'ยุทธพร' มองสอบฟอกเงิน ไม่กระทบสถานะสว. เพราะกระบวนการยังอีกยาว

กคพ. ไม่รับคดี ‘อั้งยี่-มั่นคง’ เป็นคดีพิเศษ ส่ง ‘ดีเอสไอ’ สอบเฉพาะฟอกเงิน ‘ยุทธพร’ มอง ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะโยงถึงตัวบุคคล เชื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจไม่มีรอยร้าวจริง โอกาสโหวตผ่านสูง

6 มีนาคม 2568 - ที่รัฐสภา นายยุทธพร อิสรชัย อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติไม่รับคดีฮั้วเลือก สว. 67 ในข้อหา “อั้งยี่” และความมั่นคง ให้เป็นคดีพิเศษ โดยให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดีเฉพาะความผิดฐานฟอกเงินว่า หลังจากนี้ต้องรอกระบวนการสืบสวนสอบสวน ซึ่งอาจใช้เวลานานเป็นปี เนื่องจากต้องตรวจสอบพยานหลักฐานจำนวนมาก และมีบุคคลเกี่ยวข้องถึง 1,200 คน รวมถึงบุคคลภายนอกที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในลักษณะสนับสนุนการกระทำความผิด

นายยุทธพรกล่าวว่า แม้ดีเอสไอจะรับเรื่องนี้ แต่ยังต้องรอความเห็นจากพนักงานสอบสวนว่าควรสั่งฟ้องบุคคลใด รวมถึงการพิจารณาโดยอัยการและศาล ซึ่งทำให้สถานภาพของ ส.ว. ในขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง จนกว่าจะมีข้อสรุปว่าใครเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดบ้าง อย่างไรก็ตาม กฎหมายฟอกเงินนั้นสามารถเชื่อมโยงไปถึงความผิดฐานอั้งยี่ได้

ด้านเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาล นายยุทธพรมองว่า แม้จะไม่มีพรรคใดถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับ สว. ชุดนี้ แต่ก็มีบุคคลที่เชื่อมโยงกันอยู่ อีกทั้งยังมีปัจจัยเรื่องโควต้ารัฐมนตรีและนโยบายที่แตกต่างกันเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีพรรคการเมืองใดพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง จึงเชื่อว่ายังไม่มีการถอนตัวจากรัฐบาลในเร็วๆ นี้

สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่กำลังจะมีขึ้นนั้น นายยุทธพรมองว่า เนื่องจากพุ่งเป้าไปที่ตัวนายกฯ เพียงคนเดียว ทำให้ไม่มีการเปรียบเทียบคะแนนไว้วางใจกับรัฐมนตรีคนอื่นๆ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความมั่นคงในพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้น โอกาสที่นายกฯ จะได้รับเสียงสนับสนุนให้ผ่านการอภิปรายจึงมีสูง

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวการพบกันของ 4 แกนนำรัฐบาลที่อยู่นอกสนาม ยุทธพรระบุว่า ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นเรื่องทางการเมืองและอาจเชื่อมโยงไปสู่การคาดเดาว่ามีข้อตกลงบางอย่างเกิดขึ้น แม้ไม่มีใครทราบรายละเอียดที่แท้จริง แต่การตัดสินใจของ กคพ. ในลักษณะนี้สะท้อนว่า ข้าราชการประจำก็ต้องระมัดระวังอย่างมากเพราะอาจถูกโยงไปสู่ประเด็นทางการเมืองได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตา 'ดีเอสไอ' ขยายผลสอบ 6 โรงกลั่น เพิ่มฐานความผิด 'กักตุนน้ำมัน' พบจำกัดโควตาลูกค้าประจำ แต่มีขาจรแทรกผิดปกติ

“ดีเอสไอ" เผย หลังขยายผลสำนวนคดี “6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่” ชี้ ไม่เพียงกรอกเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ครบตามประกาศกรมธุรกิจกำหนด ซึ่งมีความผิดตาม ”พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543“ แต่ยังมีพฤติการณ์ ส่อมีความผิดกักตุนน้ำมันตาม “พ.ร.บ.ด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542” เหตุ หลัง “กบน.“ มีมติขึ้นพรวดน้ำมันทุกชนิด 6 บาทต่อลิตร

วุฒิสภา โหวต 'นพดล เภรีฤกษ์' นั่งเลขาฯกฤษฎีกา 'นันทนา' แซะ 138 สว. ติดคดีฮั้วไม่ควรลงมติ

สว.เสียงเอกฉันท์ โหวต “นพดล เภรีฤกษ์” นั่ง เลขาฯกฤษฎีกา หลัง “นันทนา” อภิปรายแซะทุกเม็ด ลั่น ทำไมต้อง “ลับ ลวง พราง” ชี้ 138 สว. ติดคดีฮั๊ว ไม่ควรลงมติ บอกถ้าสะเทือนใจ สว.หลายคน ก็ขออภัยด้วย ไม่พูดก็ได้ ขณะที่ “บิ๊กเกรียง” ปราม ไม่มีใครสะเทือนใจ แต่ต้องคำนึงถึงมารยาทด้วย ต้องอภิปรายคุณสมบัติคนถูกเลือก เจ้าตัวเถียงอีก ไม่ได้อภิปรายดินฟ้าอากาศ พูดเสร็จออกจากห้องทันที

'สว.เปรมศักดิ์' เปิดโปงหนังสือเรียน หาย 2,000 โรง ซัด 'สกสค.' เน่าเฟะ 'ประเสริฐ' รับลูกสอบด่วน

‘นพ.เปรมศักดิ์’ เปิดปมวิกฤตหนังสือเรียนปี 2569 ชี้นักเรียนกว่า 2,000 โรงเรียนยังไม่มีหนังสือเรียนหลังเปิดเทอมครบ 1 เดือน ตั้งข้อสงสัยขบวนการจัดพิมพ์ตำรางบกว่าพันล้าน ‘ประเสริฐ’ ลั่นยุคนี้ต้องไม่มีมาเฟียในกระทรวงศึกษา นัดถกบอร์ด สกสค. ด่วน 19 มิ.ย. สอบทุกข้อกล่าวหา

ดร.ดิเรกฤทธิ์ ชี้หาก กกต.ไม่ส่งคำร้องฮั้วสว.ไปศาลฎีกา ทั้งที่มีพยานหลักฐาน เสี่ยงเกิดผล 4 มิติสำคัญ

หากสมมติว่า กกต. มีมติ ไม่ส่งคำร้องกรณีฮั้ว ส.ว. ไปยังศาลฎีกา หรือศาลที่มีอำนาจพิจารณาตามกฎหมายเลือกตั้ง ทั้งที่มีพยานหลักฐานจำนวนมากและเป็นคดีที่สังคมจับตา ผลที่อาจเกิดขึ้นมีหลายมิติ

'พริษฐ์' กาง 4 เหตุผลจี้ 'กกต.' ส่งคดีฮั้วสว. ให้ศาลชี้ขาด

'พริษฐ์' กาง 4 เหตุผล จี้ 'กกต.' ส่งคดีฮั้ว สว.ไปศาลชี้ขาด คาด ก.ย.ได้ข้อสรุป ชี้ หลักฐานหนักแน่นเพียงพอ-เสี่ยงเป็นเครื่องมือฟอกขาว เตือน เตือน หากไม่ส่งอาจถูกตั้งข้อครหาปฏิบัติหน้าที่แบบปิดตาข้างเดียว โยน กกต.แจงปมอนุญาตนำโพยเข้าสถานที่เลือก