'กิตติรัตน์' ปลอบ ปชช. ตั้งอนุฯศึกษาเงินดิจิทัล ไม่ย้อนกลับจุดเริ่มต้น

‘กิตติรัตน์’ เชื่อตั้งอนุฯศึกษาดิจิทัลวอลเล็ต ไม่กลับไปสู่จุดเริ่มต้น ชี้เพื่อความรอบคอบ ขอประชาชนสบายใจได้

16 ก.พ. 2567 – ที่รัฐสภา นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 กล่าวถึง กรณีที่รัฐบาลตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาศึกษาโครงการดิจิตอลวอลเล็ต โดยใช้เวลาพิจารณาอีก 30 วันจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการยื้อเวลา ว่า ในหลักการโครงการไม่ได้เสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะดำเนินการต่อในส่วนนี้ด้วยการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน ทาง กมธ.งบฯ จึงไม่มีข้อมูลในส่วนนี้

อย่างไรก็ตาม คิดว่าการที่รัฐบาลตั้งอนุฯ ขึ้นมา เพื่อให้เกิดความรอบคอบเป็นประโยชน์ ในเรื่องของความครบถ้วนทั้งส่วนราชการและนโยบายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเหมือนกับการพิจารณางบประมาณในทุกๆ ปี ก็มีการตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา เพราะแต่ละอนุฯ จะลงในรายละเอียดของบประมาณแต่ละรายการ ฉะนั้นในเรื่องสำคัญของบ้านเมืองการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อจะศึกษาเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นขอให้ประชาชนได้สบายใจ

เมื่อถามว่า ดูเหมือนจะกลับไปเหมือนจุดเริ่มต้นหรือไม่ นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า เนื่องจากมีข้อสังเกตจากหลายหน่วยงาน ดังนั้นจะบอกว่าไปเริ่มต้นใหม่คงไม่ใช่ ถ้าบอกว่าจะไม่ถอยไปดูอีกแล้ว ก็เท่ากับว่าเราไม่ให้ความสำคัญ หน่วยงานไม่ให้เกียรติกับหน่วยงานที่แสดงความคิดเห็นมา ดังนั้นการที่จะพิจารณาให้รอบคอบก็ต้องเอาความเห็นเหล่านั้นมาพิจารณาด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' มอบรางวัลให้ อดีตนายกฯเศรษฐา ผู้ริเริ่มโครงการช่วยลดจำนวนเด็กไทยหลุดระบบการศึกษา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus Awards (TZD+) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารับรางวัลเกียรติยศเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ ในฐานะผู้ริเริ่มผลักดันโครงการ Thailand Zero Dropout ให้เป็นวาระแห่งชาติ คืนโอกาสและอนาคตให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาไทย

'เอกนิติ' แจงตัดสิทธิบัตรคนจน 9.31 ล้านราย เพื่อช่วยคนลำบากจริง งบรัฐบาลมีจำกัด

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยระหว่างร่วมคณะของนายกรัฐมนตรีเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ที่นครเซี่ยงไฮ้ ถึงประเด็นการพิจารณาและสรุปผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 ที่ตัวเลขผู้ได้รับสิทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวดจากยอดผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 18.82 ล้าน