
3 ก.พ.2569-นายธงทอง จันทรางศุ อดีตคณะที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร อดีตที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน โพสต์ข้อความว่า 8กุมภา กา “เห็นชอบ” ความเห็นของผมเกี่ยวกับการลงประชามติคราวนี้
- รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีที่มาห่างไกลจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่วนที่อธิบายว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการลงประชามติก่อนประกาศใช้ ก็ต้องถามต่อไปว่าการลงประชามตินั้นเปิดโอกาสให้ผู้ที่เห็นด้วยและเห็นต่างแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีหรือไม่ ถ้าไม่ปฏิเสธความจริง เราจะพบว่าผู้ที่เห็นต่างถูกจำกัดตัดโอกาสในการแสดงความเห็น
ตรงกันข้าม ผู้ที่แสดงความเห็นมีได้แต่เพียงผู้ที่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญเท่านั้น การลงประชามติแบบนั้นไม่สามารถบอกได้เลยว่าเป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตย
- รัฐธรรมนูญ 2560 มีปมปัญหาใหญ่ที่ทำให้การเมืองของประเทศไทยและเจตนารมณ์ของประชาชนบิดเบี้ยว ข้อสำคัญคือ บทบัญญัติให้มีวุฒิสภาที่มาจากการเลือกกันเองของกลุ่มวิชาชีพ ซึ่งผลที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นเช่นไร ทุกคนย่อมรู้อยู่แก่ใจแล้ว
- เมื่อได้วุฒิสภาที่มีสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่อาจวางใจได้ว่าอยู่ในฐานะที่เป็นกลางทางการเมือง แล้วรัฐธรรมนูญกำหนดให้วุฒิสภาเป็นที่มาขององค์กรอิสระต่างๆ ทุกองค์กร คิดหรือว่าองค์กรอิสระเหล่านั้นจะสามารถวางตัวเป็นกลางทางการเมืองได้จริง โปรดพิจารณาการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระต่างๆแล้วพิเคราะห์ดูเถิด
- เมื่อพิเคราะห์ดู องค์ประกอบ การได้มา หน้าที่และอำนาจขององค์กรอิสระต่างๆ จะพบว่ามีปัญหาเนื้อในหลายประการ ลำพังเพียงปัญหาข้อเดียวว่าองค์กรอิสระเหล่านั้นไม่อยู่ในฐานะที่ประชาชนจะตรวจสอบได้เลย กระบวนการทำงานก็ขาดความโปร่งใส แบบนี้ย่อมชวนให้กังวลว่า ผลงานขององค์กรอิสระแบบนี้จะเป็นเช่นไร ถ้ายังสงสัยอยู่ก็ขอให้คิดถึงเรื่องนาฬิกาเพื่อน หรือสินบนทองคำแห่งที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ววันนี้ เป็นตัวอย่างดูก็ได้
- ความพยายามที่จะอธิบายว่า ปัญหาเหล่านั้นสามารถแก้ไขได้โดยการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราโดยไม่จำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในทัศนะของผมแล้ว เหมือนกับความพยายามที่จะอธิบายว่า รถยนต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคันนี้ แม้จะมีข้อบกพร่องหลายอย่าง แต่เรามาใช้วิธีเปลี่ยนอะไหล่หรือปะผุไปทีละชิ้นสองชิ้นจะดีกว่าการเปลี่ยนใหม่ทั้งคัน
ถ้าอุปมาอุปไมยอย่างนี้ ก็ต้องตั้งคำถามว่า หากเราปลี่ยนไปใช้รถคันใหม่ที่เทคโนโลยีทันสมัยกว่า ปลอดภัยกว่า และประชาชนสามารถเลือกคนขับได้ด้วยเจตนารมณ์ที่แท้จริง จะไม่เป็นการเหมาะสม ปลอดภัยและสามารถขับเคลื่อนประเทศของเราได้ดียิ่งกว่าการเดินทางไปในอนาคตด้วยรถที่เสื่อมสภาพคันเดิมหรือ
- นอกจากนั้น ประเด็นที่ควรแก้ไขล้วนแต่เป็นประเด็นเชิงโครงสร้างที่กระทบบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหลายสิบมาตรา แต่ละมาตรามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงไปอีกหลายมาตรา ยกตัวอย่างเช่นเรื่องวุฒิสภากับองค์กรอิสระ เพียงนี้ก็กระทบไปถึงมาตราต่างๆเป็นอันมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว
ผมซึ่งทำงานเรื่องการร่างกฎหมายมานานกว่า 30 ปี และสอนวิชาการร่างกฎหมายและกระบวนการนิติบัญญัติมา 45 ปี จึงมีความเห็นว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับในทางเทคนิคจึงทำได้ง่ายกว่าการแก้ไขรายมาตราซึ่งอาจมีข้อผิดพลาดได้ง่าย
- ทั้งนี้ต้องไม่ลืมด้วยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา ต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวน สมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดด้วย
บนเงื่อนไขนี้ เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวุฒิสภาในปัจจุบัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาแบบรายมาตรา จึงยากเย็นแสนเข็ญและไม่เคยประสบความสำเร็จได้เลย
- กล่าวโดยสรุป ผมจึงเห็นชอบกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และแน่ใจว่าความเห็นในแนวทางนี้ ไม่ได้แปลความว่าในอนาคตข้างหน้ารัฐธรรมนูญจะออกมามีรูปร่างหน้าตาบิดเบี้ยวอย่างไร เราผู้เป็นประชาชนก็ทำอะไรอีกไม่ได้แล้ว อย่างสำนวนที่พูดกันในเวลานี้ว่า “ เป็นการเซ็นเช็คเปล่า” ให้ใครก็ไม่รู้ไปกรอกตัวเลขเอาเอง
ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย การลงประชามติครั้งนี้เป็นเพียงบันไดเบื้องต้นเท่านั้นที่นำไปสู่แนวทางที่สังคมไทยและการเมืองไทยต้องช่วยกันทำงานต่อไปอีกมากตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งยังมีผลบังคับใช้อยู่
มิหนำซ้ำการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กว่าจะเป็นผลจริงได้ก็ต้องมีการลงประชามติในวันข้างหน้าอีกหนึ่งรอบหรือสองรอบเสียด้วยซ้ำไป ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาและความรับรู้ของประชาชนทั้งประเทศร่วมกันเพื่อให้เราได้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความเหมาะสมสำหรับสังคมไทยและประชาชนไทยในวันข้างหน้า
- ตรงกันข้าม หากผลการลงประชามติ เสียงข้างมากเห็นชอบกับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สิ่งที่ติดตามมา คือ เราจะต้องอยู่กับกติกาในรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ในปัจจุบันไปอีกยาวนานเพียงใดไม่มีใครรู้ได้
ความเห็นข้างต้นนี้ เป็นความเห็นของผมที่ตรึกตรองกลั่นกรองมาด้วยหลักวิชาและความรู้รวมถึงประสบการณ์ที่ทำงานเกี่ยวข้องมาตลอดชีวิต หลายวันที่ผ่านมาลูกศิษย์และผู้ที่คุ้นเคยมาสอบถามความเห็นของผมเกี่ยวกับเรื่องการลงประชามติคราวนี้ ผมได้ให้ความเห็นไปตามที่กล่าวมาข้างต้น และขออนุญาตนำมาแบ่งปันให้ผู้สนใจในที่นี้ได้กรุณารับไว้พิจารณา ส่วนท่านที่อ่านแล้ว จะเห็นด้วย เห็นต่าง หรือเห็นด้วยบางส่วนและเห็นต่างบางส่วน ผมก็เคารพในทุกความเห็น
ไม่ว่าท่านจะมีความเห็นในประเด็นเรื่องการลงประชามติครั้งนี้อย่างไร ขอได้โปรดก้าวเดินออกจากบ้านไปใช้สิทธิเลือกตั้งและสิทธิในการลงประชามติโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่ออนาคตของเมืองไทยและคนไทยด้วยนะครับ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กรวีร์' กระตุกปม 'สสร.' หวั่นซ้ำรอยประชามติ
“กรวีร์” มองปม สสร.ไม่อยากเห็นการเดินหน้าแก้รธน.แล้วโดนแพ้ฟาล์ว ชี้ความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยหวั่นซ้ำรอยประชามติ
'พท.' นัดประชุมพรรคถกร่างแก้รธน. มั่นใจเสียงพรรคอื่นร่วมหนุน
'เพื่อไทย' นัดประชุมพรรค 16 มิ.ย. ถก ลุยยื่นร่างแก้ รธน.ใหม่อีกรอบ เล็ง หาทางเลี่ยงเลือก ส.ส.ร. ไม่ให้เสี่ยงขัดคำวินิจฉัยศาลรธน. ไม่แคร์ 'ภูมิใจไทย' ไม่ร่วมลงชื่อ มั่นใจ มีเสียงสส.พรรคอื่นพร้อมร่วมสนับสนุน
'สุริยะใส' ชี้เมื่อทุกฝ่ายอยากชนะ 'รัฐธรรมนูญ' กลายเป็นสนามรบ ไม่ใช่กติกากลาง
สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของปัญหาการเมืองไทยที่ลึกกว่ารัฐธรรมนูญ เพราะแม้ยังไม่ได้เริ่มร่างฉบับใหม่อย่างจริงจัง แต่แต่ละฝ่ายก็เริ่มขีดเส้นเงื่อนไขและข้อจำกัดของตนเองแล้ว
อ่านเกมแก้รัฐธรรมนูญ บีบเหลือร่างสีน้ำเงินฉบับเดียว!
อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์การถอนชื่อ สส.ของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย
'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง
นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้
'ไอติม' เล่นใหญ่! ปลุก 21 ล้านเสียง ชน 'ระบอบสีน้ำเงิน'
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สั

