
30 พ.ค.2568 - ในการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ เวลา 10.40 น. น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. อภิปรายในการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ ญัตติขอให้ชะลอการตั้งกมธ.สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติฯ ว่า ตนเข้าใจว่า สว. 100 กว่าคนยังเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฮั้วเลือกสว.อยู่ และเชื่อว่าสามารถชี้แจงได้ แต่การจะไปชี้แจงจะต้องไปที่กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจะเกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบควรจะต้องเร่งรัด เพราะหากกระบวนการตรวจสอบยังล่าช้าจะทำให้ กกต. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และป.ป.ช.จะต้องถูกสรรหาโดยกระบวนการที่มีอาจจะเกิดปัญหาในอนาคตเช่นกัน และทำให้ประชาชนอาจเกิดความไม่เชื่อมั่น
น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวว่า ดังนั้นตนขอความกรุณาสว.ทุกคนให้ช่วยกัน เพราะวันนี้ประชาชนเฝ้าดูอยู่ว่าเราจะตัดสินกันอย่างไร ตนขอแค่เลื่อนไปสมัยประชุมปกติอีกเดือนเศษๆ และในระหว่างนี้ขอให้องค์กรที่ตรวจสอบทำงานอย่างเต็มที่ เชื่อว่าน่าจะเสร็จทันถ้าทำกันอย่างเต็มที่ ตอนนี้เห็นว่าบรรยากาศในวุฒิสภามีความเครียดกังวลกันไปหมด ไปไหนก็มีแต่คนถาม คนที่เคยเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก วันนี้ไม่มองหน้ากันไปแล้ว เพราะทุกคนมีความกังวลและเครียดว่าอีกคนเป็นคนของฝ่ายหนึ่งตลอด กลุ่มสว.ที่ไม่มีค่ายก็ถูกกล่าวหา กลุ่มที่มีค่ายก็โดนป้ายสี เหมือนปลาอยู่ในข้องเดียวกัน เวลาเน่าก็เน่ากันหมด ดังนั้นวันนี้สังคมยังตัดสินเราอยู่ จึงควรเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อนจนเปิดสมัยประชุมปกติ
“จะมีอะไรเสียหาย คนที่เสียหายไม่ใช่สว. คนที่ตรวจสอบทำให้เราทำงานไม่ได้ ดังนั้นเราต้องแก้ข้อกล่าวหา ตอนนี้มีข่าวลือสารพัด ว่าคนที่เป็นองค์กรอิสระจะต้องไปแถวซอยรางน้ำบ้าง ซึ่งก็ไม่รู้ไปทำอะไร หรือต้องไปจังหวัดที่มีโพเดี้ยมใหญ่ๆ ก็ไม่รู้ไปทำอะไร ไปจริงหรือไม่ก็ไม่ทราบ ข่าวลือหรือไม่ ดังนั้นการเผชิญหน้ากับข่าวลือที่ดีที่สุด คือการชี้แจงความเป็นจริง ไม่ควรให้คนที่พูดความจริงต้องรับผิดชอบโดยการเอาไปบูชายันต์ ขอความกรุณา ถ้าเราไตร่ตรองให้ดี ขอให้เลื่อนเวลาไปพิจารณาในสมัยประชุมปกติ ผมว่าประชาชนจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง และชื่นชมความเสียสละของพวกเรา ไม่ว่าท่านจะได้รับอะไรมาก็ตาม หรือรับคำสั่งจากใครมาก็ตาม วันนี้ขอความกรุณางดฟังคำสั่งที่มาโดยไม่ถูกต้อง ใช้หัวใจและสมองของท่าน คิดอย่างไรลงมติตามนั้น เพราะสว.ทั้งหลายมาจากเสียงประชาชน” น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดม' นั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ 'จักรพงศ์' เป็นตุลาการ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
'โสภณ' รอศาลรัฐธรรมนูญก่อนเปิดสภาสมัยวิสามัญถกเงินกู้ 4 แสนล้าน
'โสภณ' รอเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนส่ง ครม.ทูลเกล้าฯ เปิดสภาวิสามัญ ถก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้าน
มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต
ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ
ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน
รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้

