กกต. แจงพิจารณาคดีฮั้วเลือก สว. ไม่ได้ลากยาว 8 เดือน

กกต. แจงยิบปมคดีทุจริตเลือก สว. ไม่ได้ลากยาว 8 เดือนตามโซเชียลกล่าวอ้าง ยันดำเนินการรวดเร็ว-รอบคอบตามกฎหมาย เน้นความเป็นธรรมทุกฝ่าย

13 สิงหาคม 2568 - สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ อันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ประธาน กกต. ระบุว่าใช้เวลาราว 8 เดือน ในการพิจารณาคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 2567 โดยยืนยันว่าเป็นเพียงการอธิบายขั้นตอนและกรอบเวลาตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 เท่านั้น ไม่ใช่ระยะเวลาที่ต้องใช้จริง

โดยเมื่อวันที่18 ก.ค. 2568 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต.ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และได้ชี้แจงขั้นตอนเพื่อให้สื่อมวชนและประชาชนเข้าใจถึงขั้นตอนและกรอบระยะเวลาตามกฎหมายของ กกต. เพียงเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้เวลาในทุกขั้นตอนจนถึงระยะเวลา 8 เดือน
ตามที่สื่อสังคมออนไลน์ได้กล่าวถึง โดยสำนักงานกกต.ได้ดำเนินการในแต่ละขั้นตอนด้วยความรวดเร็วและรอบคอบ เพื่อให้สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จเร็วกว่ากรอบเวลาที่กำหนดไว้ แต่เนื่องจากสำนวนนี้มีพยานหลักฐานเป็นจำนวนมากจึงอาจต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และในขณะนี้ การดำเนินคดีเกี่ยวกับการเลือกสว.อยู่ในขั้นตอนที่ 2 และเป็นไปตามระเบียบกกต.ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2566 ซึ่งแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้

ชั้นที่ 1 คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน เมื่อได้รับสำนวนแล้วให้ดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนและจัดทำความเห็น เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ให้จัดส่งสำนวนไปยังสำนักงานกกต. (ส่วนกลาง) โดยเร็ว

ชั้นที่ 2 สำนักงานกกต. ได้รับสำนวนแล้วให้พนักงานสืบสวนและไต่สวนผู้รับผิดชอบสำนวนดำเนินการวิเคราะห์สำนวนและจัดทำความเห็นเสนอผ่านผู้อำนวยการฝ่าย รองผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนัก และเลขาธิการกกต. (รองเลขาธิการกกต.ที่ได้รับมอบหมาย)

ชั้นที่ 3 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง เมื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งได้พิจารณาแล้วจะทำความเห็น และสำนักงานกกต.เสนอสำนวนให้คณะกรรมการกกต.พิจารณา

และชั้นที่ 4 คณะกรรมการกกต. เมื่อคณะกรรมการกกต.ได้รับสำนวน จากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งแล้ว ต้องพิจารณาชี้ขาดหรือสั่งการโดยเร็ว

ตามประกาศกกต. เรื่อง กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมของสำนักงานกกต. พ.ศ. 2566 มีขั้นตอนการวิเคราะห์สำนวนและเสนอความเห็นโดยเลขาธิการกกต.กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน 60 วัน ขั้นตอนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัย ฯ กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน 90 วัน และขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกกต. กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน 90 วัน

สำนักงานกกต. ขอย้ำว่า การพิจารณาดำเนินคดีเป็นไปตามกระบวนการและระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด ไม่อยู่ภายใต้แรงกดดันใด ๆ และหากมีเหตุจำเป็นอันสมควร สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จเร็วกว่ากรอบเวลาที่กำหนดได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย พร้อมขอให้ประชาชนรับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ถูกต้อง และขอความร่วมมือสื่อมวลชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นต่อบุคคลและองค์กร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประธาน กกต. ลั่นไม่ยื้อ 'คดีฮั้ว สว.' จะมากดดันให้ส่งศาลเลยไม่ได้ หน้าที่ไม่ใช่ไปรษณีย์

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฮั๊วเลือก สว. ว่า เราประชุม กกต. เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวทุกวันจันทร์ เราประชุมมาแล้ว 3 ครั้ง และวันจันทร์ที่จะถึงนี้เป็นครั้งที่ 4  จากที่กำหนดไว้ 12 ครั้ง  คิดว่าจะเสร็จตามกรอบของกฎหมาย

ปชน. เปิดหลักฐานใหม่! คลิปเสียง 'นครพนม-อยุธยา' มัดฮั้ว สว.

'ไอติม' เปิดหลักฐานมัดคดีฮั้ว สว. ประเดิม 'นครพนม' คลิปเสียงสายสีน้ำเงิน-จัดโพยอยุธยา พบ สว.ชายเสนอเงินจ่ายค่าหัว-แลกเก้าอี้ผู้ช่วย ลั่นทิ้งพ่อแม่เห็นเยอะ แต่ทิ้งเงินไม่เคยเห็น จี้ กกต. เลิกดองส่งศาลเถอะ

'สสร. ปี 50' แถลงการณ์บี้ กกต. เร่งสรุปคดีฮั้ว สว. ส่งศาลฎีกา

สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) 2550 ออกแถลงการณ์ถึง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งและกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งบังคับใช้กฎหมายก่อนที่กลไกขององค์กรนิติบัญญัติ

'สมชาย' ข้องใจ 'พ.ร.บ.นิรโทษกรรม' สอดไส้ล้างผิด 'คดีฮั้ว สว.'

นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ส่วนตัวสนับสนุนหลักการของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ กกต.ยึดพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ‘เส้นเงิน-โพย’ ชี้ชะตา 229 ผู้ถูกกล่าวหา

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ กกต. ต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” และ “โพย” ที่เชื่อมโยงการกระทำเป็นขบวนการ พร้อมย้ำผู้ถูกกล่าวหา