“สนธิญา” ร้อง กกต. เรียกตัว “เทพไท”ให้ข้อมูลปูดปมซื้อ สส.ค่าตัวสูงถึง 80 ล้าน พร้อมระบุ กกต. รับตรวจสอบ“พีระพันธุ์”ถือหุ้นแล้ว รอขั้นตอนต่อไป เรียกไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือตรวจสอบก่อนส่งศาล รธน. วินิจฉัยต่อไป
19 กันยายน 2568 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ายื่นต่อ กกต. เพื่อขอให้เชิญนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ มาให้ข้อมูลจากการที่นายเทพไทได้ให้สัมภาษณ์ถึงการซื้อตัว สส. ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เกรด A 80 ล้านบาท เกรด B 50 ล้านบาท และ เกรด C 30 ล้านบาท โดยนายสนธิญา กล่าวว่า ตนเห็นข่าวนี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจ เพราะข่าวนี้จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่า มีการซื้อเสียงซื้อตัวในราคาสูงขนาดนี้ และเมื่อเข้ามาทำการบริหารประเทศก็จะต้องมีการทุจริตคอร์รัปชันกันมากมายแน่ อีกทั้งทำให้ประชาชน หรือผู้ที่สนใจจะลงสมัคร สส. เป็นคนดีแต่ไม่มีเงินก็ไม่กล้าลงสมัคร ดังนั้นตนจึงทำหนังสือมาถึงประธาน กกต. ให้เรียกนายเทพไท มาตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ข้อมูลในเรื่องนี้ เพราะตนเชื่อว่านายเทพไทก็มีประสบการณ์ของตนเองอยู่แล้ว จึงเข้าใจว่าจะเป็นบุคคลที่มีข้อมูลเชิงลึก และจะสามารถนำไปสู่การตรวจสอบ เพื่อที่จะทำให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นครั้งหน้ามีความสุจริตเที่ยงธรรม และถ้ายิ่งระบุได้ว่าเป็น สส.พรรคไหน เขตไหน ก็จะยิ่งเป็นคุณต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
นายสนธิญา ยังกล่าวถึงการตรวจสอบจริยธรรมของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่าการกระทำการที่ขัดต่อข้อบังคับพรรค ในหมวด 8 ส่วนที่ 1 ส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3 ประกอบข้อที่ 78 โดยมีคำร้องให้ตรวจสอบจำนวน 11 ประเด็น ว่าด้วยข้อบังคับพรรค รวมไทยสร้างชาติ สืบเนื่องจากกรณีนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ที่ถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พิพากษาสั่งจำคุก 6 ปี คดีเรียกเงิน แลกไม่ร้องเรียนอธ.กรมข้าว เพราะด้วยนายศวริศ ขณะนั้นที่ถูกดำเนินคดีอยู่ในคณะทำงานตรวจราชการเขตที่ 11 แต่งตั้งโดยนายพีระพันธุ์ ดังนั้นย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของจริยธรรมคุณธรรมไม่ได้ เช่นเดียวกับกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลมาดำรงตำแหน่งที่ขัดต่อจริยธรรม จึงถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
นายสนธิญา กล่าวอีกว่า กรณีของนายพีระพันธุ์กับภรรยา ที่ถือครองหุ้นขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ซึ่งเรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีตกเรื่องร้องเรียนของตนไปแล้ว โดยศาลให้เหตุผลว่า เรื่องด้วยเหตุที่ตนไม่ได้เป็นผู้มีความเสียหายในเรื่องนี้ ซึ่งตนก็ทราบตั้งแต่ต้นแล้ว แต่ตนร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 150 ในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างไรก็ตามศาลได้ตีตกเรื่องของตนไปแล้ว แต่วันนี้ที่ตนมาเพื่อติดตามทวงถามกับ กกต. เพราะทราบว่ากกต.ได้มีหนังสือไปถึงตนว่าได้รับเรื่องการตรวจสอบการถือหุ้นของนายพีระพันธุ์แล้ว โดยขั้นตอนต่อไปก็อยู่ที่ว่ากกต. จะขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือตรวจสอบแล้วส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยเรื่องนี้ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต. ติวเข้ม! เลือกตั้ง 'ผู้ว่าฯกทม.-นายกพัทยา' ย้ำ กปน. ต้องแม่นกฎ
กกต. ติวเข้มพร้อมเลือกตั้ง 'ผู้ว่าฯ กทม.- นายกเมืองพัทยา' รับ กปน. ผิดพลาดเป็นบทเรียน สั่งเข้มประธานหน่วยต้องแม่นกฎ เฝ้าระวังหาเสียงทุกช่องทาง ทั้งลงพื้นที่และโซเชียล
จับตา! กกต. จ่อถก 'คดีฮั้ว สว.' ลุยสางเรื่องร้องเลือกตั้ง สส. ให้จบ
'แสวง' เผยคดี 'ฮั้ว สว.' ถึงมือ กกต.ใหญ่แล้ว แจงเร่งสางคำร้องเลือกตั้ง สส. ให้สิ้นกระแสความ ท้าเปิดชื่อจังหวัด-หน่วยที่อ้างคะแนนไม่ครบ
ปชน. มีมติส่งศาลรธน. ตีความ พรก.กู้เงิน 'เท้ง' อ้อมแอ้มไม่อยากขยายขอบเขตอำนาจศาล
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาชนต่อกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติ ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ที่ประชุมพรรคประชาชนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งมีการหารือกันอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทำนั้น
กู้ 4 แสนล้านบาท! โจทย์ของชาติ ต้องไม่ถูกลากเป็นเกมการเมือง
ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนการผลิตที่ขยับขึ้น และราคาพลังงานที่กดทับต้นทุนของแทบทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงร้านค้ารายย่อยในชุมชน
'อนุทิน' เมิน ปชป. ร้องศาลรธน. เบรก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เหน็บคนยื่นก็เคยกู้
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯเเล้ว เมินฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เรียบร้อยแล้ว - ตอกกลับคนยื่น ก็เคยกู้มาก่อนในชื่อ ‘ไทยเข้มแข็ง’ ย้ำรอบนี้ กู้สกุลเงินบาท ส่งตรงถึงมือประชาชน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้ ชี้ไม่กระทบคนละครึ่ง-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
'กรณ์' ชี้ชัดข่าวดี 'อนุทิน' ปลื้มมูดี้ส์มองไทยน่าลงทุน เท่ากับยืนยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกฯอนุทิน เผยข่าวดีบริษัทจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ฯ ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยจากเชิงลบเป็นมีเสถียรภาพและน่าลงทุน โดยนายกรณ์ ระบุว่า ผมถือว่านี่เป็นข่าวดีของประเทศครับ

