นักกฎหมายมหาชนชี้ กฎหมายเลือกตั้งใหม่กำหนดชัด กรณียุบสภาให้นับข้อห้ามหาเสียงตั้งแต่วันยุบสภา ไม่ต้องรอ กกต.ประกาศวันเลือกตั้ง ฝ่าฝืนเสี่ยงคุก-ตัดสิทธิการเมืองยาว 20 ปี
13 ธันวาคม 2568 - สืบเนื่องจากมี พรฎ.ยุบสภา ส่งผล กกต.ต้องดำเนินการกำหนดวันเลือกเลือกตั้งเป็นการทั่วไปภายใน 5 วัน โดยกำหนดวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 45 วันแต่ไม่เกิน 60 วัน โดยวันเลือกตั้งจะต้องกำหนดเป็นวันเดียวทั่วราชอาณาจักร นั้น
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า ก่อนการกำหนดวันเลือกตั้งของ กกต. โดยทั่วไปผู้สมัคร สส.ทั้ง หน้าเก่า หน้าใหม่หรือบางพรรคการเมือง อาจไม่ทราบอย่างชัดแจ้งว่าการหาเสียงล่วงมีข้อห้ามแจกทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่อาจคำนวณเป็นเงินได้ โดยกฎหมายเลือกตั้งฉบับใหม่ ได้บัญญัติวิธีการหาเสียงล่วงหน้าและข้อห้ามไว้ใน พรป.สส.มาตรา 68 ประกอบ มาตรา 73 ทำให้ผู้สมัครหรือบางพรรคการเมืองอาจพลาดพลั้งไปกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งโดยตั้งใจหรือกระทำผิดไม่ได้ตั้งใจ
วิธีการหาเสียงล่วงหน้าและข้อห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง เป็นกฎเหล็กใหม่เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นเป็นธรรมแก่ผู้สมัคร ทั้งการเมืองระดับชาติและการเมืองท้องถิ่น ปกติบังคับถึงการหาเสียงล่วงหน้า 180 วันนับถึงวันที่ครบวาระและก่อนถึงวันเลือกตั้ง ตาม พรป.สส.มาตรา 68(1) ประกอบมาตรา 73 โดยให้นับรวมเป็นค่าใช้จ่ายเดียวกันตลอดจนถึงวันเลือกตั้งในบัญชีรายรับ รายจ่ายของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ดังนั้น ในช่วงระหว่างหาเสียงล่วงหน้า กฎหมายเลือกตั้ง จึงได้กำหนดวิธีการหาเสียงตามระเบียบ กกต.ที่เกี่ยวข้อง โดยมี “ข้อห้ามและบทลงโทษรุนแรง”
วิธีการหาเสียง ผู้สมัครและพรรคการเมือง กรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากการยุบสภา ให้กระทำได้ ตั้งแต่ “วันที่ยุบสภา” จนถึงวันก่อนเลือกตั้ง ตาม พรป.สส.มาตรา 68(2)
โดย พรป.สส.มาตรา 73 บัญญัติเป็นข้อห้ามมิให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองกระทำการใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนองหรือผู้อื่น ไว้หลายกรณี อาทิ จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้
บทกำหนดโทษ ตาม พรป.สส.มาตรา 158 หากกระทำฝ่าฝืน มาตรา 73 (1) (2) ต้องระวางโทษจำคุก 1ถึง 10 ปี ปรับ 20,000 ถึง 200.000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และตัดสิทธิการเมือง 20 ปี
หากกระทำฝ่าฝืน มาตรา 73 (3) (4) (5) ต้องระวางโทษจำคุก 1 ถึง 10 ปี ปรับ 20,000 ถึง 200.000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และตัดสิทธิการเมือง 20 ปี ตาม พรป.สส.มาตรา 159
พูดภาษาชาวบ้าน กฎหมายเลือกตั้งฉบับใหม่ วิธีการหาเสียงล่วงหน้า ห้ามผู้สมัครและพรรคการเมือง “แจกของ” กรณีรัฐบาลอนุทิน ยุบสภา กฎหมาย“ห้ามแจก” นับตั้งแต่วันยุบสภาเป็นต้นไปมิใช่ “นับแต่วันที่มี พรฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง” หากใครแจก หรือพรรคใดแจก ย่อมเป็นผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เจตนารมณ์กฎหมายเลือกตั้งเพื่อต้องการให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองแข่งขันเป็นธรรมไม่เอารัดเอาเปรียบกัน เพื่อป้องกันสัญญาว่าจะให้ประโยชน์เพื่อจูงใจในการเลือกตนเองหรือพรรคการเมือง เพื่อมิห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่และอำนาจรัฐไปเอื้อประโยชน์ในการหาเสียง รวมถึงห้ามโฆษณาเกินจริงหรือใส่ร้ายคู่แข่ง ทั้งให้นับรวมค่าใช้จ่ายอีกด้วย
พรฎ.ยุบสภา ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 วิธีการหาเสียงและข้อห้ามหาเสียง ซึ่งเป็นกฎเหล็ก “กรณียุบสภา” บัญญัติให้นับตั้งแต่ “วันที่ยุบสภา” หมายความว่า ให้นับตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป “มิใช่ให้นับวันถัดไปหรือวันที่ พรฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใช้บังคับ”
ดังนั้น ในช่วงที่ กกต.ยังไม่ได้กำหนดวันเลือกตั้ง วิธีการหาเสียงและข้อห้ามในการหาเสียง ของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง กฎหมายเลือกตั้งฉบับใหม่ “ห้ามแจก” นับตั้งแต่วันที่ยุบสภาเป็นต้นไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีต กกต.' เทียบชัดๆ สองอนุฯ ชุด 26 กับ 36 ในคดีฮั้ว สว.
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ชื่นชม อนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. แต่ชวนให้สงสัย อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ของ กกต.
'ทนายอั๋น' ฟุ้งแฉคลิปเด็ด! ซีรีส์จัดโพยคดีฮั้ว สว.
'ทนายอั๋น' บุกร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เบรก 3 กกต. ทำคดีฮั้ว สว. ขู่แฉคลิปเด็ดซีรีส์จัดโพย-ฮึ่มหากตัดตอนฟ้อง พร้อมลุยคดีเขากระโดงต่อ
มหากาพย์ 'สว.สีน้ำเงิน' เมื่อหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ชน มติ 5 ต่อ 2 เกราะคุ้มกันจะทะลุ หรือคุกคลองเปรมจะเปิด
'อดีตผู้พิพากษา' ชี้กลุ่มผู้สมัคร สว. แฉหลักฐานมัดตัว กกต.จะ 'เป่าคดีฮั้ว สว.' เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โอกาส 1 ใน 5,567 ล้านล้านล้าน 2 คนจะเขียนโพยฃตรงกัน ปิดประตูความบังเอิญ หาก กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 'ไม่มีมูล' เข้าข่ายมาตรา 157 เต็มๆ กลายเป็น'ใบเสร็จรับเงินคุก'
'ประเสริฐ' เผยเพื่อไทยเดินหน้าร่าง รธน.ใหม่ ปรับแก้ที่มา ส.ส.ร. ให้ยึดโยงประชาชนมากที่สุด
ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุมร่วม คาดว่ามีการหารือในส่วนของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทยที่มีการปรับแก้เนื้อหาในส่วนของที่มา ส.ส.ร.
'สุริยะใส' ชี้เมื่อทุกฝ่ายอยากชนะ 'รัฐธรรมนูญ' กลายเป็นสนามรบ ไม่ใช่กติกากลาง
สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของปัญหาการเมืองไทยที่ลึกกว่ารัฐธรรมนูญ เพราะแม้ยังไม่ได้เริ่มร่างฉบับใหม่อย่างจริงจัง แต่แต่ละฝ่ายก็เริ่มขีดเส้นเงื่อนไขและข้อจำกัดของตนเองแล้ว
'เทพไท' เตือนระวังระบบอากง จุดติด?
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า ระวัง ระบบอากง จุดติด?

