'ไอติม' ยก 3 เหตุผลขั้นต่ำ หาก 'ปชน.' จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน

10 พ.ย.2568-นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก “พริษฐ์ วัชรสินธุ – ไอติม – Parit Wacharasindhu” เนื้อหาระบุว่า ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ผมต้องยืนยันว่าพวกเราพรรคประชาชนพร้อมใช้ทุกกลไกของสภาในการตรวจสอบและกำกับการทำงานของรัฐบาลอนุทิน ซึ่งรวมถึงกลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เหตุผลที่เราตัดสินใจทำข้อตกลง MOA ให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็เพื่อให้เราในฐานะฝ่ายค้าน มีกลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นอาวุธในการกำกับและกดดันให้รัฐบาลรักษาสัญญา ทั้งเรื่อง (1) การยุบสภาภายใน 4 เดือน และ (2) การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เพื่อเปิดทางสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ดังนั้น ในขั้นต่ำ

1. หากนายกฯไม่ยุบสภาภายใน 31 ม.ค. 2569 เราจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที

2. หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาภายในสิ้นปี 2568 เราจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลจะต้องเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อให้เกิดการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว (อย่างน้อยในวาระที่ 2) ก่อน 12 ธ.ค. และเพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาในวาระที่ 3 (ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าจะต้องเกิดขึ้นอย่างน้อย 15 วัน หลังการพิจารณาในวาระที่ 2) ได้ทันก่อนสิ้นปี

3. อย่างไรก็ตาม เราย้ำมาโดยตลอดว่าเงื่อนไขข้อที่ 1-2 ไม่ใช่เป็นการตีเช็คเปล่าให้รัฐบาลอนุทินบริหารประเทศตามอำเภอใจ ในห้วงเวลาระหว่างทางจากวันนี้จนถึงสิ้นปี – หากรัฐบาลดำเนินนโยบาย ใช้อำนาจรัฐ หรือแสดงออกให้เห็นถึงพฤติกรรม ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและประเทศอย่างหนักจนไม่อาจให้สามารถอยู่ในอำนาจได้จนถึงสิ้นปี พรรคประชาชนก็พร้อมจะใช้ทุกกลไก (รวมถึงกลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ) ในการตรวจสอบรัฐบาลอนุทิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ ความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ หรือการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

ผมเข้าใจดีว่าพี่น้องประชาชน ต้องการให้ทุกพรรคการเมืองยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง

พรรคประชาชนตัดสินใจทำข้อตกลง MOA เพื่อให้เกิดการยุบสภาภายในต้นปี ก็เพื่อให้อำนาจในการชี้ชะตาอนาคตกลับคืนสู่มือประชาชนโดยเร็ว

พรรคประชาชนตัดสินใจทำข้อตกลง MOA เพื่อปลดล็อกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เพื่อให้เรามีกติกาและระบบการเมืองที่ตอบโจทย์ประชาชน

อย่างไรก็ตาม แม้เราเชื่อว่าการทำให้ข้อตกลง MOA เป็นจริง จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน แต่เราก็ไม่ประสงค์จะให้ห้วงเวลา 2 เดือนข้างหน้านี้ (ที่ต้องใช้ในการดำเนินการตาม MOA) ต้องแลกมากับความเสียหายต่อผลประโยชน์กับประชาชนในมิติอื่นๆ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘กกพ.’ แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล

แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะมาจากมติ กพช. ยกเว้นการเรียกเก็บไม่เกิน 10% ของปริมาณการใช้ในเขตพื้นที่ ขณะที่ กกพ. ทำได้เพียง เร่งรัดการไฟฟ้าติดมิเตอร์วัดการใช้ไฟให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้ ประชาชนแบกภาระเกินควร

ปชน. เปิดหลักฐานใหม่! คลิปเสียง 'นครพนม-อยุธยา' มัดฮั้ว สว.

'ไอติม' เปิดหลักฐานมัดคดีฮั้ว สว. ประเดิม 'นครพนม' คลิปเสียงสายสีน้ำเงิน-จัดโพยอยุธยา พบ สว.ชายเสนอเงินจ่ายค่าหัว-แลกเก้าอี้ผู้ช่วย ลั่นทิ้งพ่อแม่เห็นเยอะ แต่ทิ้งเงินไม่เคยเห็น จี้ กกต. เลิกดองส่งศาลเถอะ

'รมว.ยธ.' เปิดพิรุธเส้นเงิน 'ภาวุธ' ปปง. รับลูกจ่อขยายผล

'รมว.ยุติธรรม' แจงข้อพิรุธ 'ภาวุธ' ปมเทรดทอง เผยดีเอสไอพบเส้นเงินผิดวิสัยธุรกรรมปกติ รับโอนจากบริษัทที่เจ้าตัวเคยถือหุ้น แทนที่จะเป็นเงินเข้าออกบริษัทเดิม ปปง. รับลูก จ่อขยายผลนักการเมือง

เดือด! 'อนุทิน'ลั่นไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆ ไม่ทำเรื่องสับปะรังเค ให้ดีเอสไอกลั่นแกล้ง 'ภาวุธ-ปชน.'

‘อนุทิน‘ลั่นไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆ หลัง ’พรรคประชาชน‘โยงดีเอสไอ กลั่นแกล้งคดี’ภาวุธ‘จวกไม่ทำเรื่องสับปะรังเคดิสเครดิต

มีเราไม่มีเทา! ปชน. ยังกระเตง 'ภาวุธ' พร้อมตั้งคำถามถึง DSI

'เท้ง-พิจารณ์' ป้อง 'ภาวุธ' พร้อมแจงดีเอสไอ ลั่นพรรคมีมาตรฐานวินัย ไม่ปกป้องคนผิด ชี้เป็นหน้าที่เจ้าตัวแจงข้อสงสัยสังคม หลังหายตัวเกือบสัปดาห์ โวยโดนดิสเครดิต เห็นใจขรก.ทำสนองฝ่ายการเมือง

จ่อคลอดปุ๋ยคนละครึ่ง! 'ศุภจี' ผนึก 'เอกชน' การันตีสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย

‘ศุภจี’ ผนึกเอกชน แจ้งสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือขนส่งที่ติดค้างเริ่มเดินทางได้ตามปกติ เดินหน้าเจรจาอิหร่าน-รัสเซียหนุนซัพพลายเต็มที่ มั่นใจทิศทางราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลงแล้ว ลุยมาตรการ ‘ปุ๋ยธงเขียว’ จ่อคลอด ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยลดภาระเกษตรกรไทย