12 ก.ค.2567 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สว.กลุ่ม 6 หรือกำนันมาเรีย อดีตผู้สมัคร สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับหนังสือรับรองที่สำนักงาน กกต. ว่า ดีใจที่ได้รับเลือกเข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภา เพราะถือว่าสำเร็จมาในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ การที่มาสมัครก็เป็นความตั้งใจ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นกำนันมากกว่า 10 ปี คลุกคลีอยู่กับรากหญ้า ชาวบ้าน และเห็นปัญหา ที่ต้องการการช่วยเหลือผลักดัน และรู้สึกว่าหากมีโอกาส เนื่องจากที่ผ่านมาอยู่ในระดับล่างและฝากปัญหาขึ้นมาก็ไม่ถึง มาถึงจุดนี้เมื่อมีโอกาสทำได้ก็จะทำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเวที และในอดีตก็เคยสมัคร สส.มาแล้ว และเป็นความตั้งใจที่เคยให้สัญญาไว้กับชาวบ้าน ว่าจะช่วยในด้านใดบ้าง และการสมัคร สว. ในกลุ่มอาชีพก็สมัครได้ตรงกลุ่ม ที่ครอบครัวได้ทำฟาร์มโคเนื้อ จึงสมัครกลุ่ม 6 ปศุสัตว์ ป่าไม้ อีกทั้งพื้นที่ที่เคยดูแลก็เป็นพื้นที่ทำประมง จึงเป็นความตั้งใจที่จะเข้ามาเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้เลี้ยงสัตว์และชาวสวนมะพร้าว คาดหวังว่าจะได้ทำตามที่ตั้งใจไว้
ก่อนที่จะสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คิดว่าจะสามารถเป็นผู้แทนของชาวบ้าน ขึ้นไปในสภาเพื่อเอาปัญหาต่างๆ เข้าไปให้สภารับทราบและดำเนินการแก้ไข ช่วยเหลือ แต่วันนั้นยังไม่สำเร็จ พอมีเวที สว. ก็เลยเป็นโอกาส ว่าถ้าเราได้มีโอกาสใช้เวทีนี้ นำปัญหาเข้ามาเพื่อจะแก้ไข ประกอบกับการทำหน้าที่ของ สว. เกี่ยวกับการออกกฏหมายนิติบัญญัติ ก็เชื่อว่าส่วนนี้น่าจะมาช่วยเหลือในหลายๆ อย่างได้
ถามว่าการที่เคยลงสมัคร สส. ในนามของพรรคภูมิใจไทย การมาเป็น สว. จะถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับพรรคจะชี้แจงอย่างไร นางสาวมาเรีย กล่าวว่า คิดว่าไม่ต้องชี้แจง เพราะในการสมัคร สส. ทุกคนก็ต้องมีสังกัดพรรคการเมือง นั่นคือเรื่องอดีตของทุกคน แต่นี้คือปัจจุบันและอนาคต และด้วยระเบียบกฎหมาย ก็ระบุชัดเจนว่าผู้สมัคร สว. ทุกคนต้องไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง นั่นถือเป็นเรื่องอดีต แต่ปัจจุบันเมื่อทุกคนก้าวเข้ามาสู่เวทีนี้แล้ว ต้องดูว่าบทบาทตำแหน่งหน้าที่นี้คืออะไร เราจะสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหนตามหน้าที่นั้น ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะต้องพาดพิงไปถึงพรรคการเมืองใดๆ
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับ สว.สายสีน้ำเงิน นางสาวมาเรีย กล่าวว่าไม่เกี่ยวตัว เพราะมีความตั้งใจที่จะเข้ามาตรงนี้อยู่แล้ว และคุณสมบัติส่วนตัวกับการประกอบอาชีพ อยู่ในแวดวงการเกษตรทั้งหมด ทั้งสวนมะพร้าวและประมง จึงตอบโจทย์ที่ตัวเองจะเข้ามา และตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหา
“ไม่ได้เป็นตัวแทนใครมาสมัคร ถ้าเป็นตัวแทน เราเป็นตัวแทนของเกษตรแปลงใหญ่มะพร้าว มาหลายปี และเป็นสภาชุมชน ช่วยเหลือชาวบ้านมาก่อน รวมถึงเป็นที่ปรึกษาประมงท้องถิ่น จึงขอเป็นตัวแทนภาคประชาชนเหล่านี้” นางสาวมาเรีย กล่าว
ส่วนการเลือกผู้มาเป็นประธานและรองประธานวุฒิสภานั้น นางสาวมาเรีย กล่าวว่า ไม่ได้สนใจและยังไม่ได้คิดในขั้นต่อไป ใครจะเป็นตำแหน่งอะไร โดยสนใจแค่เรื่องของตัวเองว่า วันนี้เข้ามาเวทีนี้ และสำเร็จที่เข้ามาได้แล้ว และนึกถึงแค่ว่าตัวเองจะทำอะไรต่อไป ตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนใครจะเป็นอะไร ไม่ได้นึกต่อ และไม่ได้ดูประวัติว่าใครเหมาะสม โดยจะไปดูตอนเลือกและตัดสินใจ ยืนยันว่ายังไม่ได้รับการติดต่อจากเพื่อนสมาชิก ไม่มีคนในดวงใจ รวมทั้งไม่ขอนิยามตัวเองเป็น สว. กลุ่มใด รู้แค่เพียงจะเข้ามาทำหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ ที่ สว.จะทำได้เท่านั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาสูงเดือด! 'นันทนา' ขวางโหวตอัยการสูงสุด 'สว.กอบ' ซัดจะเข้าโลงอยู่แล้วไม่ต้องทำฝีปากมาก
ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ื 1 เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดคือนายโกวิท ศรีไพโรจน์
'วุฒิสภา' ไฟเขียว พรก.กู้เงิน 'เอกนิติ' การันตีทุกโครงการไม่มีโกง โปร่งใส ตรวจสอบได้
วุฒิสภา 135 เสียง อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน “เอกนิติ” ยืนกรานพ.ร.ก.ฉบับนี้ เป็นความจำเป็นเร่งด่วน สู้วิกฤติเศรษฐกิจโลก กางตัวเลขเศรษฐกิจไทย ไตรมาสองอ่อนแอ ขาดดุลเกือบ 6แสนล้าน เปรียบบ้านประเทศไทยหลังคารั่ว ฝนตกแต่ละทีต้องหาถังมารองน้ำ
'อ๋อย' จี้ 'กกต.' สรุปคดีฮั้วสว. ถ้าทำหลักฐานข้อสงสัยสังคมตกน้ำ อาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมา
จาตุรนต์ สะกิด กกต.รวบรวมพยานหลักฐานคดีฮั้วสว.ส่งศาลแบบตรงไปตรงมาไม่ออมมือ ถ้าตัดสินใจแบบที่ไม่สอดคล้องกับความรู้สึกของสังคมที่ต่างรับรู้ข้อมูลหลักฐาน อาจจะเกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมา
'สว.พรชัย' เหน็บโลภแต่ชุ่ย พ.ร.ก.กู้เงิน 4แสนล. พบ 9 ข้อส่อพิรุธ หวั่นเกี้ยเซียะกลุ่มทุนพลังงาน
‘สว.พรชัย’ ลั่นไม่เห็นด้วยพ.ร.ก.กู้เงิน หลังพบ 9 ข้อส่อพิรุธ เหน็บโลภแต่ชุ่ย ขอเงินเยอะแต่รายละเอียดน้อย บอก ไม่ควรเปิดช่องให้ ปชช.มองเกี้ยเซียะกลุ่มทุนพลังงาน
ระวังได้เป็นฝ่ายค้าน! 'สว.นันทนา' ซัด 'รัฐบาล' ถ้าคิดตื้นกู้เงินใช้ไม่คุ้มค่า เจอวิกฤตเศรษฐกิจแน่
'สว.นันทนา' ซัด 'เงินกู้ 2 แสนล้าน' เปลี่ยนผ่านพลังงาน เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ดัน โซลาร์รูฟท็อปเอื้อคนรวยไม่ไหว ปชช.จนไม่รอด ขู่ รัฐบาลถ้าคิดตื้น ระวังได้เป็นฝ่ายค้าน
'สว.ศุภโชค' สอนรัฐบาลท่องไว้อย่าเสียค่าโง่ซ้ำ ใช้เงินกู้ให้คุ้มค่า
'ประธาน กมธ.ติดตามงบฯ วุฒิสภา' เปิดข้อสังเกตแผนใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท จี้โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องคุ้มราคากลาง-มาตรฐานอุปกรณ์ ต้องไม่เสียค่าโง่ซ้ำเติมปชช.และเศรษฐกิจ

