี 70
'กรณ์' ตั้งคำถาม 'ดีลแบบไหน' คุ้มค่ากับการลงทุน 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับประชาชน
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ยื่นญัตติด่วน เสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการลงทุน Data Center ขนาดใหญ่ เพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุน พร้อมคุ้มครองทรัพยากรและผลประโยชน์ของประชาชนคนไทย มีเนื้อหาดังนี้
'รัชดา' สวน 'กรณ์' อย่าใช้อคติ-ให้ข้อมูลไม่ครบ ชี้ลดราคาน้ำมันครั้งใหญ่จากมาตรการรัฐบาล
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่ชัดเจน และเกรงใจกลุ่มทุนมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชนว่า หากคำวิจารณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากอคติ ก็สะท้อนว่ายังได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน เพราะข้อเท็จจริงคือรัฐบาลได้ใช้ทุกช่องทางและทุกเครื่องมือทางกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

