“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ กลเกม “คดีฮั้ว สว.” ปมสำนวนตีกลับ DSI อั้งยี่-ฟอกเงิน “เป็นคดีสาขา” จะมีความผิดอาญาหรือไม่ ถือผลวินิจฉัยชี้ขาดของ“กกต.”เป็นหลัก
28 มกราคม 2569 - สืบเนื่องอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 16 มกราคม 2569 คืนสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ให้แก่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในคดีอั้งยี่-สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน เพื่อให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมและสอบสวนใหม่นั้น
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า สารตั้งต้นคดีฮั้ว สว.ปี 2567 แยกเป็นคดีหลักและคดีสาขา สำนวนที่ กกต.รับไต่สวน เป็นคดีหลัก ส่วนคดีอาญาฐานร่วมกันกระทำอั้งยี่ สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน เป็นคดีสาขา ที่ DSI รับเป็นเจ้าภาพเพราะมีเงินหมุนเวียน 300 ล้านขี้นไป
คดีหลัก กกต.รับเรื่องและไต่สวน เป็นสำนวนคดีกลาง ที่ 87 สว.10/2568 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 โดยอาศัยอำนาจรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง (2) พรป.กกต.ประกอบระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม อยู่ระหว่างพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาคำร้องหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 สถานะคดีหลัก กกต.ยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาด
ข้อเท็จจริงเดียวกัน ผู้ถูกกล่าวหาเป็นกลุ่มเดียวกันไม่ว่าจะเป็นตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน เพียง แต่จะเป็นความผิดอาญาเป็นพวง หรือรายบุคคลหรือไม่ ต้องถือผลคดีของ คดี กกต.เป็นหลัก
เป็นเหตผลหลัก ที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ตีกลับคืนสำนวนคดีอาญาที่เป็นคดีสาขา เพราะคดีหลัก กกต.เป็นเจ้าภาพยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาด
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะเป็น “เงื่อนไขบังคับก่อน” ที่กระทำฝ่าฝืนบทบัญญัติ พรป.สว.มาตรา 77 (1) ย่อมเป็นความผิดฐาน“ฟอกเงิน”ไปในตัว ตาม บทบัญญัติพรป.สว.มาตรา 77 วรรคสอง เป็นข้อกฎหมายที่จะสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ หาก กกต.วินิจฉัยชี้ขาดว่า กลุ่ม สว.กับพวก 292 คน กระทำกระทำฝ่าฝืน พรป.สว.มาตรา 77 (1) พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถึงจะหยิบผลชี้ขาดไปดำเนินคดีอาญา หากข้ามขั้นตอน ย่อมเป็นเหตุมีผลกระทบอำนาจสอบสวนและอำนาจฟ้องของพนักงานอัยการ
พูดภาษาชาวบ้าน คือ การคืนสำนวนของอัยการแม้ทำให้คดีอาญาล่าช้าออกไป ซึ่งผลสุดท้ายไม่แน่ว่า จะเป็นความผิดหรือไม่ ให้ถือเอาผลคำวินิจฉัยชี้ขาดของ “กกต.”เป็นหลัก
แม้ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใด ให้คดีอาญาของกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ถือเอาผลคดีของ กกต.เป็นหลักก็ตาม เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะคดีเลือกตั้งหรือการเลือก ไม่ใช่คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา ที่จะต้องถือตาม และผลวินิจฉัยชี้ขาดของ กกต.ไม่ผูกพันทุกองค์กร เหมือนดั่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันทุกองค์กร
การคืนสำนวนคดีอาญาให้แก่พนักงานสอบสวน เกิดจากหลายตัวแปร อาทิ เงื่อนไขอำนาจสอบสวน เงื่อนไขอำนาจฟ้อง หรือรวบรวมพยานหลักฐานไม่ครบถ้วน สำนวนตีกลับ ย่อมทำให้กระบวนการสอบสวนในชั้นสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ตาม ป..วิ อาญา มาตรา 140
ผลคดีของ กกต.เป็นเกมชี้ขาดว่า ผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 292 คน กับพวก จะถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีอาญาร่วมกันอั้งยี่ สมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินหรือไม่ การตีกลับสำนวน เป็นการตรวจสอบสำนวนอาญาปกติก่อนฟ้องคดี
แต่ในแง่การเมือง กกต.กำหนดระเบียบในการสืบสวนและไต่สวนไว้หลายขั้นตอน คดีฮั้ว สว.เป็นคดีแรก ที่ดำเนินการสืบสวนและไต่สวน ยาวนานเป็นประวัติศาสตร์ แม้ กกต.ชุดเดิมหลายคน หมดวาระลง เปลี่ยนผ่านมาเป็น “กกต.ชุดใหม่” ล้วนคลอดมาจาก มติเห็นชอบจาก สว.เสียงข้างมาก ล้วนตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว.ทั้งสิ้น โดยมาเป็นผู้กำหนดเกมว่า ใครจะเป็นบุคคลในองค์กรอิสระอย่าง กกต. ย่อม่มีผลต่อมติเสียงข้างมาก ว่าคดีฮั้ว สว.จะเป็นการกระทำฝ่าฝืน พรป.สว.มาตรา 77(1) หรือไม่ มีมติตั้งกรรมการอิสระเครื่อข่ายของตนเอง มาชี้ขาดเรื่องของตนเอง ไม่ต่างจากทฤษฎี “ผลไม้จากต้นไม้ที่เป็นพิษ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า
ชำแหละคดีฮั้วภาคพิเศษ เปิดหลักฐานส่งตรง กกต.
'ฝ่ายค้าน' เตรียมจัดกิจกรรมเปิดหลักฐานคดีฮั้วสว. ภาคพิเศษสื่อสารตรงถึง กกต. 4 ส.ค.นี้ รับ ต้องทำงานแข่งเวลา แย้ม หากยกคำร้องทั้งหมด-ตัดตอนบางรายส่งศาล ต้องดูเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
‘คำรบ’ ชี้ 'แก๊งลูกเทพ' มีเอี่ยวฮั้วสว. เผยผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 2 หมื่นคน
แกนนำกลุ่มสว.สำรองชี้เป้า”แก๊งลูกเทพ”มีเอี่ยวฮั้วสว. ลั่นหลักฐานแน่น ผู้ร่วมขบวนการเรือนหมื่น ยอมรับกลุ่มรมต.อาจรอด เพราะคดีอาญา หลักฐานต้องชัดสิ้นข้อสงสัย เตือนกกต.หากไม่ส่งศาลฎีกาสอย 138 สว.โดนร้องเอาผิดติดคุก!
ปมเสี่ยง จุดสลบ รัฐบาลสีน้ำเงิน-อนุทิน
แม้รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือ "อนุทิน 2" จะเป็นรัฐบาลมาแค่ 3 เดือนกว่า แต่เห็นชัดว่าเจอหลายปมร้อนการเมืองโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา
'กรวีร์' ชี้ฝ่ายค้านใช้ข้อมูลเก่าปั่นคดีฮั้ว สว. หวังกดดัน กกต. เร่งชี้ขาด
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคดีฮั้ว สว. ที่ฝ่ายค้านพยายามหยิบขึ้นมาพูดในช่วงนี้ มองว่าจะไปถึงขั้นการยุบพรรคหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่ได้กังวล เพราะทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
'วันวิชิต' ชี้ระบบเลือก สว. เปิดช่องล็อบบี้ทุกกลุ่ม ส่วนปมฮั้วต้องมีหลักฐานเส้นเงิน ล็อกโหวต กำหนดผล ชี้ข้อสันนิษฐาน สร้างกระแส แต่ไร้ Impact ทางกฎหมาย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ว่า กระบวนการเลือก สว. ตามระบบปัจจุบันเปิดให้ผู้สมัครต้องแนะนำตัว แลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานการสนับสนุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการเลือกในรอบไขว้ ซึ่งหากผู้สมัครไม่พูดคุยหรือสร้างความรู้จักกับผู้อื่นเลย โอกาสได้รับเลือกย่อมน้อยลง

