ดร.ณัฏฐ์ เทียบคดีฮั้ว สว. อาจซ้ำรอย ‘กกต.ยุควาสนา’

ดร.ณัฏฐ์ นักกฎหมายมหาชน ชี้ ปม “อัครวัฒน์” สว.สำรอง แจ้งความเอาผิด “กกต.-เลขาธิการ กกต.” ในคดีฮั้ว สว. อาจซ้ำรอย กกต. ยุค “วาสนา เพิ่มลาภ“

8 ตุลาคม 2568 - สืบเนื่องจากนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง กลุ่ม 10 ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีฮั้ว สว. กับ กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ต่อมา กกต.ได้ออกหนังสือชี้แจงว่า กกต. เลขาธิการ กกต. มิได้ละเว้นหรือเพิกเฉยต่อหน้าที่เพื่อให้เรื่องล่าช้า โดยระบุถึงขั้นตอนคดีถึงขั้นตอนที่ 3 พิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัย คณะที่ 36 ทำให้สังคมจับตาว่า คดีโกงเลือก สว. จบลงอย่างไร โดยมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก จะมีมือที่มองไม่เห็นตั้งแท่นเป่าคดีหรือไม่ นั้น

ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า กรณี กกต. เลขาธิการ กกต. ถูกดำเนินคดีอาญา ไม่ค่อยเกิดขึ้นในสังคมไทย เพราะ กกต. เป็นองค์กรอิสระ เกิดขึ้นตาม รธน.2540 โดย รธน.2560 มาตรา 215 วรรคสอง ได้บัญญัติให้ “การปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจขององค์กรอิสระต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติทั้งปวงในการใช้ดุลพินิจ”

แต่ก่อนหน้านี้ ในปี 2549 กกต. ยุค “พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ” ประธาน กกต. นายปริญญา นาคฉัตรตรีย์ และนายวีระชัย แนวบุญเนียร กกต. ศาลเคยพิพากษาจำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญาและตัดสิทธิทางการเมืองมาแล้ว ในประเด็นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 23 เมษายน 2549 โดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยลาออกจากตำแหน่งภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 

การที่ถูกนายอัครวัฒน์ สว.สำรอง กับพวก ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีอาญา โดยผลสืบเนื่องจากการสืบสวนและไต่สวน คดีฮั้ว สว. ที่ดำเนินการล่าช้าถึงปีกว่า ฝ่าย กกต. และเลขาธิการ กกต. อ้างระเบียบ ปัญหาว่า ระเบียบจะคุ้มครองเหมือนกับการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 (2) พรป.กกต. หรือไม่ ในคดีฮั้ว สว.สีน้ำเงิน หรือพูดภาษาชาวบ้านว่า คดีโกงเลือก สว. ปี 2567

กกต. ใช้อำนาจตามกฎหมาย โดยออกระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 92 โดยอาศัยอำนาจ พรป.กกต. มาตรา 42 วรรคหนึ่ง เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ ย่อมถูกตรวจสอบโดยองค์กรตุลาการได้

ในพฤติการณ์แห่งคดีในปัญหาข้อเท็จจริงว่า การเกี่ยงเรื่องอำนาจสืบสวนและไต่สวนคดีฮั้ว สว.ระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ กกต. อาจถูกหยิบไปตีความว่า กกต. ประวิงเวลาไม่ยอมรับคดีหรือไม่ เพราะมีหนังสือที่กรมสอบสวนคดีพิเศษแจ้งแก่ ปธ.กกต. แล้ว แต่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กลับทำหนังสือไปสอบถามว่า ตาม พรป.กกต. มาตรา 49 “รับเรื่อง” แล้วหรือไม่ ทำให้ระยะเวลาประวิงเวลาออกไปเกือบครบหนึ่งปี เพิ่งจะมารับสำนวนคดีสืบสวนและไต่สวน ตรงนี้ เป็นปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ย้อนศรกลับไปที่ตัว “กกต.”และ “เลขาธิการ กกต.”ในอำนาจการสืบสวนและไต่สวนคดีเลือก สว. ปี 2567  

ส่วนที่ถามว่า หนังสือที่ กกต. ชี้แจงความคืบหน้าฟังขึ้นหรือไม่ ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า ตนได้อ่านหนังสือชี้แจงจาก กกต. แล้ว ในเชิงชี้แจงข้อกล่าวหา ตนเห็นว่า การชี้แจงความคืบหน้าให้แก่ผู้เสียหายสามารถกระทำได้ ส่วนข้อหักล้างที่ว่า “กกต. เลขาธิการ กกต. มิได้ละเว้นหรือเพิกเฉยต่อหน้าที่เพื่อให้เรื่องล่าช้า” ต้องไปชี้แจงต่อ พนักงานสอบสวนและ ปปช. เพราะคดีอาญา เป็นอำนาจ ปปช. ตนต้องย้อนถามว่า เหตุใดถึงประวิงเวลาในการรับคดี เพื่อสืบสวนไต่สวนฯ มาแต่แรก โดยคณะอนุกรรมการวินิจฉัย จำนวน 35 คณะ ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ คณะอนุกรรรมการวินิจฉัยเหล่านี้มาจากหลายภาคส่วน ไม่มีความรู้ความสามารถหรืออย่างไร แล้วพวกคุณตั้ง มีเจตนาตั้งคณะที่ 36 มาเพื่ออะไร เหตุที่ขยายระยะเวลาเกิน 1 ปี จะต้องมีเหตุตามกฎหมาย มิใช่ว่า จะสืบสวนและไต่สวนตามอำเภอใจ จะเสร็จเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วจะวินิจฉัยชี้ขาดอย่างไรก็ได้

ส่วนขั้นตอนในสำนวนคดี ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเพราะสำนวนคดีโกงเลือก สว. กล่าวโทษในส่วนกลาง มิใช่ขั้นตอนจากต่างจังหวัด คนชี้แจงออกคำชี้แจง มีความเข้าใจจริงสำนวนคดีการเลือกจริงหรือไม่

ส่วนเนื้อหาที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ นำมาเผยแพร่ สำหรับตนมองว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นเอกสารในสำนวนคดีฮั้ว สว.จริงหรือไม่ แต่มีคำว่า “เอกสารลับ”หากเป็นเอกสารฉบับจริงที่ว่อนเน็ต น่าเป็นห่วง กกต.และเลขาธิการ กกต. เพราะเนื้อหาเชื่อมโยงกระทำเป็นขบวนการระหว่าง สว.สีน้ำเงิน และผู้นำรัฐบาล เอกสารในสำนวน กกต. จะต้องรักษาเป็นความลับตนเชื่อว่า นายชูวิทย์ฯ น่าจะได้รับจากคนภายใน กกต. และเชื่อว่ามีเอกสารในสำนวนครบทุกแผ่น แต่จะทยอยปล่อยเนื้อหา หาก กกต. วินิจฉัยไม่เป็นคุณและไม่เป็นธรรมแก่ผู้ร้อง แม้จะอ้างว่า ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทำให้เนื้อหาย่อมกลับไปเพิ่มน้ำหนักให้แก่ฝ่ายนายอัครวัฒน์ฯ สว.สำรอง ผู้เสียหาย ที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษคดีอาญา สน.ทุ่งสองห้อง ทำให้ตนย้อนไปถึงสมัยปี 2549 กกต. ในยุค “สามหนา ห้าห่วง” พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ กับพวก ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการจัดการเลือกตั้ง แต่ คดีฮั้ว สว. เป็นกระบวนการไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาดมีความล่าช้าปีกว่า เป็นการช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ โดย กกต. และเลขาธิการ กกต.อาจติดคุกได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สว. รุมอัด กกต. รายงานผลจัดเลือกตั้ง อ้างโปร่งใส สวนทางประชาชนพูดตรงกัน 'อย่ามาแหวง'

ที่ประชุมวุฒิสภา พิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2567 ตามมาตรา 22 (8) แห่งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ 2560

เลขาฯกกต. รับจัดเลือกตั้ง 69 เกิดข้อผิดพลาด ฟุ้งนำกล้องวงจรปิดติดทุกหน่วยเลือกตั้ง

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการถอดบทเรียนการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ว่า ทาง กกต.ได้ถอดบทเรียนแล้ว มีทั้งสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น สิ่งที่ประชาชนสงสัย และสิ่งที่ กกต.เห็นเอง โดยทั้งสองเรื่องนี้ แต่ที่ยืนยันได้คือ ระบบเลือกตั้งของเราแข็งแกร่งมาก ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครที่จะสามารถเข้ามาแทรกแซงหรือบอกให้ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรได้

กกต. ส่งบัญชีพยาน 11 คน ถึงมือศาลรธน. สัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติส่วนตัว

กกต. เตรียมยื่นบัญชีพยาน 11 คน สู้คดีคิวอาร์โค้ด ถึงมือศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติพยาน ยันทาบทามเหตุเชี่ยวชาญกฎหมายมหาชน เชื่อศาลเน้นที่ข้อมูลไม่ใช่ตัวบุคคล

อดีตผู้พิพากษากระเทาะระบบยุติธรรมกรณียกฟ้อง 'กกต.' คดีฮั้วสว.

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความระบุว่า  “ยกฟ้องเพราะไม่มีอำนาจฟ้อง”: เมื่อกระบวนการยุติธรรมปิดประตูตั้งแต่หน้าศาล — บทเรียนจากคดีฟ้อง กกต. กรณีฮั้วเลือก สว.