หนุนคุ้ยคะแนน! ขรก.15,520ราย บี้‘ปปช.’เร่งสาง

“สุทิน” หนุนคุ้ยคะแนนสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 15,520 ราย เพื่อคลายข้อสงสัยสังคม “อดีตบิ๊กดีเอสไอ” ร้องสอบสวนกลางเร่งคดี “ดิเรกฤทธิ์” จี้สิ่งที่นายกฯ ควรทำ-ไม่ทำ “หมอตุลย์” บี้ตรวจสอบหลักฐาน “ก.พ.” ผวาหนัก ยกระดับคุมสอบต้องสแกนรูป 3 ส่วนให้ตรงกัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค.2569 นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย ให้ตรวจสอบคะแนนผู้เข้าสอบแข่งขันเป็นข้าราชการท้องถิ่นที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งไปแล้ว จำนวน 15,520 รายใหม่ภายใน 3 วันว่า การรื้อฟื้นขึ้นมาตรวจสอบใหม่เป็นเรื่องที่ควรกระทำ เพราะสังคมมีความสงสัย และมีการจับทุจริตได้ขนาดนี้ จำเป็นต้องคลี่คลายเพื่อให้หายสงสัย โดยเอาที่บรรจุแล้วมาแยกแยะ คนบริสุทธิ์ต้องไม่ไปละเมิดเขา คนที่ไม่บริสุทธิ์ต้องถอดสิทธิและลงโทษ ทั้งเจ้าตัวและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

 “ที่สำคัญการตรวจสอบต้องระมัดระวัง โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมอย่างแท้จริงเกิดขึ้นให้ได้ อย่าให้มีความสงสัยค้างคาของสังคมอีก ถึงจะเดินต่อไปได้ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งกระทรวงมหาดไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ต้องทำงานนี้ให้สังคมกลับมาเชื่อถือองค์กรท่านให้ได้” นายสุทินกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.สุเทพ สัตถาผล อดีตผู้บัญชาการสำนักพัฒนาและสนับสนุนคดีพิเศษ  กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ในฐานะประชาชนคนไทยผู้ห่วงใยประเทศชาติผู้หนึ่ง ได้ไปยื่นหนังสือคำกล่าวโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 ต่อผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการสอบสวนกลาง โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้หน่วยงานแห่งนี้เร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐาน จับกุม และ/หรือขออนุมัติต่อศาลเพื่อออกหมายจับผู้กระทำความผิดกรณีเกี่ยวกับการสอบเข้ารับราชการในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่มีข่าวตามสื่อมวลชนแขนงต่างๆ และจากการแถลงข่าวของนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง และมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก 

“จนบัดนี้ ยังไม่มีผู้กระทำความผิดคนใดถูกแจ้งข้อกล่าวหาหรือถูกจับกุมแม้แต่คนเดียว จึงได้ไปยื่นหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะท่านนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าได้ทำ MOU ไว้กับหน่วยงานต่างๆ ถึง 7 หน่วยงาน ให้เร่งรัดดำเนินการตามที่ควรจะเป็น โดยพนักงานสอบสวน/ร้อยเวรได้รับหนังสือไว้แล้ว และจะได้ดำเนินการตามระเบียบต่อไป” พ.ต.อ.สุเทพกล่าว

ขณะที่ นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม  ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า สิ่งที่นายกฯ ควรทำ และไม่ควรทำ ต่อกรณีข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นนั้น สิ่งที่ไม่ควรทำ มีดังนี้ 1.พูดหรือให้สัมภาษณ์ก่อนมีข้อเท็จจริงครบถ้วน 2.รับรองความบริสุทธิ์ของผู้ใดก่อนการสอบสวนเสร็จสิ้น 3.ปล่อยให้ผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องยังปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่อาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของการตรวจสอบ และ 4.ตัดสินใจหรือประกาศแนวทางที่อาจขัดต่อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง (ที่ไม่ใช่อำนาจหรือเกินอำนาจด้วย

“สิ่งที่ควรทำ มีดังต่อไปนี้ 1.ย้ายผู้เกี่ยวข้องออกจากหน้าที่ชั่วคราว และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโดยอิสระ 2.ตรวจสอบกระดาษคำตอบของผู้สอบผ่านและผู้ขึ้นบัญชีทุกคนเทียบกับคะแนนที่ประกาศ 3.ตรวจสอบกระดาษคำตอบทั้งหมดอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ 4.หากพบการทุจริต ต้องดำเนินคดีและลงโทษผู้เกี่ยวข้องทุกระดับโดยไม่มีข้อยกเว้น และ 5.ขยายผลไปถึงผู้สั่งการ หรือผู้บงการตามพยานหลักฐาน และใช้มาตรการตามกฎหมายอย่างเต็มที่”

นายดิเรกฤทธิ์โพสต์ทิ้งท้ายว่า หลักสำคัญประชาชนไม่ได้ต้องการคำรับรองความบริสุทธิ์  แต่ต้องการการตรวจสอบที่โปร่งใส เป็นอิสระ รวดเร็ว และยุติธรรม เพื่อให้ความจริงปรากฏ และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบราชการไทยอีกครั้ง

ส่วน นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.เก็บหลักฐานจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และ สถ.ไปแล้ว เนื่องจากการสอบสวนให้เสร็จสิ้นว่ามีใครทุจริตบ้างจะใช้เวลานาน สิ่งแรกที่ ป.ป.ช.ควรทำให้เสร็จสิ้นโดยเร็วคือ การตรวจหลักฐานคะแนนสอบตัวจริงที่ ป.ป.ช.ได้จาก มศว แล้วเทียบกับที่ประกาศผู้สอบได้ของ สถ. ถ้าแตกต่างกัน ให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเรียงคะแนนให้เสร็จสิ้น แล้วให้ สถ.ประกาศผู้สอบได้ตัวจริง เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้สอบได้ตัวจริง ส่วนใครทุจริตบ้างค่อยตรวจสอบหลักฐานต่อไป

 “ยกตัวอย่าง ผอ.รร.มัธยมชื่อดังแห่งหนึ่ง ไม่ต้องการให้มีปัญหาเรื่องเด็กฝาก จึงแก้ปัญหาโดยการจ้างมหาวิทยาลัยจัดการสอบ แล้วผู้รับจ้างประกาศผล เรียงลำดับเลย รร.ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ และประกาศ เช่นเดียวกับที่กรมการปกครองจัดสอบ รร.นายอำเภอเมื่อ 2557 โดยนิด้าเป็นผู้ประมูลได้ จัดสอบที่ศูนย์ธรรมศาสตร์ 4 พันคน ตกเย็นประกาศผลสอบเลย ป้องกันการทุจริตของหน่วยงานมหาดไทย”

นพ.ตุลย์โพสต์อีกว่า TOR ของ สถ.ในการสอบครั้งนี้ 2568 มีจุดรั่วไหลคือ TOR กำหนดให้ มศว ซึ่งเป็นผู้รับจ้าง เมื่อตรวจกระดาษคำตอบ ได้คะแนนดิบมาแล้ว ให้ มศว เรียงคะแนน พร้อม scan กระดาษคำตอบลงใน Flash drive ส่งให้ สถ.เป็นผู้ประกาศ ต่างจากที่ผมเล่ามาข้างต้น ที่ให้หน่วยงานจัดสอบประกาศผลเอง จึงเป็นจุดอ่อนของ TOR ของการสอบครั้งนี้ เปิดโอกาสให้คนใน สถ.ทุจริตได้ โดยการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ 7 ธ.ค.2568 และ มศว ตรวจกระดาษคะแนน และส่งผลทาง Flash drive  แล้วทำไมถึงประกาศผลสอบช้าถึง ก.พ.2569 เอาเวลาไปทำอะไรอยู่ แถมที่ถูกจับการแก้คำตอบที่บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อ 23 มิ.ย.2569 แสดงว่า ประกาศที่ออกไป ก.พ.2569 จริงๆ สอบไม่ได้ประมาณ 3 พันคน เพิ่งมาแก้ มิ.ย.69 เพราะร้อนตัวหลังมีคนที่สอบไม่ได้ไปขอตรวจกระดาษคำตอบ

วันเดียวกัน จากปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่น ทำให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้แจ้งแก้ไขกฎระเบียบเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความรัดกุมในการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปประจำปี 2569 โดย ก.พ.ให้ผู้สอบอัปโหลดรูปถ่ายลงบนบัตรประจำตัวของผู้เข้าสอบ จากนั้นให้ปรินต์บัตรประจำตัวของผู้เข้าสอบ นำมายืนยันตัวตนก่อนเข้าห้องสอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่คุมสอบต้องตรวจสอบใบหน้าของผู้เข้าสอบกับรูปถ่ายในบัตรประจำตัวประชาชน รูปถ่ายในบัตรประจำตัวสอบและรูปถ่ายในกระดาษคำตอบ เป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ หากพบว่ารูปถ่ายของผู้เข้าสอบบนบัตรประจำตัวสอบ ไม่ใช่รูปถ่ายเดียวกันกับรูปถ่ายบนกระดาษคำตอบ จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องสอบ หรือหากตรวจพบหลังจากเปิดแบบทดสอบแล้ว จะถูกยุติการสอบทันที โดยต้องนั่งในห้องสอบจนกว่าจะหมดเวลาสอบ และจะไม่ได้รับการตรวจให้คะแนน

ส่วนกรณีที่รูปถ่ายบนบัตรประจำตัวสอบต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับรูปถ่ายบนกระดาษคำตอบ  เช่น จากชายเป็นหญิง ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ประสานงานเพื่อเชิญผู้เข้าสอบไปตรวจสอบตัวบุคคล หากเจ้าหน้าที่พบว่าไม่ใช่รูปของบุคคลเดียวกัน หรือสงสัยว่าเป็นการสวมรอยเข้าสอบ  ให้เจ้าหน้าที่ร่วมกันสอบข้อเท็จจริงและให้เขียนบันทึกถ้อยคำผู้กระทำการทุจริต ก่อนนำตัวไปแจ้งความดำเนินคดีข้อหาปลอมแปลงเอกสารราชการ และใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265 และมาตรา 268.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กแมตช์‘โปรตุเกส’ชน‘สเปน’ อาจต้องดวลกันถึงฎีกา

เข้าสู่วันที่สามของการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย เวิลด์ คัพ 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโกและแคนาดาร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ค่ำคืนวันที่ 6 กรกฎาคม หรือตรงกับเช้าตรู่วันที่ 7 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย เกมบิ๊กแมตช์ “กระทิงดุ” ทีมชาติสเปน พบกับ “ฝอยทอง” ทีมชาติโปรตุเกส ฟาดแข้งกันที่ เอทีแอนด์ที สเตเดียม เวลา 02.00 น.

พม.วอนสังคม อย่า‘เผยแพร่’ รูปเด็ก11ขวบ

ผู้ช่วยรัฐมนตรี พม.เยี่ยมพระสงฆ์ที่อาพาธจากอุบัติเหตุ เตรียมถอดบทเรียนพร้อมวอนสังคมอย่าเผยแพร่ภาพเด็กผู้ก่อเหตุ “กมธ.ศาสนาฯ” รีบปัดไม่มีความคิดสอบวินัยพระธุดงค์

‘บราซิล’พร้อมพิฆาต‘นอร์เวย์’ ‘อังกฤษ’งานยากดวลเจ้าภาพ

เข้าสู่วันที่ 2 ของการแข่งขันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ที่ 3 ชาติจากทวีปอเมริกาเหนือร่วมกันเป็นเจ้าภาพ โดยค่ำคืนวันที่ 5 กรกฎาคม หรือตรงกับช่วงเช้าตรู่วันที่ 6 กรกฎาคม