ดร.ณัฎฐ์ ชี้ ปมศึกซักฟอก เกณฑ์ในการยุบสภา จุดชี้ขาด “นับตั้งแต่ประธานสภาฯบรรจุวาระ” แล้ว ไม่ใช่นับแต่ยื่น
20 พ.ย. 2568 สืบเนื่องจากข้อถกเถียงระหว่างนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรกับศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย มีความเห็นตรงกันข้ามในเรื่องอำนาจยุบสภานับตั้งแต่จุดใด หากฝ่ายค้านหนึ่งในห้าได้ยื่นญัตติอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 วรรคสอง นั้น
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า กรณี สส. ฝ่ายค้านจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่อยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้ายื่นเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 วรรคหนึ่ง
ส่วนเนื้อหาญัตติต้องเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 9 ส่วนที่ 1 การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ในข้อ 175 และ ข้อ 176 เมื่อประธานสภารับบรรจุญัตติแล้ว ต้องแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ
การอ่านรัฐธรรมนูญต้องอ่านทั้งวรรคแล้วตีความจึงจะเข้าใจเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญโดยแท้ มิใช่ว่าจะคาดคะเนตามอำเภอใจ โดยหยิบส่วนหนึ่ง ส่วนใดของเนื้อหาบางส่วนมาอธิบาย ย่อมทำให้อธิบายข้อกฎหมายผิดพลาดไป ทำให้สังคมสับสนและไม่เป็นไปบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแท้จริง
รัฐธรรมนูญ มาตรา 151 วรรคสอง เมื่อยื่นแล้ว จะต้องพิจารณาด้วยว่า เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมมิใช่เป็นเพียงเชิงธุรการ เพราะหากไม่บรรจุญัตติย่อมไม่สามารถเปิดอภิปรายได้
ตัวอย่าง ในรัฐบาลแพทองธาร พรรคประชาชนขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีเนื้อหาถึงบุคคลภายนอก นายทักษิณ ชินวัตร บิดาของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านแก้ โดยอ้างว่าเอกสิทธิ์ไม่คุ้มครองบุคคลภายนอกและไม่อยู่ในห้องประชุมที่จะชี้แจงได้ หากไม่แก้ภายใน 7 วัน ตามข้อ 176 วรรคหนึ่ง จึงไม่บรรจุวาระ มิใช่เป็นทางธุรการ เพราะหากไม่ได้บรรจุ จึงไม่ใช่เจตนารมณ์ในการซักฟอกและเมื่อบรรจุญัตติแล้ว ห้ามยุบสภา จึงถือนับแต่วันที่ประธานสภาบรรจุวาระ มิใช่วันที่ยื่น
เหตุที่เป็นเช่นนี้ กรณีห้ามรัฐบาลยุบสภา เมื่อบรรจุวาระแล้ว เพื่อป้องกันฝ่ายบริหารหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติโดยชิงยุบสภาเหมือนในอดีต รัฐธรรมนูญจึงบัญญัติห้ามเด็ดขาด แต่มีข้อยกเว้น 2 เรื่อง คือ “ถอนญัตติ” และ “ลงมตินั้นไม่ได้คะแนนเสียงข้างมาก”
แต่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 วรรคสองเมื่อได้ยื่นญัตติแล้ว ห้ามยุบสภา เว้นแต่ มีการถอนญัตติ หรือการลงมตินั้น ไม่ได้คะแนนเสียงข้างมาก
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใจ ที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้จบทางด้านกฎหมาย โดยยกรัฐธรรมนูญขึ้นอ้างและอ้างมติการตีความฝ่ายกฎหมายของรัฐสภา คาดคะเนแล้วเชื่อตามนั้น
ส่วน กรณี ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย แถลงข่าว ตีความข้อกฎหมายตรงกันข้าม
ทำให้สังคมสับสนว่า จะเชื่อใครดี ระหว่าง ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย
เมื่อพิจารณาตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 วรรคสอง ที่ว่า “เว้นแต่จะมีการถอนญัตติหรือการลงมตินั้นไม่ได้คะแนนเสียงตามวรรคสี่”
รัฐธรรมนูญเขียนทั้งข้อห้ามเป็นบทหลักและข้อยกเว้น แต่ในวิธีถอนญัตติไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันว่า ต้องดำเนินการอย่างไรถึงจะถอนญัตติได้ จึงต้องพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยถอนญัตติ ปรากฏในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 62 ส่วนการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ปรากฏใน หมวด 9 ส่วนที่ 1 ข้อ 175 และข้อ 176 โดยในข้อ 176 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติว่า เมื่อประธานสภาได้รับญัตติข้อ 175 แล้ว ให้ทำการตรวจสอบ หากมีข้อบกพร่องให้ประธานสภาแจ้งผู้เสนอให้ทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับญัตติ และในข้อ 176 วรรคสอง บัญญัติว่า เมื่อประธานสภาได้ตรวจสอบความถูกต้องของญัตติแล้ว ให้บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมเป็นเรื่องด่วนและแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีจะยุบสภาได้ ถือเกณฑ์ใดนั้น เมื่อ สส.ฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ต้องยึดรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 วรรคสองประกอบข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 176 วรรคสอง
“เกณฑ์จุดชี้ขาด” อยู่ตรง นายวันมูหะมัดนอร์มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร “ได้รับบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม”แล้ว มิใช่ว่าให้นับแต่ยื่นห้ามยุบสภา ดังนั้น เมื่อรัฐบาลเสียงข้างน้อยทราบข่าวว่า ฝ่ายค้านยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาตรา 151 อาจชิงยุบสภาก่อนนายมูหะมัด นอร์มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรรับบรรจุญัตติก่อนที่จะแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
งบฯ 70 เดือด! 'ธนกร' เตือนฝ่ายค้าน มีข้อมูลก็แฉมา อย่าสาดโคลน
“ธนกร” แนะ “ศิริกัญญา” ระดม 30 สส.อภิปรายงบฯ ปี 2570 ได้เต็มที่ หากยึดข้อเท็จจริงและหลักเหตุผล แต่หากไม่มีหลักฐานอย่ากล่าวหารัฐบาลแบบลอยๆ พร้อมโต้ปม “งบฝีแตก”
เอาที่สบายใจ! 'ไชยชนก' ยินดีฝ่ายค้านคุ้ย TH-AI Passport
'ไชยชนก' ยินดีฝ่ายค้านลุยสอบโครงการ TH-AI Passport บอกยื่นได้เลยไม่ต้องรอเริ่ม ระบุต้องดูความเหมาะสม หลังให้ รมต.ร่วมรับผิดชอบ เหตุอยู่ระดับมอบนโยบายไม่ได้เกี่ยวจัดซื้อจัดจ้าง
‘ภคมน’ แฉดีลฝากเลี้ยง สส.ฝ่ายค้าน นั่งครบองค์ประชุมแลกเงิน
โฆษกพรรคประชาชนเปิดปมการเมืองในสภา อ้างมีข้อเสนอทาบทาม สส.ฝ่ายค้าน ไม่ต้องย้ายพรรค แค่นั่งให้ครบองค์ประชุมหรือโหวตตามต้องการ แลกค่าตอบแทนตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท ยอมรับ สส.พรรคประชาชนก็ถู
'นิพิฏฐ์' ชี้ช่องหาหลักฐานมัด TH-AI Passport ลั่นหากเป็นฝ่ายค้าน มีเรื่องซักฟอกรัฐบาลอื้อ
นิพิฎฐ์ ลั่นโครงการ TH-AI Passport งบประมาณ 1,621 ล้าน ที่สส.รัชนก ศรีนอก พรรคประชาชนเปิดประเด็นมา ส่วนตัวผมในฐานะประชาชน ผมไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้ว
หวิดวุ่น! ถกนัดแรก กมธ.ตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้าน ฝ่ายค้านท้วงไม่ได้เก้าอี้ 'รองประธาน'
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและการสร้างการเปลี่ยนด้านพลังงานประเทศ พ.ศ.2569 ครั้งที่ 1 ที่มีนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานที่ประชุมชั่วคราว ได้เปิดให้สมาชิกเสนอชื่อประธานกมธ.ฯ
'ประเสริฐ' เผยเพื่อไทยเดินหน้าร่าง รธน.ใหม่ ปรับแก้ที่มา ส.ส.ร. ให้ยึดโยงประชาชนมากที่สุด
ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุมร่วม คาดว่ามีการหารือในส่วนของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทยที่มีการปรับแก้เนื้อหาในส่วนของที่มา ส.ส.ร.

