27 ม.ค.2565 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยังคงนำกรณีคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2564 มาโจมตีรัฐบาลรายวันว่า ยืนยันว่ารัฐบาลมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการทุจริตและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังมาโดยตลอด โดยแม้ว่าคะแนนดัชนี CPI ของไทยจะลดลง แต่ภาพรวมการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นมีความก้าวหน้าและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ขอให้มองภาพกว้างในการทำงานของรัฐบาล ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมไทยที่ปลอดการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะที่ผ่านมามีรัฐบาลบางชุดที่มีปัญหาทุจริตมากที่สุดจนมีอดีตรัฐมนตรีถูกจำคุกมาแล้ว
ทั้งนี้ คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2564 ซึ่งจัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) และมีการประกาศเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา เป็นการจัดอันดับจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยประเทศไทยได้คะแนน 35 คะแนน จากการใช้แหล่งการประเมินจำนวน 9 แหล่งนั้น แต่หากพิจารณาแหล่งการประเมินทั้ง 9 แหล่งจะพบว่า ประเทศไทยได้คะแนนเพิ่มขึ้น 1 แหล่ง ได้แก่ แหล่งข้อมูล Varieties of Democracy Institute (V-DEM) ซึ่งวัดเกี่ยวกับความหลากหลายของประชาธิปไตย การถ่วงดุลของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ตลอดจนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ในฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ โดยประเทศไทย ได้คะแนน 26 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่ได้ 20 คะแนน
นายธนกร กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาและป้องกันการทุจริตอย่างจริงจัง โดยประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งจากรายงานผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พบว่า คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 81.25 คะแนน สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ป.ป.ช.ได้ดำเนินการเกี่ยวกับคดีทุจริตเสร็จแล้วกว่า 4,552 คดี สะท้อนความจริงจังของรัฐบาลในการบังคับใช้กฎหมาย และมุ่งมั่นให้สังคมไทยเป็นสังคมที่โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
นอกจากนี้ รัฐบาลได้ปรับปรุงข้อกฎหมายต่าง ๆ เพื่อให้มีความทันสมัย เป็นสากล ครอบคลุมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเป็นระบบ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2565 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการฟ้องคดีปิดปากในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบ พ.ศ. .... เพื่อป้องกันไม่ให้มีการดำเนินคดีหรือฟ้องคดีปิดปาก และมีกฎหมายคุ้มครองบุคคลที่แสดงความเห็นหรือเปิดโปงเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบ เพื่อความโปร่งใส ขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบในสังคมไทย
"นายกฯ เป็นผู้มีคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ท่านกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทยอย่างจริงจัง เท่าเทียม ต่อเนื่อง และเห็นผลการดำเนินการเป็นรูปธรรม ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้เอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหา พร้อมทั้งวางระบบธรรมาธิปไตยเพื่อเป็นรากฐานสำคัญให้กับสังคมไทยในอนาคต ไม่ให้การบริหารราชการของรัฐบาลล้มเหลวเพราะการทุจริตคอร์รัปชัน หรือผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องอย่างที่เคยมีมาในอดีต"นายธนกร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความเสื่อมทรุดของ 'พรรคส้ม' เป็นรัฐบาลก็ไม่ได้ เป็นฝ่ายค้านก็ไม่ดี!
ผลสำรวจ “ดัชนีการเมืองไทย” เดือนเมษายน 2569 ของ “สวนดุสิตโพล” กลายเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของ “พรรคประ
นายกฯ มอบ 'ภราดร' ประสานงานฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลนี้ไม่หนีกระทู้สดแน่นอน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม.ว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานที่ต้องพึ่งพาจากการนำเข้ามาใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ได้มีประชาชนให้ความสนใจเรื่องการเปลี่ยนมาเป็นโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ดังนั้น นายกฯ จึงได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดให้มีศูนย์ให้คำปรึกษาแบบเบ็ดเสร็จ
ครม. ไฟเขียวยกเลิกระเบียบสำนักนายกฯ 8 ฉบับ ปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบที่ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569
'กรวีร์' บอกฝ่ายค้านลดประเด็นการเมือง หลังจี้นายกฯตอบกระทู้ทุกสัปดาห์
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการยืนยันร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะพ.ร.บ.อากาศสะอาดว่า ทางวิปรัฐบาลได้ประสานกับทางครม.เรื่องของการยืนยันกฎหมาย เชื่อว่าครม.จะพิจารณาอย่างรอบด้าน และเสนอเข้ามาให้ทันภายในกำหนดระยะเวลาอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ซึ่งเป็นเดดไลน์
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

