“นายกฯ” ย่องเงียบเข้าทำเนียบฯ วันหยุด เรียก ผบ.ตร.รายงานสารพัดคดี “อนุทิน” ลั่นยินดีรับฟังข้อเรียกร้อง นปผ.ที่มีเหตุผล ไม่ติดหากต้องไปรับหนังสือด้วยตัวเอง ย้ำทุกคนต้องทำตามสิทธิที่มี แต่ขออย่าพกอาวุธปืน ว่อนโซเชียล! “กำนันมะโน” ขอตำรวจชุมนุมปักหลักยาวเกือบเดือนถึง 7 ธ.ค. วันแรกศึกซักฟอก
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 พ.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงวันหยุด โดยเชิญ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) และ พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) เข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อติดตามงานด้านความมั่นคง โดย ผบ.ตร.ได้รายงานถึงความคืบหน้าคดีต่างๆ ทั้งเรื่องยาเสพติด, สแกมเมอร์, การบุกรุกที่ดิน, ปัญหาผู้มีอิทธิพลและชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย, คดีนอมินีและความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
ในช่วงเย็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการออกคำสั่งห้ามผู้ชุมนุมประชิดทำเนียบฯ 50 เมตรว่า ไม่เคยมีคำสั่งห้ามเข้า ทุกอย่างให้ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งสถานที่ราชการไม่ใช่เฉพาะทำเนียบฯ ทุกที่ ทั้งศาลากลางจังหวัด กระทรวงต่างๆ เขามีกฎหมายที่ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเกิดเหตุรุนแรงต่อสถานที่ราชการ
ถามว่า หากผู้ชุมนุมปักหลักค้างคืนจะดำเนินการอย่างไร นายอนุทินตอบว่า ทุกอย่างให้ดำเนินการตามสิทธิ รัฐบาลรับฟังความต้องการของผู้มาชุมนุมว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าตรงไหนดำเนินการให้ได้ก็จะเร่งดำเนินการ ตรงไหนดูแล้วมันห่างไกลในสิ่งที่จะดำเนินการได้ เราก็อธิบายให้พวกเขาฟังว่าจะหาวิธีให้เป็นไปตามความประสงค์ของเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเราไม่ใช่ฝ่ายตรงข้าม เราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น รัฐบาลมองประชาชนเป็นฝ่ายตรงข้ามไม่ได้
เมื่อถามถึงข้อเสนอให้ลดราคาน้ำมันดีเซล 10 บาท นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล
เมื่อถามว่า จะไปพบกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อรับเรื่องด้วยตัวเองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า หากมีเรื่องที่เกี่ยวข้องเราก็จะดำเนินการตามที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบ
“ไม่มีคำว่าจะไปเองหรือไม่ไปเอง ถ้ามีเหตุมีผลก็ไม่มีปัญหาที่จะพบกับประชาชนอยู่แล้ว ไม่ว่าท่านจะมาเป็นผู้ชุมนุมหรือประชาชนอะไรก็แล้วแต่ เพราะท่านคือประชาชนที่ต้องรับผิดชอบ ถ้ามีความจำเป็นต้องไปพบก็ไปพบ ไม่มีปัญหา” นายอนุทินกล่าว และว่า จะคอยอำนวยความสะดวกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ขออย่าพกพาอาวุธปืน ไม่เอานะ ไปค้นตัวแล้วไปเจออาวุธปืนอะไรแบบนี้ไม่ได้ ต้องมาชุมนุมอย่างสงบและสันติ ต้องระวังตรงนี้มากๆ
เมื่อถามว่า หากผู้ชุมนุมมาจำนวนมากจะกระทบกับการเข้าไปปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบฯ หรือไม่ นายอนุทินยิ้มก่อนตอบว่า อย่าเปรียบเทียบไม่เอา
ขณะที่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) และกลุ่มแนวร่วมที่จะเคลื่อนขบวนไปจัดกิจกรรมบริเวณทำเนียบฯ ว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีมาตรการดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบเรียบร้อย ซึ่ง พล.ต.อ.สำราญได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปฏิบัติตามกรอบกฎหมายตามหลักสากล หลักยุทธวิธี ตามขั้นตอน ตามสัดส่วนสถานการณ์อย่างเหมาะสมและจำเป็น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง พร้อมกำชับเรื่องการดูแลความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนด้วย ดังนั้น ขอให้ผู้ชุมนุมใช้สิทธิการชุมนุมโดยสงบ ปฏิบัติตามกฎหมาย และเคารพในสิทธิของผู้อื่น
โฆษก ตร.กล่าวอีกว่า บช.น.ได้ออกประกาศพื้นที่ห้ามชุมนุมในรัศมีไม่เกิน 50 เมตรรอบทำเนียบฯ ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย.2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 20 พ.ย.2569 เวลา 24.00 น. นอกจากนี้ บช.น.ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งปิดการจราจร ถ.พิษณุโลก ตั้งแต่บริเวณแยกพณิชยการถึงแยกสวนมิสกวัน ตั้งแต่เวลา 00.01 น. วันที่ 8 พ.ย.2569 เป็นต้นไป และแจ้งปิดการจราจรบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถึงแยกสวนมิสกวัน, ถ.นครปฐม หน้าโรงเรียนวัดเบญจมบพิตร, ซอยลิขิต, ถ.พระรามที่ 5 ตั้งแต่หน้าศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ถึงสะพานอรทัย โดยขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์กล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้การชุมนุมใช้สิทธิเป็นไปโดยสงบ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ดังนี้ 1.ไม่สร้างความเดือดร้อน ก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะอันเป็นที่ชุมนุม หรือทําให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน 2.ไม่ปิดบังหรืออําพรางตนโดยจงใจมิให้มีการระบุตัวบุคคลได้ถูกต้อง เว้นแต่เป็นการแต่งกายตามปกติประเพณี 3.ไม่พกพาอาวุธ ดอกไม้เพลิง สิ่งเทียมอาวุธปืน หรือสิ่งที่อาจนํามาใช้ได้อย่างอาวุธ เข้าไปในที่ชุมนุม 4.ไม่บุกรุกหรือทําให้เสียหาย ทําลาย หรือทําด้วยประการใดๆ ให้ใช้การไม่ได้ตามปกติ ซึ่งทรัพย์สินของผู้อื่น 5.ไม่ทําให้ผู้อื่นกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน หรือเสรีภาพ 6.ไม่ใช้กําลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้ายผู้เข้าร่วมชุมนุมหรือผู้อื่น 7.ไม่ขัดขวางหรือกระทําการใดๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะในการคุ้มครองความสะดวกของประชาชนในการใช้ที่สาธารณะ และการดูแลการชุมนุมฯ 8.ไม่เดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมระหว่างเวลา 18.00 น. ถึงเวลา 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ และ 9.ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคําสั่งของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ
ด้าน น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการเผยแพร่ภาพบนสื่อออนไลน์ ซึ่งระบุว่ามีประชาชนจำนวนมากเดินทางมารวมตัวชุมนุมบริเวณหน้าทำเนียบฯ จากการตรวจสอบพบว่าไม่เป็นความจริง ขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและภาพถ่าย ก่อนที่จะกดแชร์หรือส่งต่อ เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนข้อมูล ส่งผลให้ประชาชนในสังคมเกิดความเข้าใจผิด และสร้างความสับสนในวงกว้าง ซึ่งการเผยแพร่ภาพหรือข้อความของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เข้าข่ายยุยงปลุกปั่น อาจมีความผิดตามกฎหมาย ดังนี้ 1.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และ 2.พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“รัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงของประชาชน และไม่ได้ปฏิเสธกระบวนการตรวจสอบจากทุกภาคส่วน ยืนยันกลุ่มผู้ชุมนุมสามารถเคลื่อนไหวและยื่นข้อเสนอได้ตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ขอความร่วมมือให้ชุมนุมด้วยความสงบ สันติ และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่บุคคลทั่วไป” น.ส.พลอยทะเลย้ำ
วันเดียวกัน ในโลกโซเชียลมีการส่งต่อเอกสารที่อ้างว่าเป็นหนังสือแจ้งการชุมนุมสาธารณะของนายมะโน เครือแก้ว หรือกำนันมะโน แกนนำ นปผ. ถึงหัวหน้าสถานีตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง แจ้งความประสงค์เพื่อจัดการชุมนุมสาธารณะ โดยระบุวัตถุประสงค์ว่า นำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาแจ้งให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทราบ เรื่องราคาน้ำมัน ปัญหายาเสพติด และเรื่องอื่นๆ
โดยหนังสือระบุลักษณะการชุมนุมสาธารณะ ว่ากรณีไม่มีการเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายสถานที่ชุมนุม จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมโดยประมาณ 300-1,000 คน ที่อยู่ของสถานที่ชุมนุม บริเวณแยกพณิชยการ หน้าอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพร ด้าน ถ.พิษณุโลก ด้าน ถ.พระราม 5 และระยะเวลาการชุมนุม 30 วัน เริ่มการชุมนุมตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 4 พ.ย.2569 ถึงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 7 ธ.ค.2569 ส่วนกรณีมีการเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายสถานที่ชุมนุม จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมโดยประมาณ 300-1,000 คน
หนังสือยังระบุว่า รายละเอียดที่เป็นประโยชน์สำหรับการดูแลการชุมนุมสาธารณะ การใช้ยานพาหนะ ประเภท รถ 6 ล้อ 2 คัน, รถ 4 ล้อ 2 คัน การใช้เครื่องขยายเสียง ขนาดกำลังไฟฟ้า 2,000 วัตต์ 8 ชุด ลำโพงขนาด 22,000 วัตต์ 16 ตัว
ทั้งนี้ วันที่ 7 ธ.ค. ถือเป็นวันแรกที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะเริ่มญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ตามมาตรา 151 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 ธ.ค.2569
ส่วนความเคลื่อนไหวของขบวนมวลชนของกำนันมะโนนั้น หลังจากวันที่ 7 พ.ย. ได้พักค้างแรมที่วัดชะอำคีรี อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ออกเดินทางโดยใช้เส้นทางผ่าน จ.ราชบุรี และนครปฐม ก่อนเดินทางต่อไปยังทำเนียบฯ โดยเมื่อเวลา 15.30 น. ที่บริเวณด้านหน้าศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ แยกพณิชยการพระนคร กลุ่มมวลชนเครือข่าย นปผ. ประมาณ 120 คน เดินทางล่วงหน้ามาปักหลักรอขบวนของกำนันมะโนแล้ว เพื่อจะรวมตัวกันเตรียมยื่นหนังสือถึงนายกฯ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยกลุ่มดังกล่าวเดินทางมาจากบริเวณสามแยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย.
ทั้งนี้ กลุ่ม นปผ.ได้แสดงจุดยืนในการเรียกร้องให้รัฐบาลปรับลดราคาน้ำมันลงลิตรละ 10 บาท พร้อมตั้งคำถามถึงโครงสร้างราคาน้ำมันของประเทศไทย โดยเห็นว่ารัฐบาลควรชี้แจงต้นทุนการผลิต การกลั่น และองค์ประกอบต่างๆ ของราคาน้ำมันให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจน เนื่องจากราคาน้ำมันถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนทุกกลุ่ม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชี้แบรนด์เนมบุ๋มเก๊!ต้องเผา
ราชทัณฑ์แจงคุมตัว “บุ๋ม-ก๊อต" เข้าทัณฑสถานหญิงกลางและเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปฏิบัติตามมาตรฐานแรกรับ
สั่งเตรียมรับภัยไซเบอร์ ปชช.57%ผวาถูกโจมตี
"นิด้าโพล" เผยคนไทยไม่กังวลข่าวเตือนภัยโลก พร้อมแนะรัฐบาลควรรอสถานการณ์ชัดเจนก่อนแจ้งเตือน
ปิยบุตรปลุกปชน. ดันแก้มาตรา112
นายกฯ นำพุทธศาสนิกชนทอดกฐินสามัคคีวัดป่าชัยรังสี สมุทรสาคร "นิกร" งัด พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ เตือน
อนุทินยันสั่งสว.ไม่ได้
“อนุทิน” เคลียร์ปม “น้ำเงินกินรวบ” แค่วาทกรรมโจมตี ยันรัฐบาลไม่คุม สว. ชี้ 3 อำนาจแยกกันชัด พร้อมรับศึกซักฟอกทุกเมื่อ ขอเป็นเวทีสร้างสรรค์ ไม่เชือดเฉือนระบายความโกรธ
‘บุ๋ม-ก๊อต’นอนคุก พบ3บัญชีโอน815ล้าน/ผัวเอาตัวรอดซัดทอดเมีย
เรียบร้อย! สองผัวเมียมหาภัยคอตกนอนห้องขัง ศาลอาญาส่ง "บุ๋ม" เข้าทัณฑสถานหญิงกลาง ส่วน "ก๊อต" ไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดคำให้การสามีโยนภรรยาเป็นคนสั่ง
นายกฯยํ้าอย่าตื่น วอนใช้ชีวิตปกติ!
นายกฯ ยันใช้ชีวิตปกติ ไม่ต้องตื่นตระหนกกักตุนเสบียง 72 ชม. ย้ำไทยมั่นคงทางอาหาร ชี้ต่างชาติเชื่อมั่นมองไทยมีความพร้อม ลั่นไม่มีทางปล่อยให้ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งต้องประสบสภาวะขาดอาหารจนถึงจุดที่เขาไม่สามารถดำรงชีพได้

