
‘รมว.กลาโหม’ ระบุยังไม่ลงนามแก้สัญญาเรือดำน้ำจีนยังติดข้อกฎหมาย รับซื้อแบบจีทูจี ห้ามฟ้องร้อง ขณะนายกฯ สั่งละเอียด รอบคอบ และอธิบายสังคมได้ บอกไม่ได้ทัน’ยุคบิ๊กดุง’หรือไม่ มั่นใจเหล่าทัพพร้อมแจง กมธ.งบ 68 จัดซื้อเครื่องบินรบ-เรือดำน้ำ ไม่มีอะไรซับซ้อน
8 ก.ค.2567-นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(รมว.กลาโหม) ยืนยันยังไม่ได้ลงนามแก้ไขสัญญา การจัดซื้อเรือดำน้ำจีน เมื่อถามว่าติดขัดตรงไหนที่ทำให้ไม่สามารถเซ็นลงนามได้นั้น นายสุทินชี้แจงว่า คณะทำงานของ นายกรัฐมนตรี กำลังดูในขั้นตอนสุดท้ายอยู่ ก็เชื่อว่าอีกไม่นาน ตนก็จะเข้าหารือ เพราะเมื่อคณะทำงานดูเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะนัดหมายมาสรุป
ส่วนจะมีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทันเดือน ก.ค.หรือไม่ นายสุทิน ระบุว่า ยังบอกไม่ได้ แต่เราก็อยากจะทำให้เร็วที่สุด ตอนนี้ก็เร่งให้เร็ว เมื่อถามว่าจะต้องรอให้ทางกฤษฎีกาตรวจเกี่ยวกับข้อกฎหมายก่อนลงนามใช่หรือไม่ นายสุทิน ระบุว่า มีบ้างเล็กน้อย เราต้องเคลียร์ข้อกฎหมายและเตรียมคำอธิบายต่างๆต่อสังคม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ถามย้ำว่าจะต้องให้กฤษฎีกาดูข้อกฎหมาย เนื่องจากในสัญญาการจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐได้กำหนดว่าห้ามฟ้องร้องต่อกันนั้น นายสุทิน ยอมรับว่า ก็มีส่วนนี้ด้วย ซึ่งการจะเดินหน้าต่อหรือจะยกเลิก จะต้องดูว่ามีข้อกฎหมายใดประกอบบ้าง ทั้งกฎหมายเขาและกฎหมายเราด้วย รวมถึงการตีความข้อตกลง
ที่มีหลายข้อต้องตีความละเอียด
“นายกรัฐมนตรี ได้ปรารภว่าเรื่องนี้ต้องละเอียด รอบคอบ และอธิบายสังคมได้ เพราะฉะนั้นจะช้าสักนิดนึงก็ได้ แต่ว่าขอให้สมบูรณ์ ลงตัวแบบที่สุด ที่สำคัญท่านห่วงการอธิบายต่อสังคม ซึ่งการอธิบายต่อสังคมได้มีการเตรียมไว้ 2 แบบ ซึ่งออกมาแบบไหนก็เตรียมไว้แล้ว”
ส่วนการจัดซื้อเรือดำน้ำจะดำเนินการได้ทันผู้บัญชาการทหารเรือคนปัจจุบันนี้หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่แน่ใจ จริงๆ เราก็อยากให้เร็วที่สุด ก็มีเวลาอีกนานกว่าท่านจะเกษียณ อีกหลายเดือนอยู่
นายสุทิน กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการชี้แจงคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ส่วนของกองทัพในวันที่ 10 ก.ค.นี้ ว่า ไม่มีการเตรียมความพร้อม เพราะเป็นเรื่องที่ต้องทำมาทุกปี ทางกระทรวงกลาโหม โดยปลัดกระทรวงฯ และสำนักงานงบประมาณของกระทรวงกลาโหม มีประสบการณ์อยู่แล้ว ซึ่งเห็นว่าได้มีการนัดหมายไปพูดคุยกันแล้วเมื่อวันศุกร์-เสาร์ ที่ผ่านมา ยืนยันว่า มีความพร้อมในการชี้แจง
ส่วนการชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณในการจัดซื้อเรือดำน้ำและเครื่องบินรบ นายสุทินกล่าวว่าเขาก็ได้เตรียมชี้แจงเรื่องนี้ ไม่มีอะไรซับซ้อน เครื่องบินรบที่จัดซื้อก็เพราะหมดอายุ ขณะที่เรื่องเรือดำน้ำ อยู่ในขั้นตอนของการเจรจา ก็จะมีการอธิบายไปตามนี้ ซึ่งทีมที่ไปชี้แจงมีความเข้าใจในเรื่องนี้ดี สามารถชี้แจงได้ พร้อมย้ำว่า ในการจัดหาเครื่องบินรบ อันดับแรกการตัดสินใจก็ต้องฟังความเห็นของกองทัพอากาศ เพราะเป็นผู้ใช้ และบางเรื่องก็ต้องฟังความเห็นจากกระทรวง ให้ข้อคิดและข้อสังเกตเพิ่มเติมไป
ถามว่าจะนำบทเรียนในอดีตที่ให้อำนาจเหล่าทัพในการตัดสินใจมากเกินไป อย่างเช่นเรือดำน้ำ มาทบทวนหรือไม่ นายสุทิน ยอมรับว่า เรื่องเหล่านี้ถือเป็นบทเรียน เรียนรู้อยู่ตลอดซึ่งเชื่อว่า ทุกเหล่า เวลาจะจัดซื้ออาวุธ หรือ Mega project ก็ต้องระมัดระวังเรื่องที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งได้กำชับไปแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'บิ๊กดุลย์' เข้ากลาโหม บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรียกถก 'ผบ.เหล่าทัพ'
'บิ๊กดุลย์' เข้ากระทรวงกลาโหม รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ บวงสรวง 7 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เดินตรวจแถว 3 เหล่าทัพ ก่อนเรียก ผบ. หารือช่วงบ่าย
'บิ๊กดุลย์' เผยฝั่งกัมพูชายืนยันไม่ได้ตัดเชือกธงชาติไทย - รุกล้ำอธิปไตย แต่ยังไม่เชื่อทั้งหมด
ที่ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เปิดเผยถึงกรณีธงชาติไทยสูญหายจากเสาธงในพื้นที่รูปตัวยู (U) บริเว
'ครม.อนุทิน 2' ประเดิมเบี้ยว! 6 กระทู้ สว. รอเก้อ
'นายกฯ-รมต.' เบี้ยวตอบกระทู้ สว. ครั้งแรก ทั้งพลังงาน-กลาโหม -พณ.-มท.-สธ.-ศธ. อ้างติดภารกิจกันหมด
'อดุลย์' พยักหน้าดรามา 'มทภ.4' จบแล้ว ลั่นปมเขมรสร้างบังเกอร์ชิดชายแดนสระแก้ว รอฟังรายงาน
รมว.กลาโหม ตอบคำถามกรณีดรามาคำพูดพล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และมีแรงกดดันให้ย้ายออกจากตำแหน่งเรื่องนี้จบแล้ว
'บิ๊กดุลย์' แจงสภาฯ ยกระดับ 'ทหารอาสา' ให้เป็นกำลังสำคัญสร้างเสริมความมั่นคงประเทศ
"อดุลย์" แจงสภาฯ ภารกิจกลาโหม ชี้โลกผันผวน-แบ่งขั้วชัดเจน ความมั่นคงไม่ใช่แค่ภัยคุกคามทางทหาร เตรียมรับมือทุกมิติ ชี้ความมั่นคงที่แท้จริงต้องพัฒนาจัดหาอาวุธเอง ยันเดินหน้าทหารอาสา เป็นกำลังรบ-สถาบันที่สร้างคน ลั่น “เราจะทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ”
รมว.กลาโหม แนะอินฟลูฯทำคอนเทนต์ชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องไม่ทำให้ทหารกดดัน
พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า หากจะเกิดการปะทะรอบ 3 ต้องมีสิ่งบอกเหตุ ดังนั้นจึงขอให้ประชนชนอย่าวิตกกังวล แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เรียกว่า 'อินฟลูฯ' ที่ออกมาให้ข้อมูล โดยหวังยอดไลค์ และยอดผู้เข้าชม แต่ส่งผลให้ สถานการณ์ชายแดนตึงเครียด

