'สหัสวัต' ไม่ทน ถามถ้าผมเป็น 'ประชาชนพม่า' แล้วรัฐบาลเป็นอะไร เอื้อ 'รบ.ทหารพม่า' จนเป็นหนึ่งเดียวขนาดนี้ หวั่นทำแรงงานตกค้าง ด้าน 'พิพัฒน์' แจง หากไม่ทันเสนอ ครม.ยืดอายุได้
26 ธ.ค.2567 - ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม วาระกระทู้ถามสด นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่องการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว
โดยนายสหัสวัต ถามว่า การยื่นเอกสารต่ออายุใบอนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา ในลักษณะ MOU ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะต้องเสร็จภายในวันที่ 13 ก.พ. 2568 เหลือเวลาอีก 32 วัน แต่เรามีแรงงานที่ต้องต่ออายุประมาณ 2.39 ล้านคน เป็นแรงงานเมียนมาคร่าวๆ 2 ล้านคน จึงอยากทราบว่า ตอนนี้มีคนลงทะเบียนมาแล้วเท่าไหร่และในกรอบเวลาที่เหลืออยู่ จะคิดว่าทันหรือไม่
"ถ้าวันนี้พี่น้องประชาชนมีแรงงานอยู่ที่บ้าน 1 คน ถ้าอยากได้แรงงานสักคนจะต้องทำอย่างไรบ้าง เพราะดูแล้วมีหลายขั้นตอนเหลือเกิน อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้ละเอียด" นายสหัสวัต กล่าว ซึ่งนายพิพัฒน์ ลุกตอบว่า ขณะนี้มีการลงทะเบียนแรงงานข้ามชาติผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มาแล้วประมาณ 4.95 แสนคน ซึ่งนายจ้างสามารถลงทะเบียนได้ด้วยตัวเองหรือจะให้นายจ้าง/ผู้ได้รับอนุญาต (บนจ.) เข้ามาช่วยลงทะเบียนก็ได้ ส่วนการที่จะต่ออายุใบอนุญาตไปอีก 2 ปีในวันที่ 13 ก.พ. 2568 นั้น ก็เหลือระยะเวลาอีกแค่ไม่กี่วัน เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาดังกล่าวหากลงทะเบียนไม่ครบหรือทำไม่ทัน คงต้องนำเรื่องนี้ไปหารือกับกรมการจัดหางาน และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขยายเวลาต่อใบอนุญาต แต่การต่ออายุนั้นจะช่วยอำนวยความสะดวก โดยไม่ให้ผู้ใช้แรงงานกลับไปต่ออายุที่ประเทศของตัวเอง เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว แต่หากไม่ทันจะยืดอายุให้อีกครั้ง
ต่อมานายสหัสวัต ลุกขึ้นกล่าวถามย้ำเหมือนเดิมว่า หากตอบแบบนี้ ตดว่าจะขึ้นทะเบียนไม่ทันแน่นอน เพราะการจะตอบอนุญาตนั้น จะต้องมีขั้นตอนประมาณ 9 ขั้นตอน อีกทั้งโรงพยาบาลที่เปิดให้ตรวจโรคคนที่จะขึ้นทะเบียน มีเพียง 69 แห่งทั่วประเทศ หากทางต้องขึ้นทะเบียนวันละประมาณ 46,875 คน จะทันหรือ แล้วจุดให้เซ็นสัญญามีเพียง 3 ที่เท่านั้น พร้อมถามไปถึงการวางแผนของ ครม.
"เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ถ้าหากไม่ทันแสดงว่าเราจะมีแรงงานตกค้างหรือหมดสถานะนับแสนนับล้านคน จะทันได้อย่างไร ท่านก็บอกอยู่ว่ามีรายงานแย่งงานแย่งอาชีพคนไทย ยังมีเรื่องตำรวจเรียกเก็บส่วย รีดไถแรงงาน มันจะยิ่งรุนแรงขึ้นหรือไม่" นายสหัสวัต กล่าว
นายสหัสวัต กล่าวว่า ยังงงๆอยู่ ว่าถามไม่ชัดเจนหรือไม่ และนอกจากปัญหาที่วุ่นวายและแออัดแล้ว ยังมีเรื่องของราคาการต่ออายุของแรงงานสัญชาติเมียนมาที่แบบใหม่มีราคาแพงกว่า ข้อที่มีราคาเพิ่มมาอย่างมีนัยยะสำคัญคือค่าเดินทางไปกลับ รวมถึงค่าบังคับซื้อประกัน
"ผมงงอย่างยิ่ง ทำไมไม่ใช้ประกันสังคม ในเมื่อการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติก็ต้องมีนายจ้างทุกคน ซึ่งสามารถใช้ประกันสังคมได้เลย มันง่ายมาก"นายสหัสวัตกล่าว
จากนั้น นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า นายจ้างตามบ้านนั้นสามารถลงทะเบียนและยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่หากไม่สะดวกให้ยื่นผ่านกรมการจัดหางานทั้ง 76 จังหวัดและกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถทำได้ในช่วงวันหยุด สำหรับขั้นตอนของการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างชาติ รวมถึงการตรวจเช็คร่างกายที่โรงพยาบาล ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีจำนวนไม่เพียงพอต่อการใช้บริการในกรอบระยะเวลาที่กำหนดนั้น เนื่องจากจำเป็นต้องมีการคัดเลือกโรงพยาบาลที่มีห้องแล็บของตัวเอง ถือเป็นข้อจำกัดเพื่อป้องกันไม่ให้โรคระบาดหลุดรอดมาในประเทศ และจากการตรวจเช็กแรงงานชาวเมียนมาที่พบการระบาดของเชื้อโรคอหิวาตกโรคนั้นล่าสุดมีรายงานว่าพบผู้ป่วยในประเทศไทยแล้ว 4 คน แต่ยอมรับว่าการกำหนดโรงพยาบาลตรวจร่างกาย 69 แห่ง กับจำนวนแรงงานที่ต้องใช้บริการ 2.3 ล้านราย และในระยะเวลา 32 วัน
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนคำถามที่บอกว่าหากเราทำไม่ทันนั้น ขอย้ำอีกครั้งว่าจะต้องนำเรื่องนี้เข้า ครม.เพื่อเสนอให้มีการยืดเวลาออกไปเพื่อให้ทำให้ทัน และการที่เรายื่นเรื่องเข้าไปเมื่อวันที่ 24 ก.ย. แต่เมื่อ ครม.อนุมัติเรื่องมาเมื่อช่วงเดือน พ.ย. เราจึงมีเวลาที่จะดำเนินการน้อย ที่สำคัญยังมีเงื่อนไขที่จะต้องไปตั้งกับโรงพยาบาลด้วยว่าจะทำอย่างไร นอกจากนี้ยังได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่กรมจัดหางานและชุดเฉพาะกิจที่ได้ตั้งขึ้นมาด้วยว่าอะไรที่เป็นอาชีพสงวนของคนไทย หากเจอก็จะตรวจจับ ปรับ และผลักดันออก รวมถึงขอให้เก็บอัตลักษณ์เพื่อให้เป็นการพิสูจน์ครั้งต่อไปว่าวันนี้เราได้ผลักดันให้เก็บสู่ประเทศเดิมก็จะมีการไปเปลี่ยนชื่อแล้วเข้ามาใหม่ เพื่อที่หากผลักดันออกแล้วเขาลักลอบเข้ามาอีก เราจะได้ดำเนินคดีทางอาญา
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับบริษัทประกันสุขภาพของแรงงานต่างชาติที่เราตั้งไว้นั้น ต้องเป็นบริษัทที่ไม่มีผลทางการขาดทุนเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 3 ปี ซึ่งเราได้บริษัทที่ผ่านเงื่อนไข 3 บริษัทคือ ทิพยประกันภัย เมืองไทยประกันชีวิต และโตเกียวมาริน แต่เราก็ไม่ได้ปิดกั้นบริษัทอื่นที่จะยื่นเข้ามา และการที่ต้องตั้งศูนย์ลงทะเบียนที่ จ.เชียงใหม่ กรุงเทพฯ และระนองนั้น ก็เป็นข้อเสนอของรัฐบาลเมียนมา เราไม่สามารถกำหนดได้ แต่หากให้กำหนดจะเสนอให้เป็นจังหวัดใดก็ตามที่มีแรงงานต่างด้าวเกินกว่า 5,000 คน ก็จะกำหนดให้จังหวัดนั้นเป็นศูนย์ลงทะเบียน อย่างไรก็ตาม เข้าใจว่าที่รัฐบาลเมียนมาต้องกำหนดจังหวัดดังกล่าว เพราะมีปัญหาเรื่องเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีกำลังที่เพียงพอ
นายสหัสวัต กล่าวถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องจ่ายเพิ่ม และกล่าวว่า "ก่อนหน้านี้พรรคประชาชนของผมถูกกล่าวหาว่าเป็นพรรคประชาชนพม่า แต่ขณะนี้รัฐบาลไทยช่วยรัฐบาลทหารพม่า เรียกเก็บภาษี เราเป็นรัฐบรรณาการทหารพม่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงต้องช่วยเขาเก็บภาษี เรื่องนี้ก็ยังเป็นคำถาม แล้วท่านจะไปจ่ายเงินกันที่ไหน ถ้าหากจ่ายที่สถานทูต เรื่องนี้ก็ยังเทาๆ หากจ่ายนอกสถานทูต แสดงว่าเราเอื้อให้รัฐบาลทหารพม่าใช้อำนาจอธิปไตยบนบ้านเรา เรื่องนี้ร้ายแรง นี่ไม่นับว่าเป็นการพยายามเพิ่มการหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีซ้อนอีก เรื่องนี้ร้ายแรงมากนะครับ ไม่ปกติ นั่นหมายความว่าเงินที่ต้องหมุนเวียนในระบบของประเทศเรา เกือบ 9,000 ล้านบาท ถ้าเป็นพรรคประชาชนพม่า แล้วพวกท่านเป็นใคร เป็นหนึ่งเดียวกับรัฐบาลทหารพม่าขนาดนี้ ยื่นเงินให้รัฐบาลทหารพม่าปีละ 9,000 ล้านแบบนี้"
ทั้งนี้ นายสหัสวัส ตั้งข้อสังเกตว่าในกรณีที่รัฐบาลไทยทำเอ็มโอยูกับรัฐบาลทหารเมียนมา ด้วยการจำกัดศูนย์ลงทะเบียน และไม่เปิดออนไลน์เชื่อว่าทำให้แรงงานข้ามชาติหนีเอ็มโอยู และหลุดออกนอกระบบจำนวนมาก ทั้งนี้มีข้อเสนอให้รัฐบาลไทยขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียว ไม่ต้องให้รัฐบาลทหารเมียนมา ที่เป็นรัฐล้มเหลวเข้ามายุ่งเกี่ยว
โดยนายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า การเก็บภาษีไม่ได้เริ่มเก็บในช่วงนี้ แต่มีการเก็บเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ หรือซีไอ อย่างไรก็ดีหากไทยทำฝ่ายเดียวจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าเป็นชาติเมียนมา สำหรับขั้นตอนและรายละเอียดอื่นๆ จะขอชี้แจงเป็นหนังสือต่อสภาอีกครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไอติม' ชำแหละ พรบ.โอนงบ ชี้ชัดรัฐบาลพูด 100 แต่ทำ 10 เปิดพิรุธโครงการ Skill/Credit Portfolio
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า รัฐบาลแถลงในรัฐสภาว่าจะเร่งจัดทำร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ให้เสร็จโดยเร็วเพื่อพยายามที่จะโยกงบประมาณในส่วนที่สามารถประหยัดได้มาใช้ในการแก้ไขปัญหา
'ศิริกัญญา' ประเดิมซัดโอนงบแก้วิกฤตตัวเองไม่จัดลำดับความสำคัญ!
'ศิริกัญญา' ซัด 'รัฐบาล' โอนงบแก้วิกฤตตัวเอง สะท้อนสถานะการคลังชักหน้าไม่ถึงหลัง-ใช้จ่ายเกินตัว ฉะอ้างจะนำเงินไปรองรับภัยพิบัติ แต่ตัดงบแผนบริหารจัดการน้ำ ถามจัดลำดับความสำคัญหรือไม่
ภาวุธโผล่แล้ว! ยันไม่ลาออกไม่หนีที่เงียบไปเพราะไปเตรียมข้อมูล
'ภาวุธ' ปรากฏตัวครั้งแรกพร้อมเปิดใจ ยันไม่เกี่ยวข้อง ปม Forex-ไม่ชวนคนเล่น ย้ำ ไม่หนี-ไม่ลาออกจากพรรค รอข้อมูลครบ เข้าแจงดีเอสไอ ปัดตอบปมถูกขุดโยงบริษัทพี่สาวธนาธร
'อนุทิน' แถลงร่าง พ.ร.บ.โอนงบ 69 หวัง สส.รับหลักการ
'อนุทิน' แถลงร่างพ.ร.บ.โอนงบฯ 69 เพื่อเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาความมั่นคง-เศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม หวัง สส.รับหลักการเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดประเทศชาติ-ปชช.
'เท้ง' ซัดมีกลุ่มการเมือง บิดเบือนความเห็นตุลาการศาล รธน. ไฟเขียวเลือกตั้ง สสร. 100%
"ณัฐพงษ์" ลั่นอย่าปล่อยให้กลุ่มการเมืองบิดคำพูดตุลาการว่าการเลือกตั้ง สสร.100% เป็นความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย ไม่กังวลหากมีคนไปร้องศาล ชี้ มีความพยายามเหนี่ยวรั้งกระบวนการ ฟาด หากแก้กติกาสูงสุดของประเทศได้ กติกาการเมืองก็จะดีขึ้น พร้อมชวนลงชื่อหนุนร่าง รธน.ของกลุ่ม คอนฟอออล (con for all)
'ณัฐพงษ์' จี้ 'ดีเอสไอ' ชี้แจงข้อกล่าวหาให้ชัด ยัน 'ภาวุธ' พร้อมให้ข้อมูลเต็มที่
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสอบถามข้อเท็จจริงจากนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดี Forex ว่า นายภาวุธพร้อมชี้แจง เท่าที่ได้พูดคุยกับเจ้าตัว พรุ่งนี้ (25 มิ.ย.69)

