'กมธ.ทหาร' พรรคส้ม บี้กองทัพบก เรียก มทบ.18-กรมพลาธิการ เข้าแจงปมน้ำมันหาย 28 ส.ค.นี้

'กมธ.ทหาร' เรียก มทบ.18-กรมพลาธิการ ทบ.เข้าแจงปมน้ำมันหาย 28 ส.ค.นี้ หลังผลสอบสวนระบุไม่ทุจริต พร้อมใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ หากไม่ให้ความร่วมมือ

27 ส.ค. 2568 - ที่รัฐสภา นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน รองประธานคณะกรรมาธิการ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าว กรณีน้ำมันหายในมณฑลทหารบกที่ 18 จังหวัดสระบุรี และการผลสอบกรณีน้ำมันหายของกรมพลาธิการทหารบก จังหวัดนนทบุรี

โดยนายเชตวีน ระบุว่า กรณีน้ำมันดีเซลที่หายไป มทบ. 18 จังหวัดสระบุรีกว่า 215,000 กว่าลิตรในปี 65 คณะกรรมาธิการทหารเคยทำหนังสือทวงถามถึงรัฐมนตรีว่าการเกษตรในขณะนั้นและผู้บัญชาการทหารบกถึง 3 ครั้ง แต่ได้รับการตอบกลับมาว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม อาจจะมีเสนอซื้อส่งไปให้คณะกรรมาธิการทหารต่อไป แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับหนังสือชี้แจงแต่อย่างใด ไม่ได้รับความร่วมมือจากกองทัพตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ จึงได้ทำหนังสือถึง ป.ป.ช.และผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ 2 หน่วยงานช่วยแสวงหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

ขณะที่อีกกรณีคือ น้ำมันหายจากกรมพลาธิการทหารบก จังหวัดนนทบุรีกว่า 10,000 ลิตรในปี 66 ตนเองได้รับผลสอบข้อเท็จจริงแล้ว แต่กองทัพบกยังไม่ได้มีการเปิดเผยผลสอบนี้ เพราะที่ผ่านมากองทัพมักจะสอบกันเองและเงียบ สอบกันเองแล้วหาย

นายเชตวัน กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวมีน้ำมันหายจากคลังเก็บและสั่งซื้อน้ำมันจากเอกชนรายใหญ่เจ้าหนึ่ง โดยมีการจัดส่งภายใน 1 วัน อ้างว่าจะมีการจัดประชุมสัมมนา แต่คนสั่งซื้อไม่ได้อยู่ในตำแหน่งอำนาจสั่งซื้อทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการเป็นการซื้อเพื่อมาชดใช้แทนน้ำมันที่หายไปหรือไม่ เนื่องจากมีปริมาณที่ใกล้เคียงกัน แต่เรื่องก็เงียบไปเหมือนแดนสนธยา ก่อนจะมีผู้มาร้องเรียนในเดือน ม.ค.68 จนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง แต่ก็ล่าช้ามาก

เอกสารชี้แจงลงวันที่ 14 ก.ค.68 พบมียอดดำเนินการสั่งซื้อน้ำมันส่วนตัวมาลงที่สถานีจ่ายของกรมเชื้อเพลิงพลาธิการทหารบก รวม 9,000 ลิตร คณะกรรมการสอบสวนพิจารณาว่ามีมูลได้ว่าน้ำมันมีการสูญหายจริงและกองทัพบกได้รับความเสียหาย สุดท้ายการกระทำดังกล่าวตามผลสอบไม่ถือว่าเป็นการทุจริตต่อราชการ

“ผมเชื่อว่าหลายคนตั้งคำถามต่อผลสอบนี้ แล้วนำมาชดใช้คืนเท่ากับไม่ทุจริตใช่หรือไม่ มาตรฐานเดียวกับนาฬิกาเพื่อน คืนเสร็จแล้วไม่มีความผิดหรือ”

นายเชตวัน ระบุว่า ตามระเบียบ หากมีน้ำมันสูญหายจะต้องมีการรายงานให้ทราบและตั้งคณะกรรมการสอบ เมื่อสรุปผลออกมาจะต้องมีการชดใช้และจะต้องมีการรายงานให้ผู้บัญชาการทหารทราบ แต่กรณีนี้ไม่มีการรายงาน ไม่มีการสอบสวน แต่เป็นการซื้อมาชดใช้ ผลสอบสุดท้ายกลับระบุว่าไม่มีการทุจริต กรณีนี้การละเว้นปฏิบัติหน้าที่ได้เกิดขึ้นแล้ว จึงขอให้สื่อมวลชนช่วยติดตามการแถลงข่าวชี้แจงของกองทัพบกด้วย

นายเอกราช กล่าวในช่วงท้ายว่า ในวันที่ 28 ส.ค.นี้ คณะกรรมาธิการทหาร จะเชิญ มทบ.18 และกรมพลาธิการทหารบก เข้ามาชี้แจง โดยหวังว่าจะทั้งสองหน่วยงานจะให้ความร่วมมือ แม้ไม่ได้รับการตอบรับอย่างเป็นทางการ แต่เข้าใจว่าจะเข้ามาชี้แจง เพราะหากไม่มาชี้แจง คงจะต้องใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วิโรจน์' ขานรับ 'ปิยบุตร' ไม่อยากเห็นสส.ปชน.สร้างคอนเทนต์ ทำตัวเป็นอินฟลู หวังสานต่ออุดมการณ์

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

'วิโรจน์' บี้ 'กทม.' หามาตรการป้องกันไฟดูด-ไฟลัดวงจร ป้องกันความสูญเสียชีวิตทรัพย์สิน

วิโรจน์ ลั่น กทม. เป็นเมืองที่ไม่มีใครถูกไฟดูดตายในบ้านได้ ไม่ต้องมีเหตุไฟไหม้จากไฟลัดวงจรได้

สส.ปชน.ยื่นร่างแก้ไขกม.รับราชการทหารฝันปีนี้จับใบดำ-ใบแดงปีสุดท้าย!

'พรรคประชาชน' ยื่นร่างแก้ พ.ร.บ.รับราชการทหาร จับตาพลทหารโดนดึงเป็นทหารรับใช้-ถูกซ้อม หวังปี 69 เป็นปีสุดท้ายจับ ใบดำ-ใบแดง

'วิโรจน์' ซัดกกต.กลั่นแกล้งปชช. 6 ราย ยุแจ้งความกลับฐานให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ-ผิดม.157

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ [ ข้อกล่าวหาของ กกต. หากพิจารณาตามองค์ประกอบของกฎหมาย กกต. อาจเข้าข่ายกลั่นแกล้งให้ประชาชนต้องโทษคดีอาญา ควรแจ้งความดำเนินคดีกลับกับ กกต. ทันที ] มีเนื้อหาดังนี้

วิโรจน์ ตามบี้ ทบ. ลงโทษบังคับพลทหารมุดบ่อเกรอะ ต้องฟันพรบ.อุ้มหาย ไม่ใช่ทำร้ายร่างกายอย่างเดียว

วิโรจน์ บี้เมื่อพบการกระทำที่เข้าข่ายย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงต้องพิจารณาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย และนำตัวผู้ต้องหาไปพิจารณาในศาลอาญาทุจริต