นายกฯ ชี้ MOU 43 ไม่ใช่มูลเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา มองมีประโยชน์ใช้เทคโนโลยีกำหนดหลักเขตแดนได้ชัดเจน

นายกฯ ชี้ MOU 43 ไม่ใช่มูลเหตุปัญหาของการสู้รบ - ความขัดแย้ง มอง มีประโยชน์ เหตุ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยกำหนดหลักเขตแดนได้ชัดเจนขึ้น ขอเพียงยอมรับกัน

26 มกราคม 2569 - เมื่อเวลา 18.30 น. ที่จังหวัดสระแก้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ชายแดน อำเภอตาพระยา และบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ว่า ครั้งนี้ก็เป็นการลงในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 ครั้งแรกของตน เพราะก่อนหน้านี้มีสถานการณ์ที่ยังไม่เอื้ออำนวย กลัวว่ามาแล้วจะเป็นภาระของผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยเฉพาะในเรื่องการรักษาความปลอดภัย

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า วันนี้มาเพื่อตรวจเยี่ยมและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน โดยพื้นที่ตอนนี้ก็เหมือนกับพื้นที่ภาคอีสานใต้ คือการดูแลพื้นที่ชายแดนให้กับพวกเราอย่างเต็มที่ เต็มประสิทธิภาพ ความสามารถ ความพร้อมของกำลังพล ในการดูแลพื้นที่ของเราทั้งกองทัพบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่นายกรัฐมนตรีไปถ่ายภาพคู่กับธงชาติไทยในการลงพื้นที่ทุกจุดมีนัยอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยอยู่แล้ว เราเจอธงชาติไทยที่ไหนที่โบกสะบัด โดยเฉพาะพื้นที่ที่เรากลับมาควบคุมได้ นำกลับมาคืนสู่ประเทศไทยได้ ทุกคนก็มีความภาคภูมิใจไม่ได้มีนัยใดๆ ต่อให้มาคนเดียวก็อยากถ่ายรูปเก็บเอาไว้ เพื่อเป็นความภาคภูมิใจ และกำลังใจให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณากำหนดยุทธการต่างๆ ด้วย ไม่มีนัยอื่น

เมื่อถามว่าจากการลงพื้นที่ในวันนี้มีอะไรน่าเป็นห่วงอยู่อีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ก็คงได้เห็นแล้วว่าเรื่องการเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยจากการสู้รบ เราได้ดำเนินการไปเกือบ 100% แล้ว ตอนนี้จะไปต่อยอดถึงการให้การเยียวยาบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และทรัพย์สิน อย่างเช่นสัตว์ที่เลี้ยงไว้และเกิดความเสียหาย ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ และเราก็มีงบประมาณอยู่แล้ว ไม่ต้องไปคิดในเรื่องมาตรการใหม่ใดๆ ซึ่งมีอยู่ในระเบียบของการช่วยเหลือ โดยเราจะระดมความช่วยเหลือต่างๆ และให้ประชาชนมาลงทะเบียน ซึ่งทุกคนที่ได้รับเงินเยียวยาไปมีมากน้อยต่างกัน โดยเฉพาะผู้ที่บาดเจ็บทุพพลภาพหรือเสียชีวิตก็จะได้เงินที่มากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ก็ไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เราเสียไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการลงพื้นที่เห็นหน้างานจริงเป็นอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าดูหน้างาน และผู้สื่อข่าวก็เห็นพร้อมตนว่า โดยภาพรวมแล้ว พวกเรารู้สึกถึงความปลอดภัยมากที่สุด อย่างน้อยในพื้นที่ที่เคยเป็นปัญหาที่เราได้ควบคุม คนที่เคยอยู่ตรงนั้นก็ได้กลับประเทศไปแล้ว ส่วนคนของเราก็ได้อยู่ในบริเวณปลอดภัย ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ การทหารก็มีความพร้อม และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะรักษาสถานการณ์และความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า อย่างบ้านหนองจาน บริเวณฐานปฏิบัติการนันทะวงศ์ ฝ่ายกองทัพแจ้งให้ตนทราบว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารผู้สละชีวิต และสมควรเป็นอย่างยิ่งที่ชื่อของพวกเขาจะได้ถูกจารึกเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ยกย่องสรรเสริญ

เมื่อถามว่า เรื่อง MOU 43 จะมีการพิจารณาอย่างจริงจังหรือไม่ เพราะอาจจะส่งผลกระทบเรื่องของพื้นที่เขตแดนอีกในอนาคต นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่อง MOU 43 ตอนนี้มีความคืบหน้า ซึ่ง MOU 43 ไม่ใช่มูลเหตุแห่งปัญหาของการสู้รบหรือความขัดแย้ง ซึ่งเรื่อง MOU 43 เราก็คุยกันมาอยู่ตลอด ในเรื่องปักปันเขตแดนต่างๆ ส่วนไหนที่ไม่มีปัญหาเราก็ทำไปอยู่ตลอดเวลา และก็มีประโยชน์ที่ในช่วงนี้เราได้มีการตกลงในเรื่องการใช้เทคโนโลยีในการกำหนดหลักเขตแดน ซึ่งในตอนนี้สามารถตรวจสอบได้ มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และขออย่างเดียวคือขอให้ยอมรับกัน และประเทศไทยยืนยันว่าเราใช้หลักแผนที่ 1:50,000 และชัดเจนเลยว่าเรายึดหลักนี้เป็นมาตราส่วนนี้เป็นบรรทัดฐานในการกำหนดเขตแดนของประเทศ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย

พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ

'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน

ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง

เพจดังขุดตำนาน 'จารชนขายชาติ' ไทยเสียพระวิหาร ระวังประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย ปมเจรจาเขตแดนทางทะเล

เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จารชนคนขายชาติในคดีพิพาทเขาพระวิหารปี 2505 กับสถานการณ์ปี2569 ที่เรากำลังจะสู้คดีทางทะเลกับเขมรในเวทีโลก มันจะมีจารชนและคนขายชาติแบบเหตุการณ์นั้นอีกหรือไม่? บางคนคงคิดว่าข้าราชการไทยที่กินขี้เขมรมันมีอยู่แค่ในทฤษฎีสมคบคิด แต่ผิดแล้วครับ เรื่อง

นักวิชาการกฎหมายระหว่างประเทศ เปิดข้อเท็จจริง-มุมมอง เกม UNCLOS ศึกเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา

ผศ. ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Take A Walk, Talk International Law ท่องโลกกว้างด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ" ระบุว่า คณะรัฐมนตรีตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาและผู้ประนอมฝ่ายไทย เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย รวมถึงผู้ประนอมฝ่ายไทย 2 ท่าน เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ซึ่งกัมพูชาได้ยื่นไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้