
สส.พริษฐ์ หรือ 'ไอติม' ตั้งคำถามถึงสาเหตุที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องชะงัก หลังพรรคเพื่อไทยล่มประชุมสภาต่อเนื่อง 2 วัน ซัดแรง!หรือแท้จริงแล้วเป็นเพราะความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล มากกว่าประเด็นข้อกังวลทางกฎหมาย พร้อมเรียกร้อง นายกฯ ควรพิจารณาข้อเสนยุบสภา!
14 ก.พ. 2568 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และผู้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความผิดหวัง หลังความหวังในการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องสะดุด โดยเฉพาะจากท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่ล่มการประชุมรัฐสภา 2 วันติดต่อกัน
นายพริษฐ์ตั้งคำถามว่า สาเหตุที่แท้จริงของการชะงักนี้เกิดจาก “ข้อกังวลทางกฎหมาย” หรือแท้จริงเป็น “ความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล” กันแน่?
เขาเปิดเผยว่า พรรคประชาชนเข้าใจดีว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.จำนวนมาก รวมถึง สว. อย่างน้อย 1 ใน 3 แต่ยืนยันว่าข้อเท็จจริงนี้ไม่สามารถอธิบายพฤติกรรมของพรรคเพื่อไทยในการล่มประชุมรัฐสภาได้
นายพริษฐ์อธิบายว่าพรรคเพื่อไทยให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการเดินหน้าเข้าสู่การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเกรงว่าคะแนนเสียงจะไม่เพียงพอ และอาจทำให้ร่างฯ “ตกเหว”
แต่พรรคประชาชนโต้กลับว่า หากเดินหน้าพิจารณาตามกำหนด จะสามารถใช้เวทีสภาเพื่ออภิปรายข้อดีข้อเสียของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และสร้างแนวร่วมในสังคมมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องลงมติในทันที
“ถ้าคะแนนไม่พอ เราก็เลื่อนลงมติออกไปได้ ไม่ใช่ต้องล่มประชุม” นายพริษฐ์กล่าว พร้อมชี้ว่าพรรคเพื่อไทยไม่ควรใช้ข้ออ้างเรื่องคะแนนเสียงมาทำให้กระบวนการอภิปรายต้องสะดุด
พรรคเพื่อไทยยังเสนอให้ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความ หวังให้พรรคภูมิใจไทยและ สว. สนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่นายพริษฐ์ตั้งคำถามว่า เหตุผลนี้สมเหตุสมผลจริงหรือไม่
“แท้จริงแล้ว พรรคภูมิใจไทยและ สว. ไม่เห็นด้วยกับร่างนี้เพราะกฎหมาย หรือเป็นเพราะขัดแย้งทางการเมืองกับพรรคร่วมรัฐบาล?” เขาถาม พร้อมท้าพรรคเพื่อไทยให้พิสูจน์โดยการให้พรรคภูมิใจไทยและ สว. ลงชื่อสนับสนุนแนวทางส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ
“ถ้าเขาไม่ร่วมลงชื่อ ก็แปลว่าไม่ใช่เรื่องข้อกฎหมาย แต่เป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ” นายพริษฐ์ย้ำ
นายพริษฐ์กล่าวว่า ปัญหานี้สะท้อนความขัดแย้งทางการเมืองภายในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นแค่เรื่องรัฐธรรมนูญ แต่ยังรวมถึงประเด็นอื่นๆ เช่น เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ กัญชา ค่าแรงขั้นต่ำ และการแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์
เขาชี้ว่าการแก้ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ที่ต้องทำหน้าที่ “เจ้าภาพ” ประสานงานระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ ให้เป็นไปตามที่สัญญากับประชาชน
“หากนายกฯ ปล่อยให้พรรคร่วมรัฐบาลทะเลาะกันไปมา จนกระทบประชาชนโดยตรง ผมเห็นสอดคล้องกับผู้นำฝ่ายค้านว่านายกฯ ควรพิจารณายุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจว่าอยากเห็นประเทศเดินไปในทิศทางใด” นายพริษฐ์ ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รักชนก' ไม่เชื่อน้ำยารัฐบาลปราบทุจริต ท้านายกฯสอบคนในพรรคชนะประมูลหลายโครงการรัฐ
"รักชนก" ข้องใจบริษัทในเครือข่ายคนภูมิใจไทยงาบหลายโครงการรัฐ ปัดชี้จุดว่าฮั้ว-ทุจริต แต่ได้กลิ่นแรงมาก ด้าน "สิริพงศ์" แจงไม่เกี่ยวข้องบริษัทได้งาน เป็นเพียงญาติ บอกปี 2568 ไร้อำนาจในฝ่ายบริหาร
เปิดคำร้อง ป.ป.ช. ชี้อดีต 44 สส.ก้าวไกล มีเจตนาทำลายสถาบัน-ล้มล้างการปกครอง
เปิดคำร้อง ปปช. ชี้อดีต 44 สส.ก้าวไกล มีเจตนามุ่งร้ายทำลายล้างสถาบันฯ ล้มล้างการปกครอง ขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เเละพ้นจากตำเเหน่ง ห้ามดำรงตำเเหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต
ปชน. ซัดนโยบายรัฐบาลภูมิใจไทย เหมือนเด็กทำรายงานกลุ่ม ไม่มีทางออกจากวิกฤตน้ำมัน
"วีระยุทธ" ซัดรัฐบาลรับมือวิกฤตน้ำมันล่าช้า ไร้นโยบายเร่งด่วนชัดเจน ชี้เดินตามหลังประชาชน ไม่กล้าตัดสินใจรื้อโครงสร้างราคา พร้อมเตือนต้องมีทั้งมาตรการรับมือ-เชิงรุก สร้าง ความมั่นคงทางพลังงาน นำประเทศฝ่าวิกฤตอย่างเป็นระบบ
'ทรงศัก' เผยไม่ได้ขอขยายเวลาต่อศาลรัฐธรรมนูญแจงคดีบาร์โค้ด
ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินเผยส่งคำชี้แจงปมเลือกตั้งตามกรอบเวลา ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ได้ขอขยายเวลา
เด็กพรรคส้มจี้รัฐบาลผุดมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ
ปชน. เรียกร้องรัฐบาล ผุดมาตรการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 หลังค่าดัชนีคุณภาพอากาศพุ่งสูง 5 วันติด
แถลงนโยบายรัฐบาล9-10เม.ย. เก็งข้อสอบ รอหวดยับ"อนุทิน"
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำคณะรัฐมนตรี ตบเท้าเข้าห้องประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อกรำศึกแถลงนโยบายรัฐบาล “ปกสีน้ำเงิน” ต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา ที่จะเริ่มต้นขึ้นเช้าวันที่ 9 เมษายน และสิ้นสุดลงช่วงก่อนเที่ยงคืนวันศุกร์ที่ 10 เมษายน รวมเวลาการประชุมตลอด 2 วัน 9-10 เมษายน อยู่ที่ 32 ชั่วโมงครึ่ง โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เวลามากสุดคือ 14.30 ชั่วโมง

