40 สว.ส่ง 3 ชื่อพยานบุคคลถึงศาลรธน.จันทร์นี้

แฟ้มภาพ

40 สว. ส่ง 3 ชื่อพยานบุคคลถึงศาลรธน.จันทร์นี้ “สมชาย-ดิเรกฤทธิ์-ประพันธ์”แกนนำคาดไม่เกิน ก.ค.นัดลงมติชี้ชะตาเก้าอี้นายกฯ

16 มิ.ย.2567 – นายประพันธ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา แกนนำกลุ่ม 40 สว.ที่ร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมมนูญให้วินิจฉัยให้นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากการเป็นนายกรัฐมนตรี กรณีนำชื่อนายพิชิต ชื่นบาน ขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นรมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทางกลุ่ม 40 สว. จะมีการยื่นเอกสารบัญชีพยานบุคคล ส่งถึงสำนักงานเลขาธิการศาลรธน.ในวันจันทร์ที่ 17 มิ.ย.นี้ โดยจะเป็นพยานบุคคลที่ หากศาลรธน.จะมีการเปิดห้องพิจารณาคดีเพื่อไต่สวนคำร้องดังกล่าว ทางกลุ่ม 40 สว.ก็จะมีพยานบุคคลที่จะขึ้นให้ถ้อยคำ ที่ตอนนี้เบื้องต้นเท่าที่คุยกันจะมีสามชื่อที่ส่งไปคือนายสมชาย แสวงการ นายดิเรกฤทธิ์ เจนคลองธรรมและตนเอง รวมถึงอาจจะมีการส่งพยานเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติม แต่คิดว่าคงมีไม่มากแล้วเพราะส่วนใหญ่ส่งไปหมดแล้ว ซึ่งทางกลุ่ม 40 สว.นัดหารือกันในวันจันทร์เพื่อดูรายละเอียดเอกสารทั้งหมด ก่อนส่งให้ศาลรธน.ภายในไม่เกินเย็นวันจันทร์ที่ 17 มิ.ย.นี้

นายประพันธ์ กล่าวว่า คำร้องคดีนายเศรษฐา ครั้งนี้ เท่าที่ดู คิดว่าศาลรธน.คงจะมีการเปิดห้องไต่สวนคำร้องเพื่อเรียกพยานบุคคลมาให้ถ้อยคำ แต่จะไต่สวนแค่ไหน ศาลคงดูจากบัญชีพยานที่ถูกร้องคือกลุ่ม 40 สว.กับฝ่ายผู้ถูกร้องคือนายเศรษฐา นายกฯ ส่งไปก่อน โดยแม้ฝ่ายกลุ่มผู้ร้อง อาจจะยื่นชื่อไปสามคน แต่ศาลรธน.อาจให้ส่งตัวแทนเพียงคนเดียวไปขึ้นให้ถ้อยคำก็ได้ แล้วแต่ศาลรธน.จะพิจารณาว่าจะเรียกพยานมาไต่สวนให้ถ้อยคำกี่คน ซึ่งก็อาจไต่สวนกันหนึ่งครั้ง แต่อย่างมากคงไม่เกินสองนัด ดังนั้น เท่าที่ดู ก็คาดว่า ศาลรธน.คงน่าจะนัดลงมติวินิจฉัยตัดสินคดีดังกล่าวไม่เกินเดือนก.ค.นี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการมธ. ระบุไม่มีกลไกเอาผิดกกต.แบบเห็นผล เพราะรธน.60 ไม่ดี ป.ป.ช.มาจากสว.เหมือนกัน

ศ. ดร.สามชาย ศรีสันต์ ประธานบริหารหลักสูตรบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผ

ศาล รธน. เรียกเอกสารหลักฐานจาก รมว.กลาโหม เพื่อวินิจฉัยคดีต่อต้านเกณฑ์ทหารของ 'เนติวิทย์'

ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาในคดที่ กรณีพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 27 และมาตรา 45 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 31 หรือไม่ 

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.