'อนุทิน' เตรียมบินเชียงราย ไล่บี้ระบบแจ้งเตือนภัย ป้องนายกฯถูกโจมตีไม่ลงพื้นที่น้ำท่วม

“อนุทิน”​ ย้ำ ระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนช่วยน้ำท่วมภาคเหนือ ยันมีงบฟื้นฟูเพียงพอ​ พร้อมลงพื้นที่จี้เช็คระบบเเจ้งเตือน​ หลังถูกโวยไร้ประสิทธิภาพ​ ป้องนายกฯ ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา

12 ก.ย.2567 - เมื่อเวลา 10.40 น. ที่รัฐสภา นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย​ กล่าวถึงการทำงานหลังการแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า กระทรวงมหาดไทยไม่มีปัญหาเนื่องจากทำงานต่อเนื่องอยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวบ้านถึงระบบเตือนภัยของกระทรวงมหาดไทย​ ในการแจ้งเตือนเหตุอุทกภัยพื้นที่จังหวัดเชียงรายไม่ทำงาน​ นายอนุทิน​ ยืนยันว่า​ ระบบมีใช้ และเราก็ระดมสรรพกำลังไปในพื้นที่ โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัด นายสุทธิพงษ์​ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็อยู่ในพื้นที่ในการอำนวยความสะดวก​และระดมเครื่องมือเครื่องจักร ลงในพื้นที่อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง

ส่วนเตือนภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย​ หรือ​ ปภ.ไม่มีการแจ้งเตือนก่อนเกิดเหตุ นายอนุทิน​ ขอว่า​ อย่า​เพิ่งโทษว่าใครผิดหรือถูก ตอนนี้ต้องให้ความสำคัญกับการให้ความปลอดภัยแก่ประชาชนว่ายังมีใครอยู่ในพื้นที่หรือไม่ รวมถึงอพยพผู้ที่ประสบอุทกภัยออกมายังสถานที่พักพิงได้แล้วหรือยัง​ ซึ่งทุกภาคส่วนกำลังระดมสรรพกำลังในการช่วยเหลือ

ขณะที่ช่วงบ่ายวันนี้เวลา 14.00 น น.ส.แพทองธาร​ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ​ ขณะที่กำหนดการลงพื้นที่ของพวกตนมีอยู่แล้ว​ เพื่อไปเยียวยาฟื้นฟู​ แต่คิดว่าจะยังไม่ลงไปในขณะนี้เนื่องจากไม่เกิดประโยชน์ จะบัญชาการอยู่ส่วนกลาง​

ส่วนการประชุมวงนายกรัฐมนตรีในวันนี้จะมีการหารือถึงแผนฟื้นฟูน้ำท่วมด้วยหรือไม่​ นายอนุทิน กล่าวว่า จะต้องมีการระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วนอยู่แล้ว และขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายก็มีงบทดลองจ่าย และหากงบประมาณไม่พอก็สามารถขอเสนอ เข้ามาที่ส่วนกลาง​ได้ทันที​ ซึ่งปภ.จะเป็นผู้ดำเนินการ​ และยืนยันว่าเรื่องงบประมาณไม่ใช่ปัญหา แต่ขณะนี้ต้องช่วยประชาชนไม่ให้ติดค้างอยู่ภายในพื้นที่อุทกภัยก่อน​

ส่วนกรณีที่จังหวัดเชียงรายได้งบประมาณในการป้องกันและแจ้งเตือนอุทกภัยมากที่สุดในพื้นที่ภาคเหนือ แต่ที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องระบบดังกล่าวว่าไม่ได้ศักยภาพ นายอนุทิน ตอบว่าต้องไปเร่งจี้ที่ระบบแจ้งเตือนว่าเป็นอย่างไร เพราะทุกคนก็บอกว่าแจ้งเตือนแล้วแต่ก็ยังมีคนบอกว่าไม่ได้รับการแจ้งเตือน ซึ่งโดยธรรมชาติของมนุษย์ไม่มีใครอยากออกจากเคหสถานหรือบ้าน และอาจจะประเมินว่าสถานการณ์อาจไม่หนัก และตนจะเร่งลงไปในพื้นที่เร่งไล่จี้เรื่องนี้​ พร้อมระบุว่าที่ผ่านมามีทุกโหมดในการดูแล​ และขณะนี้ได้มีการประกาศให้จังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนการประเมินสถานการณ์ว่าน้ำจะลดในกี่วันนั้นนายอนุทิน​ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดในเฉพาะพื้นที่จังหวัดเชียงรายหรือเกิดจากปัญหาปริมาณน้ำฝนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากน้ำป่าไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ พร้อมยืนยันว่าจะต้องเร่งควบคุมให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด

ถามอีกว่ามองอย่างไรถึงกระแสสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์ผู้นำรัฐบาลไม่ยอมลงพื้นที่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมและรัฐมนตรีทุกคน ก็มีการพูดคุยกันตลอดและวันนี้ก็ได้มีการหารือกันผ่านออนไลน์ เพื่อติดตามสถานการณ์ ซึ่งอย่างที่บอกพอไปก็ถามว่าไปทำไม พอไม่ไปก็บอกว่าไม่ลงพื้นที่ พร้อมยืนยันว่า ตรงนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจ เพื่อประเมิน ซึ่งในช่วงวิกฤติน้ำป่าไหลหลาก ควรให้บุคลากรอยู่ในพื้นที่เพราะถือเป็นเรื่องที่สำคัญ

ในช่วงท้าย​ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ ในวันพรุ่งนี้ตนอาจเดินทางไปยังจังหวัดเชียงราย จะได้มีการยกเลิกภารกิจการทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 58 ปี​ เพียงแต่อาจมีการเดินทางไปไหว้พระที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และศาลหลักเมืองเป็นการส่วนตัว ก่อนเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อสักการะศาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับนายกรัฐมนตรี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปิดจุดอ่อน! 'ผู้ว่าฯกทม.' เคาะแผน 3 ระยะ ป้องกันน้ำท่วมลาดกระบัง รับมือฤดูฝนปีหน้า

‘กทม.’ เร่งเดินหน้าแผนป้องกันน้ำท่วมลาดกระบัง 3 ระยะ ยกระดับระบบระบายน้ำ ปิดจุดอ่อนน้ำท่วมรับมือฤดูฝนปีหน้า

ภาคใต้เตรียมพร้อม รัฐเตือนรับมือน้ำท่วม กำชับจนท.เฝ้าระวังช่วยเหลือปชช.

รัฐบาลเตือนพี่น้องภาคใต้เตรียมรับมือฝนตกต่อเนื่องและฝนสะสม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ช่วงวันที่ 8 - 13 พ.ย. 69 กำชับเจ้าหน้าที่รัฐเฝ้าระวังและช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด

'อธิบดี ปค.' สั่งด่วน! ยกระดับมาตรการคุมเข้มชายแดนทั่วประเทศ

'อธิบดีกรมการปกครอง' สั่งด่วน ยกระดับมาตรการคุมเข้มชายแดนทั่วประเทศ ร่วมกับตำรวจ–ทหาร สกัดยาเสพติด-สินค้าผิดกฎหมาย-ลักลอบเข้าเมือง