นายกฯ คุยทูตพิเศษจีนแล้ว รับทราบจุดยืนไทย สันติภาพเกิดขึ้นตามเงื่อนไข 4 ข้อ

นายกฯ เผยคุยทูตพิเศษจีนแล้ว รับทราบสถานะจุดยืนไทย ยันไม่ได้ถูกกดดัน แต่หวังสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น

22 ธันวาคม 2568 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือกับนายจาง เจียนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และนายเติ้ง สีจวิน เอกอัครราชทูตและผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชียและกระทรวงการต่างประเทศจีนว่า ได้มีการหารือถึงสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งทางทูตพิเศษของจีนได้ไปพบกับฝ่ายกัมพูชามาแล้ว และได้มาคุยกับฝ่ายไทย ในรายละเอียดนั้น ด้วยความที่จีนดำรงสถานะเป็นประเทศตัวกลาง ไม่อยากเห็นความขัดแย้งในภูมิภาคนี้

ส่วนท่าทีของประเทศไทย นายอนุทิน กล่าวว่า เขาไม่ได้มาบอกให้เราตกลง แค่อยากให้มีการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น ซึ่งก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าสันติภาพจะเกิดขึ้นได้ เงื่อนไขของประเทศไทยมี 4 ข้อทุกคนทราบดี

ขณะที่รายละเอียดในการพูดคุย นายอนุทิน กล่าวว่า ขอไม่เปิดเผย เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่ควรนำมาเปิดเผย เป็นการพูดคุยระหว่างตัวแทนของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องที่รับทราบสถานะ และเราก็มีจุดยืนแนวทางที่เรากำลังดำเนินการอยู่ ไม่ได้มีเซอร์ไพรส์

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะนี้อยากบอกอะไรกับประชาชน นายอนุทิน กล่าวว่า กองทัพไทยได้ทำการปกป้องอธิปไตยไทย อย่างทุ่มเท อย่างสุดความสามารถ ทุ่มเท เสียสละ เป้าหมายที่กองทัพไทย คาดการณ์ไว้ รวมถึงวางปฏิบัติการไว้ เรามีต้นทุนที่เราเสียไป แต่เป้าหมายยังดำเนินการอยู่ ขอให้ประชาชนเป็นกำลังใจ ให้กับนักรบ แนวหน้า ของเรา ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ ไม่กลัวภัยอันตรายใด ๆ และขอให้คำยืนยัน ตนเองลงพื้นที่ชายแดนหลายครั้ง ตนได้เห็นประชาชน ได้ให้กำลังใจ ทหาร เจ้าหน้าที่ ที่ปกป้องแผ่นดินของเราอยู่ นอกจากนี้ ยังให้ความร่วมมือที่จะร่วมกันอยู่ในสถานที่พักพิงที่รัฐบาลจัดไว้เป็นที่ปลอดภัย ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติการได้โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง

ขณะที่การพูดคุยที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กำลังประชุมอยู่ คืนนี้จะเดินทางกลับมา ตนจะขอรับฟังรายงานจากรัฐมนตรี พร้อมยืนยันว่าปัญหาของไทย และกัมพูชานั้นเป็นปัญหาทวิภาคี

ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ที่อยากกลับไปอาศัยที่บ้านของตนเองนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนทั้ง นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด รัฐมนตรี และตนเอง หากลงพื้นที่ได้ก็จะลงไป เพื่อให้ขวัญและกำลังใจ เพื่อตอกย้ำว่าการที่ประชาชนอยู่ในศูนย์พักพิง ให้รับทราบว่าการอยู่ที่นี่เป็นความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน และครอบครัว และคลายความกังวลแก่ผู้ที่ปกป้องอธิปไตยของไทย เราให้เหตุและผลทุกอย่าง ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ปล่อยให้เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ กองทัพทราบดีว่าจะต้องทำอย่างไรให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ส่วนการเยียวยานั้น นายกรัฐมนตรีย้ำว่า เราเยียวยาอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาเรามีการเยียวยาประชาชน เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น ถึงอย่างไรก็ต้องเยียวยา รัฐบาลพร้อมเสนอให้มีงบกลาง ในส่วนนี้ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้พิจารณา และเชื่อว่า กกต.ได้รับทราบถึงความจำเป็น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กมธ.ความมั่นคง ลงพื้นที่ดูรั้วชายแดน กองทัพแจงเหตุเว้นช่องว่างตรงหลักหมุด รอข้อสรุปคณะ JBC ไทย-กัมพูชา

ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี แจงดราม่า "ช่องเว้ารั้วชายแดน" โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เตรียมทำบานพับครอบ รอ JBC เคาะเขตแดน “กมธ.ความมั่นคงฯ ”ลงพื้น ปลื้มสร้างสวยงาม-ชัดเจน หนุนกองทัพสร้างทุกแนวรบ ลั่นถ้าไม่ทำอีก 100 ปีก็คุยไม่จบ

คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ภูมะเขือ ผามออีแดง รับฟังข้อเท็จจริงเหตุปะทะชายแดนไทยกัมพูชา

กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่สองได้นำ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team – Thailand: AOT-TH) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและสังเกตการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยคณะประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายไทยและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน รวม 13 นาย ประกอบด้วยผู้แทนจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และมาเลเซีย

รมว.กลาโหม เผยโอนงบประมาณ เป็นงบกลาง สำรองทุกภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา

พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า ในวันนี้ได้เข้าร่วมประชุมรัฐสภา เรื่องการโอนงบประมาณ ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐบาล มีความต้องการในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งมีบางส่วนที่มีความจําเป็นที่ต้องโอนงบประมาณบางส่วนที่เบิกจ่ายให้ทัน ขึ้นอยู่กับแต่ส่วนราชการ มาใช้เป็นงบกลางของรัฐบาล