"จุลพันธ์" ลั่น นโยบายหาเสียงเพื่อไทย ล้ำหน้าพรรคอื่น ยก แบ็คทูเบสิค เข้าใจง่าย เตรียมปล่อยแคมเปญ "สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน" เตือน ปชน. ใช้แคมเปญ "มีเราไม่มีเทา" ให้นึกถึงตอนจัดตั้งรัฐบาล โต้ "พท." ไม่ได้อยู่ในช่วงขาลง เชื่อยังมีคนหนุนนับสิบๆล้าน ลั่น 3 แคนดิเดตนายก ต้องตรงใจประชาชน
4 พฤศจิกายน 2568 - เมื่อเวลา 14.20 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการปล่อยแคมเปญหาเสียงเพื่อเตรียมพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งถัดไป ว่า จริงๆในมิติของนโยบายตนเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยล้ำหน้าพรรคอื่นไปเยอะ เพราะเรามีคณะทำงานที่ทำกันมาเป็นเดือนแล้ว นำโดยนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช แกนนำพรรคเพื่อไทย ดำเนินการเรื่องการคิดนโยบายที่ถูกใจประชาชน ซึ่งโจทย์แรกคือแบ็คทูเบสิค กลับสู่ให้ประชาชนได้เข้าใจง่ายๆ และสัมผัสได้ง่ายขึ้นตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน
เราจะมีการทำเวิร์คช็อป 2 ระดับ คือ 1. ในระดับสส. ที่จะมาร่วมเวิร์คช็อปในนโยบายต่างๆ ซึ่งเราเตรียมการภายในกันอยู่ 2. นโยบายบางประเภท เช่น เรื่องการเกษตรที่อาจจะลงไปพบปะเกษตรกร นโยบายด้านเอสเอ็มอี ก็อาจจะลงไปพบปะกับกลุ่มเอสเอ็มอีเพื่อพูดคุยว่าแนวนโยบายที่เราคิดมาตรงหรือไม่ และมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อปรับเปลี่ยนอย่างไร เชื่อว่านโยบายนี้จะเป็นจุดแข็งของพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ที่จะตอบโจทย์ให้กับพี่น้องประชาชนได้
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ส่วนการออกแคมเปญ ขอให้รอฟังเพราะเราก็เปิดมา แย้มๆมาแล้ว คือสร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน นโยบายของเรายังเป็นเรื่องปากท้อง ความเป็นอยู่ของประชาชน ส่วนของพรรคประชาชนที่ออกมาว่ามีเราไม่มีเทา ก็เป็นแนวทางของเขา
“พรรคเพื่อไทยพยายามบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าการตั้งรัฐบาลให้คิดให้รอบคอบ เพราะเราก็รู้กันอยู่ว่าองคาพยพของการจัดตั้งรัฐบาล และองค์ประกอบของพรรคร่วมรัฐบาลคืออะไรบ้างตั้งแต่ต้น ไม่ได้เป็นข้อปิดบังอะไร แล้วจะมาเป็นห่วงว่าตอนนี้เป็น สีเทาหรืออะไร ก็เป็นคนตั้งมาเอง ตรงนี้เราได้เตือนไว้ตั้งแต่ต้น ฉะนั้น ก็คงต้องให้ทางพรรคประชาชนพิจารณาให้ดี แล้ววันนี้เราก็เดินหน้าตรวจสอบจริงจัง เราทุกพรรค ทุกคนที่มีการกล่าวหากันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ตรวจสอบบางกลุ่ม บางคน ก็ขอให้รอดูการทำงานโดยเฉพาะเมื่อถึงเวลายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ” นายจุลพันธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ผลโพลของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยยังนำอยู่พรรคเพื่อไทยจะทำอย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลง ที่มีการสอบถามมาเราเพิ่งยกเครื่องใหม่ และยอมรับว่าขณะนี้ไม่ใช่จุดพีคของพรรคเพื่อไทย เพราะช่วงที่ผ่านมาเรื่องข่าวประเทศเพื่อนบ้าน การโจมตีทางการเมือง การเปลี่ยนรัฐบาลเราก็ยอมรับ
อย่างไรก็ตาม การเมืองไม่ได้จบภายในวันเดียว พวกตนมีความมั่นใจ และคิดดูว่าในขณะที่หลายคนปรามาสพรรคเพื่อไทยว่า พรรคเพื่อไทยอยู่ในสถานะที่ไม่ดีนัก และหลายโพลเรามีคะแนนนิยมอยู่ที่ 10-20 เปอร์เซ็นต์ แต่มีคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ มีถึง 30 เปอร์เซ็นต์
พรรคเพื่อไทยมีความเชื่อมั่น ซึ่งเราเป็นพรรคการเมืองแรกและพรรคการเมืองเดียวที่ได้เคยดำเนินการเรื่องนโยบายจนประสบความสำเร็จ และถูกใจพี่น้องประชาชน ซึ่งแน่นอนว่าคนทำงานมีทั้งเคยทำถูก ทำพลาด เราไม่ได้บอกว่าเราทำสำเร็จทุกเรื่อง แต่เราเป็นคนนำมิติเรื่องนโยบายเข้ามาสู่สังคม เป็นพรรคการเมืองแรกที่นำนโยบายมาบอกประชาชนแล้วทำจริง และยืนยันว่านโยบายครั้งหน้าคงเป็นที่ถูกใจประชาชน
เมื่อถามว่าจะมีการนำนโยบายจากรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ยังทำไม่สำเร็จ มาปัดฝุ่นหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “เป็นไปได้ เดี๋ยวมาคุยกัน ตรงนั้นขอเวลานิดนึง ยังไม่ได้สรุปหรือมีข้อยุติ“
เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ที่ต้องแบกวิกฤตศรัทธาในช่วงที่ถูกมองว่าเป็นขาลงและต้องดันกลับไปให้ได้ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนว่าขาขึ้น เราก็ยังอยู่ในสถานะที่ดี คนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยยังเป็น 10 ล้านคน ตนไม่ได้มองว่าเป็นสถานการณ์ที่มีปัญหาอะไร เรายังมีความเชื่อมั่น เพียงแต่วันนี้ต้องทำองค์ประกอบให้ครบ สิ่งที่เราจะมายกเครื่องพรรคในครั้งนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือเรื่องการสื่อสาร เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าการสื่อสารของพรรคเพื่อไทยไม่ทันท่วงที ตั้งรับมากเกินไป เราต้องเป็นผู้สื่อสารในเชิงรุก และโยนประเด็นให้สังคมมากขึ้น
อีกเรื่องคือบุคคล ซึ่งผู้สมัครต้องถูกจริตกับประชาชนในแต่ละพื้นที่ เป็นคนที่ลงพื้นที่อยู่แล้ว และเป็นที่รู้จักในพื้นที่เป็นอย่างดี ขณะที่งานสภาเราต้องยกเครื่องให้เข้มข้นขึ้น สุดท้ายเรื่องนโยบายต้องทำให้ตรงกับความต้องการเป็นนโยบายแห่งความหวังของสังคมได้ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เราจะเสนอ 3 ชื่อ ซึ่งเป็น 3 ชื่อที่ต้องตรงใจกับพี่น้องประชาชน และเชื่อว่าการยอมรับจากประชาชนจะทำให้เราประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ธนพร' ชี้หากพรรคประชาชนจับมือ 'แดง-เขียว' เท่ากับทำลายตัวเอง ผิดคำพูด
รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่แสดงความเห็นว่าหากเกิดการจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ก็จำเป็นต้องพูดคุยกับพรรคประชาชนด้วยว่า
'อนุทิน' ตอบปม 'ธรรมนัส' บินโมนาโก ชี้สีแดงผสมเขียว ก็เป็นน้ำเงินอยู่ดี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีระบุรีเซตกระทรวงมหาดไทยในเดือนสิงหาคม จะเริ่มต้น ด้วยการโยกย้ายใช่หรือไม่ ว่า
'อดิศร' แต่งกลอนแซะ '2น.-1พ.' รักกัน ปานจะกลืน เขากระโดง
นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์กลอนผ่าน X เหน็บแนม "2น.-1พ." ว่า สุขใด ได้เห็น เป็นขวัญตา ยากจะพรร
‘จุลพันธ์’ แจงเหตุผลเลื่อนเลือกตั้งประกันสังคม
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ผมมีเรื่องสำคัญมาแจ้งให้ทุกท่านทราบครับ
รู้ผลไม่เกินสี่ทุ่ม ชิงเก้าอี้ นายกอบจ.ร้อยเอ็ด 'เศกสิทธิ์-นิรันดร์' สู้กันเอง หลังพรรคเขียวหลีกทาง
จังหวัดร้อยเอ็ด มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดหรือนายกฯอบจ.ร้อยเอ็ด ที่มีผู้สมัครแข่งขันชิงเก้าอี้นายกฯอบจ.ร้อยเอ็ดรอบนี้สามคน
ราชกิจจาฯ ประกาศวันเลือกตั้งซ่อม-รับสมัคร สส.อุดรธานี เขต 3
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ กกต. กำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 แท

