เสกสกล-สนธิญา ประสานเสียงขวาง 'พีระพันธุ์' นั่ง รมต. เตือนนายกฯ ระวังซ้ำรอย 'เศรษฐา'

‘สนธิญา’ เตรียมยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรี คัดค้าน ‘พีระพัง’ นั่งรมต.ขณะที่ 25 มิย ยื่นกกต.ยุบพรรคร่วมรัฐบาล  หลังทำประเทศแตกแยกปมคลิปเสียง ด้าน ‘เสกสกล’ จี้ นายกฯ หากไม่ปรับออก ส่อมีความผิด รธน. ฝ่าฝืนจริยธรรม ซ้ำรอย ‘เศรษฐา’ พร้อมเรียกร้อง ‘วิทยา-จุติ’ ลาออกเอาปี๊บคุมหัว

23 มิ.ย.2568- ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล  นายเสกสกล อัตถาวงศ์  ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้คัดค้านการแต่งตั้งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรัฐมนตรี  โดยระบุว่า ตนเป็นผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติตั้งแต่ต้นปี 2564 โดยใช้ motto ของพลเอกประยุทธ์คือ รวมไทยสร้างชาติ มาตั้งเป็นชื่อพรรค และในปลายปี 2564 นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ได้มาพรรคหาเสียงตอนเลือกตั้ง  ซึ่งตามปกติแล้วตนตั้งพรรคนี้เพื่อเป็นพรรคสำรองให้กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หากมีอะไรเปลี่ยนแปลง  และตนได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ในลำดับที่ 15 แต่ในขณะนี้ตนไม่สามารถเข้าสภาได้เนื่องจากปัญหาในพรรค 

นอกจากนี้ยังมีการแอบอ้างชื่อพลเอกประยุทธ์ มาโดยตลอดซึ่งพลเอกประยุทธ์นั้น ได้ออกจากพรรคและไปเป็นองคมนตรีแล้ว ซึ่งไม่สามารถข้องเกี่ยวกับการเมืองได้ รวมถึงการบริหารงานในพรรคไม่เป็นไปตามที่ได้มีความตั้งใจไว้ แต่กลับทำให้พรรคเกิดความแตกแยกเป็นกลุ่มเป็นก้อน แตกความสามัคคี  ทั้งนี้ ตนมองว่าการที่นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะมีการคณะรัฐมนตรีแพทองธาร  2  และมีการปรับบางตำแหน่งและแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีให้เป็นไปตามอำนาจการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน

นายเสกสกล กล่าวว่า ในส่วนของนายพีรพันธุ์ในขณะนี้อยู่ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ไต่สวน เพื่อดำเนินคดีฐานละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงกรณีทุจริตแจกถุงยังชีพ ซึ่งข้อกล่าวหาเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง รวมถึงป.ป.ช. ยังรับไต่สวนคดีซุกหุ้นและเป็นกรรมการบริษัทรวมถึงคู่สมรส ซึ่งมีพยานหลักฐานปรากฏชัดแจ้งในข้อมูลนายทะเบียนนิติบุคคล สำเนารายชื่อผู้ถือหุ้นและงบดุลของแต่ละบริษัท โดยระหว่างดำรงตำแหน่งยังบริหารจัดการบริษัทที่ตนเป็นเจ้าของ ทั้งยังแต่งตั้งบุคคลที่ใกล้ชิดมีผลประโยชน์ทับซ้อน ในการเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ ล้วนเป็นการละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างไต่สวนของ ป.ป.ช.

นายเสกสกลกล่าวว่า ประเด็นการถือหุ้นและไม่ได้โอนหุ้น ของนายพีระพันธ์และคู่สมรส ถือเป็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเป็นรัฐมนตรี ตามมาตรา 160(6) ซึ่งอยู่ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. ไต่สวน อันนำไปสู่การยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อถอดถอนนายพีระพันธ์ รวมทั้งยังปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่านายพีระพันธ์ได้กรอกแบบข้อมูลตามพรบ. การจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของรัฐมนตรีตามแบบของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนที่นางสาวแพทองธาร จะเสนอทูลเกล้า ว่านายพีระพันธ์ คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะถือครองหุ้นไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็นการกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบการถือครองหุ้น จากข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงข้างต้นตนจึงขอแจ้งข้อเท็จจริงในคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเป็นรัฐมนตรีของนายพีระพันธ์ ให้แก่นายกรัฐมนตรีทราบโดยเร่งด่วน เพราะเกรงว่าจะซ้ำรอยกับกรณีของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีที่ได้แต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี

 “ ความไม่ชัดเจน ความไม่แน่นอน ไม่มีจุดยืนของนายพีระพันธ์ เป็นสิ่งที่น่ากลัวและอันตราย วันนี้นายกฯจะตั้งรัฐบาลหรือปรับตำแหน่งรัฐมนตรีต่อก็เป็นเรื่องของท่าน จะยุบสภาหรือลาออกก็เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่ท่านต้องพึงระวังว่ามีบุคคลที่ขณะนี้ ที่องค์กรอิสระทั้งป.ป.ช. กกต.และ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กำลังไต่สวนตรวจสอบ และเรื่องกำลังจะไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าผลวินิจฉัยออกมาว่า นายพีระพันธ์มีความผิด จะมีคนไปร้องเรียน นายกรัฐมนตรี ให้พ้นจากตำแหน่งเช่นเดียวกัน “

นายเสกสกล ยังระบุว่า อีกว่า วันนี้พรรคจะเล็กพรรคจะตกต่ำ หรือใครจะย้ายออกจากพรรค แต่ตนต้องการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคและเตือนนายกรัฐมนตรีว่าให้ปรับนายพีระพันธ์ออกจากครม.  มิฉะนั้นนายกรัฐมนตรีมาทราบถึงประวัติคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเป็นรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังเพิกเฉยผลร้ายจะกลับไปที่ตัวนายกรัฐมนตรี ตามหลักผลไม้ที่เป็นพิษ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ารู้ หรือควรจะรู้เพราะไม่ได้ตรวจสอบมิได้

“ขอเรียกร้องให้นายวิทยา แก้วภราดันและนายจุติ ไกรฤกษ์ สส.บัญชีรานชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เคยออกมาประกาศว่าถ้านายกรัฐมนตรีไม่ออกเราจะออกเอง ตนขอถามว่าต้องรับผิดชอบกับคำพูดด้วยการลาออกมิฉะนั้นจะต้องเอาปี๊บคุมหัว”

วันเดียวกัน นายสนธิญา สวัสดี ในฐานะนักร้องเรียนทางการเมือง ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้กำลังใจ หลังโดนผู้นำกัมพูชาปล่อยคลิปเสียง ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ทรามมาก อาจส่งผลให้ผู้นำระหว่างประเทศไม่กล้าคุยโทรศัพท์ระหว่างกัน แต่เนื้อหาที่นายกรัฐมนตรีพูดนั้น เช่น การพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 , หรืออยากได้อะไรก็บอก เป็นสิทธิ์ที่ประชาชนจะยื่นตรวจสอบ หรือจัดการชุมนุมได้

นอกจากนี้ การยื่นเอกสารวันนี้ ต้องการให้นายกรัฐมนตรีปรับนายพีระพันธ์ ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีหมายเรียกจากคดีป.ป.ช. รวมถึงคดีต่างๆด้วย ฉะนั้นหากนายกรัฐมนตรียังคงแต่งตั้งก็จะมีความผิดตามรัฐธรรมนูญและการฝ่าฝืนจริยธรรม ขณะเดียวกัน ตนจะนำหนังสือดังกล่าวมอบให้แก่ประธานองคมนตรีตามช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 10 วรรค 2 เพื่อยับยั้งการแต่งตั้งนายพีระพันธ์

นายสนธิญา กล่าวต่อว่า วันพุธ(25มิ.ย) ตนจะไปยื่นเรื่องกับ กกต. เพื่อยุบพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ตามความผิดพรป.พรรคการเมือง  เนื่องจากเป็นการกระทำที่สร้างความแตกแยกและสร้างความเสียหาย หลังจากเกิดคดีคลิปเสียงผู้นำกัมพูชาหลุด รวมถึง มีกระบวนการให้เรียกร้อง เพื่อให้ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะพรรครทสช.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จากความคับแค้น สู่การเปิดโปง อนุทิน-สีน้ำเงินพันฮั้วสว. เป้าใหญ่รอถล่มศึกซักฟอก

เริ่มโหมโรง-เรียกแขกกันแล้ว สำหรับ “ศึกซักฟอก เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” ของพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคประชาชน

ปลื้ม 'ภูเก็ต' คว้าอันดับ 1 ครองใจนักท่องเที่ยวแคนาดา

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลรู้สึกปลื้ม หลังจากจังหวัดภูเก็ตได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากนักท่องเที่ยวชาวแคนาดาในงาน Air Canada Vacations Toronto Product Launch

'อนุทิน' ขอบคุณ 'เนเน่' สร้างชื่อเสียงประเทศ ทำคนไทยมีความสุข

นายกฯ ขอบคุณและดีใจไปกับ 'เนเน่' ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ทำคนไทยมีความสุขมีกำลังใจ เชื่อถ้ามีคนพูดคำว่าไทยแลนด์ 1 ล้านครั้ง ไปได้ไกลแน่นอน

นายกฯ ถกทีมไทยแลนด์ ชูจุดแข็ง 'รัฐบาล' เสถียรภาพสูงมาก ไม่หากินผิดกม.

นายกฯ ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต ยัน ครม. ชุดนี้ ไม่มีใครหากินผิดกฎหมาย ย้ำจุดแข็ง รัฐบาลมีเสถียรภาพสูงมาก ด้าน ‘ทีมโรดโชว์’ ชมเปาะ นโยบายเพิ่มความมั่นใจนักลงทุน

'ไหม' จวก 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส2' ไม่ช่วยกระตุ้นศก. แซะหั่นแจกอีก 2 ด. แค่กระตุ้นความนิยมรบ.

'ศิริกัญญา' จวก 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2' ปลดล็อกงบกู้ 2 แสนล้าน แต่หั่นเหลือเดือนละ 500 บ. แซะ แจกเงินกู้วิกฤตศรัทธา