
‘เทพไท’ ชี้ผลเลือกตั้งซ่อม กทม. เขต 9 วัดเรตติ้ง ‘บิ๊กตู่’ สะท้อนชัดฝ่ายไม่เอาประยุทธ์ชนะฝั่งหนุน เชื่อกระทบสถานะนายกฯ แน่ พร้อมยินดีกับ ‘สุรชาติ’
31 ม.ค. 2565 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผลการเลือกตั้งซ่อม เขตจตุจักร-หลักสี่ ฝ่ายไม่เอาประยุทธ์ ชนะฝ่ายหนุนประยุทธ์ พรรคซ้ายจัด คะแนนชนะพรรคขวาจัด
ผมเคยแสดงความเห็นไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ผลการเลือกตั้งซ่อมเขต 9 (จตุจักร-หลักสี่) ในครั้งนี้ จะเป็นดัชนีชี้วัดความนิยม ในตัวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ระดับหนึ่ง เพราะระหว่างมีการหาเสียงรณรงค์หาเสียงนั้น มีพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ได้แบ่งออกเป็น 2 ขั้วอย่างชัดเจน กล่าวคือ กลุ่มพรรคการเมืองที่ประกาศจุดยืนไม่เอาพลเอกประยุทธ์ เช่น พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคไทยศรีวิไลซ์ และมีพรรคการเมือง ที่ประกาศจุดยืนสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เช่น พรรคพลังประชารัฐ พรรคไทยภักดี และพรรคกล้า
เมื่อผลการเลือกตั้งซ่อมออกมาแล้ว ถ้านำคะแนนของฝ่ายที่ไม่เอา พลเอกประยุทธ์ ทั้ง 3 พรรคมารวมกัน คือ พรรคเพื่อไทย 29,416 คะแนน พรรคก้าวไกล 20,361 คะแนน พรรคไทยศิวิไลซ์ 244 คะแนน รวมทั้งหมด 50,021 คะแนน ส่วนพรรคที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปคือ พรรคกล้า 20,047 คะแนน พรรคพลังประชารัฐ 7,906 คะแนน พรรคไทยภักดี 5,987 คะแนน รวมทั้งหมด 33,940 คะแนน ถ้าวิเคราะห์จากตัวเลขของคะแนนผ่านพรรคการเมืองทั้ง 2 กลุ่มแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า คนกรุงเทพฯ ในเขต 9 คือ เขตจตุจักร เขตหลักสี่ เลือกพรรคที่ไม่เอาพลเอกประยุทธ์ มากกว่าเลือกพรรคที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ มากพอสมควร ซึ่งอาจจะกระทบต่อสถานะการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้
อยากจะตั้งข้อสังเกต ในเรื่องการรณรงค์หาเสียงของพรรคการเมืองอย่างน้อย 2 พรรค ที่เรียกกันว่า พรรคขวาจัด คือพรรคไทยภักดี ได้คะแนน 5,987 คะแนน ส่วนพรรคที่เรียกกันว่า พรรคซ้ายสุดขั้ว คือพรรคก้าวไกล ได้ 20,361 คะแนน ถ้าพิจารณาจากคะแนนนิยมของพรรคการเมือง 2 พรรคนี้ น่าจะอธิบายเหตุผลทางการเมืองในบางประเด็นได้พอสมควร
ผมขอแสดงความยินดีกับ คุณสุรชาติ เทียนทอง และพรรคเพื่อไทย ที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวเขตจตุจักร เขตหลักสี่ ในครั้งนี้ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จ ในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง และขอให้กำลังใจกับผู้พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขอให้เตรียมตัวเตรียมความพร้อม เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งต่อไป ที่อาจจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ก็เป็นไปได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พปชร. ชูนโยบายแก้จน เพิ่มวงเงินบัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า เป็น 700 บาทต่อเดือน
พปชร. ชูนโยบาย “บัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า” เพิ่มวงเงินเป็น 700 บาทต่อเดือน มุ่งแก้ปัญหาความยากจนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
นายกฯอวยพรปีใหม่คนไทย ขอ 'ทุกข์ โศก-เคราะห์' หมดไปปีนี้ บอกปีม้าขี่ม้าขาวนั่งนายกฯอีกสมัยหรือไม่แล้วแต่ปชช.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.
เปิดปาร์ตี้ลิสต์ 'พปชร.' 35 คน 'ภัครธรณ์' เบอร์ 1 แทน 'บิ๊กป้อม'
เปิดบัญชีรายชื่อ 'พลังประชารัฐ' ส่งทั้งหมด 35 คน 'ภัครธรณ์ เทียนไชย' อดีตผวจ.ชลบุรี ขึ้นแท่นเบอร์ 1 แทน 'บิ๊กป้อม' ที่วางมือ
'ภท.-ปชน.' แตกหักปม112 'พท.' ตัวแปรรอร่วมรัฐบาล
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงโค้งสำคัญ พรรคการเมืองต่างเร่งนำเสนอนโยบาย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และทีมรัฐมนตรี เพื่อขอโอกาสประชาชนเข้ามาบริหารประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า
‘สุรเดช’ ทิ้ง พปชร. หลัง ‘บิ๊กป้อม’ วางมือ
“สุรเดช” ทิ้ง พปชร. หลัง “บิ๊กป้อม” วางมือ บอก ไม่ขอเป็นรองหัวหน้าพรรคให้คนอื่น ระบุ อนาคตยังไม่แน่นอน หากไม่มีพรรคอุดมการณ์ตรงกัน ขอเว้นวรรคไปก่อน

