ดุเดือด! สส.ณัฐชา ถล่ม 'แพทองธาร' เมินวิกฤต 'ปลาหมอคางดำ' ซัดเพื่อไทยหัวใจนายทุน

‘ณัฐชา’ เดือดกลางสภา อัดรัฐบาลไม่จริงใจแก้ปัญหา ‘ปลาหมอคางดำ’ ซ้ำเติมเกษตรกร ซัดงบฯ 98 ล้านแค่ ‘ยาพารารักษามะเร็ง’ แฉสัมพันธ์ลึกระหว่างครอบครัวนายกฯ กับกลุ่มทุนที่ส่อเอี่ยว พร้อมเปิดคลิปตีแผ่ ‘ในทำเนียบ-นอกทำเนียบ’ สะท้อนความเพิกเฉย จี้ 4 ข้อเรียกร้องจากชาวบ้าน ให้รัฐบาลเร่งแก้ไขทันที

24 มีนาาคม 2568 - เวลา 12.45 น. นายณัฐชา อินไชยสวัสดิ์ สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน อภิปรายว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไร้ความจริงใจในการแก้ไขปัญหาวิกฤติปลาหมอคางดำ ที่สร้างความเสียหายให้เกษตรกรไทยกว่าหมื่นล้านบาท ชี้รัฐบาลอนุมัติงบประมาณ 98 ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหา แต่เปรียบเป็นเพียง “ยาพารารักษาโรคมะเร็ง” ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นตอ พร้อมตั้งคำถาม พรรคเพื่อไทยมีหัวใจเพื่อประชาชนจริง หรือเพื่อกลุ่มทุน

นายณัฐชา เปิดประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างครอบครัวของแพทองธาร กับกลุ่มทุนที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเข้าปลาหมอคางดำ พร้อมแฉไทม์ไลน์การนำเข้าที่มีหลักฐานชัดว่า มีเอกชนรายใหญ่เพียงรายเดียวที่ได้รับอนุญาต พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงไม่เร่งตรวจสอบและดำเนินการอย่างจริงจัง

นายณัฐชา ย้ำว่า สิ่งที่ประชาชนเจ็บปวดที่สุดไม่ใช่เพียงความสูญเสียจากปลาหมอคางดำ แต่เป็น ความเงียบ ของรัฐบาลที่ปล่อยให้ประชาชนเผชิญปัญหาลำพัง พร้อมเปรียบเทียบว่า ในกรณีเรือน้ำตาลล่ม มีถึง 6 หน่วยงานร่วมมือกันดำเนินคดีจนสามารถเรียกค่าเสียหายกลับคืนมาได้ แต่ในกรณีปลาหมอคางดำ กลับไม่มีหน่วยงานใดแสดงความรับผิดชอบ

สส.พรรคประชาชน ชี้ว่า การแก้ปัญหานี้ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาล แต่ต้องการความกล้า ของรัฐบาลในการเอาผิดกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสนอ 4 ข้อเรียกร้องจากประชาชน ได้แก่ 1. ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบผู้กระทำผิด 2. กำจัดปลาหมอคางดำให้หมดภายใน 1 ปี 3. ประกาศเขตภัยพิบัติทันที 4. ให้หน่วยงานรัฐฟ้องร้องเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน การอภิปรายถูกขัดจังหวะโดย ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ลุกขึ้นประท้วงว่าข้อกล่าวหาของนายณัฐชาไม่เป็นความจริง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณและออกมาตรการแก้ไขแล้ว

แต่นายณัฐชาตอบโต้ทันทีว่า “นี่ไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่เป็นแค่การเอายาพารามารักษามะเร็ง”

ก่อนจบการอภิปราย นายณัฐชาได้เปิดคลิปวิดีโอเปรียบเทียบภาพบรรยากาศ “นอกทำเนียบที่เดือดระอุ” กับ “ในทำเนียบที่หวานชื่น” สะท้อนว่ารัฐบาลไม่เหลียวแลประชาชน พร้อมทิ้งท้ายด้วยคำถามว่า “สุดท้าย...รัฐบาลเพื่อไทยหัวใจเพื่อใครกันแน่”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ฝ่ายค้าน' ดักคอประธานสภาอย่าชิงปิดประชุม เตะถ่วงตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ปัญหาราคาพืชผล

จับตาเย็นนี้! ประธานฯชิงปิดประชุมสภา คุมกำเนิดตั้งกมธ.วิสามัญหรือไม่ ฝ่ายค้านผนึกกำลังจี้ตั้งกมธ.แก้ปัญหาพืชผล ซัด ‘ซูปเปอร์จี’ เกาไม่ถูกที่คัน ชี้ไลฟ์สดทุเรียนป่วนเกษตรกร ระบุ เรื่องใหญ่ไม่สามารถเข้ากรรมาธิการสามัญได้

'ศิริกัญญา' ยังติดใจบทกูรูเศรษฐกิจซัดแลนด์บริดจ์ให้ผลตอบแทนต่ำ!

'ศิริกัญญา' ติงรัฐบาล หลังพบผลตอบแทนโครงการแลนด์บริดจ์ต่ำไร้คนลงทุน หวั่นซ้ำรอยรถไฟฟ้าเชื่อมสามสนามบิน ประมูลก่อนแก้สัญญาทีหลัง ถามยังจะเดินหน้าต่อหรือไม่

เปิด 9 รายชื่อ 'ประธาน กมธ.' สัดส่วนพรรคประชาชน

พรรคประชาชน ได้มีการจัดประชุมและลงมติเลือกตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคประชาชนได้โควตาจำนวน 9 กมธ. โดยการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานนั้น จะใช้วิธีการรับสมัครและให้แคนดิเดตแสดงวิสัยทัศน์ แล้วลงมติแบบลับ โดยใช้เวลาประชุมกว่า 6 ชั่วโมง

'ไอติม' เหน็บ 'ศุภจี' ไลฟ์สดขายทุเรียนแล้ว ไปตอบในสภาด้วย

ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินงานของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการประชุมสภาฯ สัปดาห์

'อ.อัจฉราวดี' ฟันธง! ผู้สมัครผู้ว่ากทม.ที่จะชนะพรรคส้มได้ต้องมาจากการส่งของ 'หมอวรงค์'

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความถึงการเลือกผู้ว่ากทม.ว่าเพราะผลการเลือกตั้งใหญ่ที่พรรคประชาชนกวาดที่

พรรคประชาชน เล็งส่ง 'ดร.โจ ชัยวัฒน์' ชิง ผู้ว่าฯ กทม.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชน (ปชน.) ถึงความคืบหน้าการเฟ้นหาตัวผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในนามพรรค ปชน. ขณะนี้ใกล้สะเด็ดน้ำแล้ว และจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเวลา