“อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะประชุม สมช. เคาะ 6 มาตรการเข้ม ทั้งเรื่องดูแลความปลอดภัย-บังคับใช้ กม.เด็ดขาดผู้ก่อเหตุรุนแรง-ร่วมมือมาเลย์ออกหมายอินเตอร์โพล พร้อมทบทวนเนื้อหาพูดคุยสันติสุข “อังคณา” หวังเดินหน้าต่อเพราะทำมากว่า 20 ปีแล้ว
เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2569 ที่ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น 3 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 5/2569 โดยมีผู้เกี่ยวข้องประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการกระชับมาตรการต่างๆ ให้เข้มข้นมากขึ้น คือ 1.มาตรการรักษาความปลอดภัย โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในการรักษาความปลอดภัยรูปแบบต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังการก่อเหตุนอกพื้นที่ด้วย ซึ่งมีการติดตามอย่างใกล้ชิดกับกองอำนวยการในพื้นที่ และที่สำคัญ ได้เน้นย้ำให้หน่วยความมั่นคง ทั้งทหารและตำรวจควบคุมบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญในการควบคุมการเข้า-ออก เพราะที่ผ่านมามีการคาดการณ์ว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุอาจหลบหนีกบดานอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน
2.ที่ประชุมเห็นชอบบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งกลุ่มที่พึ่งปฏิบัติการไป และกลุ่มอื่นๆ ที่เป็นกองกำลังติดอาวุธ หรือกลุ่มที่กำลังเตรียมก่อเหตุ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มดังกล่าวครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั้งรายบุคคลและรายกลุ่มให้เป็นไปตามกฎหมาย 3.ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ทบทวนเนื้อหาการพูดคุยให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยนายฐนัตถ์ สุวรรณณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แถลงไปแล้วว่า อยู่ในช่วงการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวกชายแดน จึงชะลออยู่ช่วงหนึ่ง ทั้งนี้ หากมีการพูดคุยกันจะมีการทบทวนเนื้อหา ต้องดูระดับก่อนหลังว่าเนื้อหาที่จะพูดคุยจะมีเรื่องอะไรก่อน ส่วนรายละเอียดหัวหน้าคณะพูดคุยมีแนวทางอยู่แล้ว
4.ที่ประชุมได้เน้นย้ำเรื่องการเปิดช่องทางที่มากขึ้น โดยให้ผู้เห็นต่างที่พร้อมกับคืนสู่สังคม หรือที่เรียกว่าโครงการพาคนกลับบ้านจะมีช่องทางหลากหลายมากขึ้น โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการให้คนเหล่านี้มีช่องทางกลับคืนสู่สังคมมากขึ้น โดยเน้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหลักที่จะมีการดำเนินการเป็นพิเศษเพิ่มขึ้น 5.มีการร่วมมือกับประเทศมาเลเซีย ที่มีการประสานทางการทูต ด้านความมั่นคงกับมาเลเซียที่สำคัญ โดยประเทศไทยจะออกหมายแดง หมายอินเตอร์โพล ที่จะดำเนินการจับตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หนีคดีในมาเลเซียมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้มีการออกหมายแดงจำนวนหนึ่งไปแล้ว และจะเป็นแนวนโยบายที่จะออกหมายแดงอินเตอร์โพลเพื่อร่วมมือกับมาเลเซีย ในการนำคนเหล่านั้นมาดำเนินการตามกฎหมาย ในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และ 6.เรื่องการสื่อสารต่อสาธารณะ เนื่องจากช่วงนี้มีข่าวปลอม ข่าวยั่วยุ บ่อนทำลายความแตกแยกต่อพี่น้องประชาชน เกิดความเข้าใจผิดกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หรือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อยากให้มีการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติเรื่องข่าวต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดการยั่วยุ บ่อนทำลายในพื้นที่ หรือเกิดความคลาดเคลื่อน
เมื่อถามว่า มีการประเมินสถานการณ์หลังจากเลื่อนการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือไม่ นายฉัตรชัยกล่าวว่า ขอให้เป็นไปตามที่หัวหน้าคณะพูดคุยได้ระบุไว้ ทั้งนี้ นโยบายการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้อย่างไรก็ต้องมีการพูดคุย เพียงแต่อยู่ที่วันเวลาที่เหมาะสมให้เอื้อต่อสถานการณ์ ต่อบรรยากาศที่นำไปสู่การสร้างสันติสุข และบรรลุเป้าหมายให้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งกระบวนการพูดคุยต้องมีการสานต่อและอยู่ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม
ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร สว. กล่าวถึงการเลื่อนพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประเทศมาเลเซียว่า หากเราศึกษากรณีความขัดแย้งทั่วโลก ในหลายประเทศแม้ความรุนแรงยังเกิดขึ้น แต่การพูดคุยก็ยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความพยายามร่วมกันในการใช้สันติวิธี ส่วนตัวไม่ค่อยเข้าใจในนโยบายของรัฐบาล หากเทียบกับฟิลิปปินส์ หรือไอร์แลนด์เหนือ แม้ความรุนแรงยังคงอยู่ แต่การพูดคุยก็ยังดำเนินการต่อ แต่สุดแท้แต่รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร เพราะรัฐบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
“เรื่องการพูดคุย สมช.น่าจะรู้ดี เพราะไทยเป็นผู้ริเริ่มการพูดคุยมานานเกือบ 20 ปีแล้ว ในจังหวัดชายแดนภาคใต้บางช่วงเหตุการณ์ก็สงบลง การก่อเหตุลดลง แต่บางช่วงก็เพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดจึงอยู่ที่นโยบายของรัฐบาล เพราะที่ผ่านมา สมช.ก็ยืนยันมาตลอดว่าจะใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหา จึงอยากให้ดำเนินต่อ ไม่อยากให้ถอยหลังกลับมา หรือกลับมาที่ศูนย์ เพราะเสียเวลามากว่า 20 ปีแล้ว” นางอังคณากล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินลั่นไม่ปรับคณะรัฐมนตรี
“อนุทิน” บอกให้โอกาส รมต.จัดทัพ ขรก. ยันหนักแน่นไม่มีปรับ
สาวไส้ข้าชั่วเอ็งก็เลว ‘นํ้าเงิน-ส้ม’ฟัดดุปมฮั้ว/‘แดง-สมพาน’ฟ้อง‘ยิ่งชีพ’หมิ่น
"น้ำเงิน-ส้ม" ยังเดือด! "ศุภชัย" เดินหน้าแฉฮั้ว สว.ส้ม ซัด "นันทนา"
กต.ยัน‘จอร์เจีย’ แจ้งข่าวฮลุนช้า ‘ย่า’กำลังใจดี!
จบดรามาจอร์เจีย "สีหศักดิ์" แจงสถานทูตไทยไม่ได้ช่วย "ฮลุน" ล่าช้า หลังทราบเรื่อง 28, 29 ก.ค. ไปทันที
ฝัน12ปีไทยประเทศรํ่ารวย
ธปท.ชี้เศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุด ลุ้นไตรมาส 3 ทยอยฟื้นตัว “เอกนิติ” ถกเอกชนตั้ง 5 คณะทำงานปั้นยุทธศาสตร์ลงทุนใหม่
ห้ามเยาวชนโอนเกินหมื่น หวังสกัด‘บัญชีม้า-นอมินี’
แบงก์ชาติยกระดับมาตรการสกัดบัญชีม้า ปรับลดวงเงินโอน-ชำระเงินเยาวชนครั้งใหญ่
ญาติคาใจเหตุ‘ฮลุน’ตาย กต.เข้าจอร์เจียสอบสวน
กต.ส่ง จนท.เดินทางถึงประเทศจอร์เจีย ติดตามเหตุ "ฮลุน โซโล่"

