ลุ้นคำพิพากษา ‘ยิ่งลักษณ์’ ดร.ณัฏฐ์เปิด 5 แนวทาง

นักกฎหมายมหาชน เปิดแนวทางคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดียิ่งลักษณ์ โครงการจำนำข้าว ชี้มีทั้งยก ยืน กลับ หรือแก้ไข พร้อมเผยผลสะเทือนถึงการยึดทรัพย์และการคืนเงินหากคำพิพากษาเปลี่ยน

21 พฤษภาคม 2568 - ความคืบหน้าคดี “โครงการรับจำนำข้าว” ซึ่งเกี่ยวพันกับคำสั่งทางปกครองให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าสินไหมแก่รัฐ ตามคำสั่งของกระทรวงการคลัง ล่าสุดศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 นี้

ด้าน นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้เปิดเผยว่า ฝ่ายจำเลยเตรียมรับฟังคำวินิจฉัยอย่างใกล้ชิด และมั่นใจในคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้นที่เคย เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง ของกระทรวงการคลังมาก่อน

ขณะเดียวกัน ดร.ณัฏฐ์ ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้วิเคราะห์แนวทางที่ศาลปกครองสูงสุดอาจมีคำวินิจฉัยไว้ 5 แนวทางหลัก โดยระบุว่า คดีนี้มีความซับซ้อน และคำพิพากษาอาจเป็น หมุดหมายสำคัญต่อสิทธิในการคุ้มครองทรัพย์สินของประชาชนที่ถูกกล่าวหาโดยรัฐ

แนวทางแรก หากศาลพิพากษา “ยืน” ตามศาลปกครองชั้นต้น หมายถึง ยิ่งลักษณ์ไม่ต้องรับผิดชอบ ตามคำสั่งชดใช้เงินของกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็น คำสั่งทางปกครอง ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539

แนวทางที่สอง หากศาลพิพากษา “กลับ” ความหมายคือ คำสั่งของกระทรวงการคลัง มีผลใช้บังคับ แต่ไม่อาจนำไปสู่การยึดทรัพย์ได้ทันที เพราะไม่ใช่หนี้ภาษี และยังไม่ใช่คำพิพากษาของศาลตามหลักกฎหมาย

แนวทางที่สาม ศาลอาจ “แก้ไข” คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะในประเด็นจำนวนเงินที่ต้องชดใช้ เช่น ลดหรือเพิ่มยอด โดยให้รับผิดบางส่วนแทนทั้งหมด

แนวทางที่สี่ หากพิพากษา “ยืน” ก็จะไม่มีผลกระทบต่อ คำพิพากษาศาลฎีกาฯ ที่ตัดสินจำคุก 5 ปี ไปแล้ว เพราะเป็นคนละคดีคนละศาล และไม่เกี่ยวกับมาตรา 211 ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ผลผูกพันต่อทุกองค์กรในกรณีศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น

แนวทางสุดท้าย ดร.ณัฏฐ์ระบุว่า หากบ้านของนางสาวยิ่งลักษณ์ถูก ยึดและขายทอดตลาด ไปก่อนหน้านี้ โดยอ้างอิงคำสั่งทางปกครองของกระทรวงการคลัง ซึ่งหากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รัฐอาจต้อง คืนทรัพย์สินหรือจ่ายค่าชดเชยเท่ามูลค่าทรัพย์ ให้ผู้เสียหาย

นักกฎหมายมหาชนย้ำว่า แม้ผลคดีนี้จะไม่ย้อนลบคำพิพากษาทางอาญา แต่จะมีผลโดยตรงต่อกระบวนการ บริหารจัดการทรัพย์สินและความรับผิดทางแพ่งของอดีตนายกฯ และอาจกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญว่ารัฐจะใช้อำนาจลงโทษผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในเชิงปกครองได้อย่างไรภายใต้หลักนิติธรรมในอนาคต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ดร.ณัฏฐ์’ ไขความสำคัญ ‘กมธ.’ ด่านเช็กอำนาจฝ่ายบริหาร

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้เกณฑ์คำนวณ “คณะ กมธ.”ในสภาผู้แทนราษฎร คำนวณจาก จำนวน สส. แต่ละพรรคการเมือง ส่วน ปธ.กมธ.แต่ละคณะ แต่ละพรรคการมือง เป็นการคัดเลือกกันเอง

ดร.ณัฏฐ์ ซัด 'รักชนก' อภิปรายส่อเสียด ยัน 'สุชาติ' ไม่เอี่ยวค้ามนุษย์

“ดร.ณัฏฐ์” โต้ “รักชนก” ปมโพสต์ตามหารัฐมนตรี ชี้ข้อมูลเก่า-ไร้มูล ยืนยัน “สุชาติ” ไม่เกี่ยวคดีค้ามนุษย์ และไม่เคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ทักแล้วไม่ฟัง ยังดื้อดึงแก้ ม.112

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมจุดชี้ขาด “คดี อดีต 44 สส.ก้าวไกล” เหตุใด เลขาธิการ สส.ทักท้วงแล้ว แต่ยังดื้อดึงเสนอ ร่าง แก้ไข ปอ.มาตรา 112 อีก

ดร.ณัฏฐ์ ชี้น้ำมันแพงเข้าข่ายเหตุเร่งด่วน ครม.สั่งแก้ได้ทันที

นักกฎหมายมหาชน ระบุปัญหาราคาน้ำมันกระทบความมั่นคงเศรษฐกิจ เข้าข่าย “จำเป็นเร่งด่วน” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 วรรคสอง ครม.มีอำนาจดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องรอแถลงนโยบาย หวั่นปล่อยช้ากระทบทั้งเศรษฐกิจและการเมือง