ระอุ! กกต. มีมติยื่นศาล รธน. วินิจฉัยขอบเขตอำนาจ ชี้ศาลฎีกาไม่มีสิทธิรื้อคดีตรวจสอบคุณสมบัติ สว.

กกต.ยื่นศาล รธน.ชี้ขาด ศาลฎีกามีสิทธิรื้อคำวินิจฉัยปมคุณสมบัติ สว.หรือไม่ ยันอำนาจไต่สวนและวินิจฉัยเป็นที่สุด ไม่อาจถูกตรวจสอบซ้ำ

3 พฤศจิกายน 2569 - มีรายงานว่า ที่ประชุม กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ให้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)โดยจะขอให้วินิจฉัยใน 2 ประเด็น คือ1.เมื่อผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ได้มีคำสั่งรับสมัครและประกาศรายชื่อผู้สมัคร สว.ว่ามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามแล้ว คำสั่งดังกล่าวถือเป็นที่สุด ไม่อาจถูกตรวจสอบได้อีก เว้นแต่กรณีที่อยู่ในอำนาจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะตามมาตรา 63 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ.2561

2.กรณี กกต. ได้มีคำวินิจฉัยยกคำร้อง ตามมาตรา60 วรรคสอง และมาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ.2561 ถือว่าคำวินิจฉัยของ กกต. นั้นเป็นที่สุด ไม่อาจยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้ตรวจสอบหรือทบทวนคำวินิจฉัยซ้ำได้อีก

ทั้งนี้เนื่องจากก่อนหน้านี้ศาลฎีกาการยื่นขอวินิจฉัยดังกล่าวเนื่องจากก่อนหน้านี้มีคำสั่งรับคำร้องจำนวน 3 คดี เป็นการขอให้ศาลตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร สว. รวมทั้งขอให้ทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต.ซึ่งขณะนี้ศาลฎีกาอยู่ระหว่างมีคำสั่งให้ทำคำคัดค้าน/กำหนดนัดตรวจพยานหลักฐาน

โดย กกต.มองว่าการที่ศาลฎีกาเปิดรับคำร้องในลักษณะนี้ เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ก้าวล่วงมาตรวจสอบคุณสมบัติและทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต. ที่เป็นที่สุดไปแล้ว ซึ่งถือว่าเกิดปัญหาเกี่ยวกับขอบเขตหน้าที่และอำนาจระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญขึ้น ที่อยู่ในอำนาจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยยกเหตุผลในการยื่นคำร้องว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 กำหนดให้ กกต. เป็นองค์กรอิสระที่มีหน้าที่และอำนาจโดยตรงในการบริหารจัดการ การควบคุมดูแลการเลือก สว. ให้สุจริตและเที่ยงธรรม รวมถึงมีอำนาจสืบสวน ไต่สวน และประกาศผล และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 กำหนดให้ศาลฎีกามีอำนาจเฉพาะกรณีผู้สมัครถูกผู้อำนวยการเลือกสั่งไม่รับสมัคร หรือถูกลบชื่อ กรณีการเลือกในระดับต่างๆ เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา44 รวมถึง

กรณีที่ กกต. เป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเอง เพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง/สิทธิเลือกตั้ง ตามมาตรา 60 วรรคสอง และมาตรา62 ไม่มีบทบัญญัติใดให้อำนาจประชาชน หรือผู้สมัครยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับสมัครไปแล้ว หรือขอให้ศาลฎีกาทบทวนคำวินิจฉัยยกคำร้องของ กกต. โดยอ้างอิงแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เช่น คำวินิจฉัยที่ 52/2546 และ 14/2566 ที่วางหลักว่า การใช้อำนาจของ กกต. ในการไต่สวนและมีคำวินิจฉัยถือเป็นที่สุด หากไม่มีลักษณะเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพ เช่น กรณี กกต. วินิจฉัยยกคำร้องย่อมเป็นที่สุด ไม่อาจถูกโต้แย้ง ทบทวน หรือถูกตรวจสอบโดยองค์กรตุลาการได้อีก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้ กกต.ส่งศาล รธน.ตีความอำนาจ ไม่ใช่ 'รัฐประหารซ่อนรูป'

สืบเนื่องจาก กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดในการใช้อำนาจขององค์กรอิสระเป็นที่สุดหรือไม่ โดยมีข้อพิ

ไม่ธรรมดา 'นิพิฏฐ์' จับตา กกต.หลังชนฝา ขออำนาจศาลรธน.สกัดอำนาจของศาลฎีกา

'นิพิฏฐ์' ชี้ไม่ธรรมดากกต.หลังชนฝา ขออำนาจศาลรัฐธรรมนูญ สกัดอำนาจของศาลฎีกา ไม่ให้มีอำนาจพิจารณาคำร้องของส.ว.สำรอง หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่ากกต.ใช้อำนาจไม่ชอบ อิสรภาพของกกต.บางคนก็ริบหรี่ลงทันที แต่หากวินิจฉัยว่าศาลฎีกาไม่มีอำนาจพิจารณา จะเป็นการปะทะกันระหว่างศาลรธน.และ ศาลฎีกา

สว.สำรอง เดือด! ซัด กกต. ไม่เห็นหัวประชาชน ลงมติยื่นศาล รธน. หักอำนาจศาลฎีกา

สว.สำรองบุก กกต. จี้คว่ำมติส่งศาล รธน. ชี้ขาดปมฮั้วเลือก สว. ฉะยื้อคดี 2 ปีหวังฟอกขาวพวกพ้อง-ริบอำนาจศาลฎีกา ซัดเดือดถ้าไม่เห็นหัว ปชช. ให้ไปตัดกางเกงขาสั้นใส่แทนสีกากี

ศาล รธน. ไม่รับคำร้อง อดีตผู้สมัคร สว. ฟ้อง กกต.-ผู้ตรวจการฯ ชี้เป็นเรื่องเดิมเคยมีคำสั่งแล้ว

ศาล รธน. มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง "อดีตผู้สมัครสว." ฟ้อง กกต.-ผู้ตรวจการฯ-ศาล รธน. ปมเลือก สว. ชี้เป็นเรื่องเดิม-โต้แย้งดุลพินิจตุลาการ