'ชูศักดิ์' เผย 'เพื่อไทย' เตรียมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15 ตั้งเป้าเลือก ส.ส.ร. ราว 140 คน จากตัวแทนจังหวัด 200 คน ก่อนส่งให้รัฐสภาคัดเหลือ 100 คน ยังไม่กำหนดคำถามประชามติล็อก หมวด 1-2 หรือไม่
17 ก.ย. 2568 -นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าภายหลังคณะทํางานพรรคเพื่อไทยได้มีการหารือเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า โดยสรุปเรามีการลงมติกันว่าเราจะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แต่จะไม่ได้เลือกโดยตรง ใช้เป็นการเลือกโดยอ้อม แล้วให้สภามาคัดเลือก
โดยรวมแล้ว ส.ส.ร.จะมาจากสองส่วน คือส่วนแรก ให้แต่ละจังหวัดไปเลือกตัวแทนที่ประสงค์จะมาเป็น ส.ส.ร. จํานวน 200 คน ผ่านการสมัคร ซึ่งให้ยึดถือตามจำนวนดังกล่าว และมาให้รัฐสภาเลือกให้เหลือ 100 คน ซึ่งมีเงื่อนไขว่า น้อยที่สุดคือเลือกจังหวัดละหนึ่งคน เนื่องจากอาจจะมีการทุ่มเทบางจังหวัดที่เป็นฐานเสียงของรัฐบาล
อย่างไรก็ดี เราคิดว่า ควรมีตัวแทนจากองค์กรทั้งหลายในประเทศ ทั้งทางด้านประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วม ตัวอย่างเช่น น่าจะมีตัวแทนจากคณบดี คณะนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาท้องถิ่น สภาทนายความ สื่อมวลชน และตัวแทนจากวิชาชีพทั้งหลาย เข้ามาเป็น ส.ส.ร.ด้วย รวมถึงอยากให้มีตัวแทนนิสิตนักศึกษาองค์กรต่างๆ ของมหาวิทยาลัยทั้งหลาย อย่างน้อย 30-40 คน และให้ ส.ส.ร.ชุดนี้ ทําหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สามารถไปตั้งกรรมาธิการคัดเลือกผู้ที่มาความรู้ความสามารถเข้ามาร่วม ทั้งนี้ คาดว่าจะตั้งไว้ประมาณ 140 คน ไม่อยากให้ใหญ่มาก
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย ในส่วนคณะทํางานได้มอบหมายให้เลขาธิการฝ่ายกฎหมายไปยกร่าง ซึ่งเข้าใจว่า ในวันที่ 19 ก.ย. เวลา 13.00 น. จะมีการนําร่างทั้งหมดมาดูกัน เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย และทําร่างนั้นเสนอ
สำหรับคําถามประชามติครั้งที่สอง จะมีการกําหนดเรื่องหมวด 1 และหมวด 2 หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นแต่เพียงการเพิ่มหมวด 15 ว่าด้วยการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งหากหมวดนี้ทําสําเร็จแล้ว การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นอย่างไร ก็ต้องเสนอร่างใหม่ทั้งหมด และเมื่อมีการทําประชามติแล้ว ก็จะถือว่าเป็นกฎหมายสมบูรณ์ ในชั้นนี้ เป็นเพียงแต่กําหนดวิธีการ สาระสําคัญว่า เราจะทําอะไร และจะมี สสร.อย่างไร
ส่วนการเดินสายทําความเข้าใจกับ สว.นั้น พรรคเพื่อไทยดําเนินการหรือยัง นายชูศักดิ์ ระบุว่า เราไม่มีหน้าที่ไปทําความเข้าใจ เป็นหน้าที่ของ สว.ต้องคิดกัน พรรคไหนจะไปทําความเข้าใจก็ได้ แต่พรรคเพื่อไทยเราไม่ได้ตกลง เพียงแต่ขอความสนับสนุน ว่าหากอยากให้จัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ช่วยมาโหวต เพราะต้องการเสียงอย่างน้อย 67 เสียงเป็นอย่างต่ำ หรือ 1 ใน 3
"ไม่อยากจะคิดว่า เราไปขอกัน ไปร้องกัน ช่วยหน่อยนะ อย่างโน้น อย่างนี้ ให้เป็นดุลพินิจ อํานาจหน้าที่ ที่เราทํากัน เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่ ถ้าเป็นประโยชน์ส่วนรวม ก็ช่วยกันสนับสนุนหน่อย เพราะเราก็พยายามกันมานานแล้ว ทําให้มันสําเร็จได้หรือไม่ แค่นั้น ไม่ได้เดินสายอะไร" นายชูศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ เรื่องเสียง สว.ไม่พอ ก็อยู่ในความกังวลเหมือนกัน แต่เราก็ต้องทํา ทําแล้วก็ว่ากันไป ถึงเวลาก็รู้เอง
เมื่อถามว่า กังวล ส.ส.ร.จะเหมือนกับคดี ฮั้ว สว.หรือไม่ นายชูศักดิ์ มองว่า การที่ประชาชนในจังหวัดเลือกกันมา ไม่มีเป็นกลุ่มอาชีพแบบ สว. เป็นคนละอย่างกัน สมมติเราอยู่จังหวัดนี้ มี ส.ส.ร.ได้ตามจํานวนประชากร หากสนใจก็ไปสมัคร แล้วให้ประชาชนมาโหวตเลือกกัน เพียง แต่ยังไม่ได้เป็น ส.ส.ร.ทันที ต้องให้รัฐสภาเลือกอีกครั้ง ย้ำว่า จุดใหญ่คือคิดว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่เรามาทํากันเอง เพราะเราอยากให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน จึงอยากให้มีส่วนร่วม
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยมีการคุยกันถึงไทม์ไลน์การทำร่างแรกแล้วเสร็จหรือไม่ เนื่องจากจะมีการปิดสมัยประชุม ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ นายชูศักดิ์ มองว่า จริงๆ ช่วงปลายกันยายนนี้ หรือ ตอนต้นตุลาคม เราก็สามารถเสนอได้ เพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม เพียงแต่ช่วงปลายตุลาคมที่จะปิดสมัยประชุมนั้น รัฐสภามีหน้าที่อย่างน้อย คือตั้งกรรมาธิการไว้ก็ได้ เพื่อให้กรรมาธิการทํางาน ให้ สสร.ทํางานได้ เพื่อที่ร่างจะได้แล้วเสร็จ เมื่อเปิดสมัยแล้ว จะได้มาโหวตกันได้
เมื่อถามถึงเรื่องที่มาของ ส.ส.ร. ได้มีการพูดคุยกับพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย หรือยัง นายชูศักดิ์ เผยว่า พยายามจะคุยกันในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ก็นัดตนไว้ ซึ่งน่าจะนั่งคุยกันอยู่ในสภา แต่จุดยืนของเราเป็นอย่างนี้
สำหรับกรณีการตัดอํานาจ สว.บางส่วน ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยจะมีเรื่องนี้ เหมือนพรรคประชาชนหรือไม่ นายชูศักดิ์ ระบุว่า นี่เป็นเรื่องรายละเอียด ว่าคุณจะทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไร ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง เพราะท้ายที่สุด ก็ต้องเสนอร่างเข้าไปอีกครั้งหนึ่ง ภายหลังจากเสนอหมวด 15/1 ต้องค่อยไปคิดกันตอนนั้น
เมื่อถามว่า หากในชั้นกรรมาธิการ รับทั้ง 3 ร่าง ต้องมีการตกลงกันว่า จะใช้ร่างใดเป็นร่างหลัก หรือไม่ นายชูศักดิ์ เข้าใจว่า คงไม่ต่างอะไรกันมาก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปลอดประสพ' งัดความรู้และประสบการณ์ฟันธงปีนี้ไทยแล้งหนักแน่นอน!
ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
‘สุรเดช’ เสนอแก้ รธน. ลดอำนาจ สว. เลิก สส.เขต ตัดวงจรบ้านใหญ่
“สุรเดช” ยกมือหนุนแก้รธน. ตั้ง ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชน ลดอำนาจ สว. ไม่ให้ตั้งองค์กรอิสระ ให้เป็นหน้าที่ตุลาการเลือกแทน แต่ยังคงถอดถอนได้ แนะ เลิก สส.เขต ให้มีแต่ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อลดอิทธิพลบ้านใหญ่-นายทุน แก้คอร์รัปชันได้ ชงสูตร ครม. มีนายกฯ คนเดียวที่เป็นผู้แทน ที่เหลือตั้งคนนอก ใช้คนเก่งทำงาน
อ่านเกมแก้รัฐธรรมนูญ บีบเหลือร่างสีน้ำเงินฉบับเดียว!
อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์การถอนชื่อ สส.ของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย
'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง
นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้
เมื่อ 'ภูมิใจไทย' ถอนชื่อ บททดสอบการแก้รธน.ระหว่าง 'หลักการประชาธิปไตย' กับ 'สมการการเมือง'
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง เมื่อพรรคภูมิใจไทยถอนชื่อ : บททดสอบการแก้รัฐธรรมนูญระหว่าง "หลักการประชาธิปไตย" กับ "สมการการเมือง" มีเนื้อหาดังนี้
‘กล้าธรรม’ ถอนชื่อหนุนแก้ รธน.เพื่อไทย หวั่นขัดคำวินิจฉัยศาลฯ ปม สสร.
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า พรรคกล้าธรรมได้พิจารณารายละเอียดของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอ โดยเฉพาะใน

