"ทักษิณ" มีลุ้นพ้นโทษก่อนกำหนด 9 ก.ย.69 กรณีหากมีพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษทั่วไปในวันสำคัญ เหตุ คุมประพฤติเพียง 4 เดือน โทษน้อย ส่วนใหญ่เข้าเงื่อนไขพ้นโทษทันที พร้อมวิเคราะห์ ปกติแล้วผู้ต้องขังสูงวัยเกิน 70 ปี ได้พักโทษมักไม่ต้องติดกำไล EM เพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ แต่กรณีทักษิณ เป็นเรื่องของการหารือพิจารณาภายในคณะอนุกรรมการพักโทษฯ
1 พฤษภาคม 2569 - จากกรณีเมื่อวันที่ 29 เม.ย.69 คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ได้มีมติให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น 1 ใน 859 ผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษกรณีทั่วไป และพ่วงเงื่อนไขติดกำไล EM จนกว่าจะพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย.69 ขณะที่ นายทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวชินวัตร รวมถึงทนายความของนายทักษิณ ต่างตั้งข้อสงสัยกรณีคุณสมบัติของนายทักษิณที่เป็นผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกินกว่า 70 ปี และมีโรคประจำตัวที่ต้องใช้ยารักษาต่อเนื่อง กลับต้องถูกติดกำไล EM ทั้งที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีมาก่อน และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี รวมถึงมีที่อยู่ที่เป็นสถานที่คุมความประพฤติอย่างบ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นหลักแหล่งอยู่แล้ว จึงทำให้นายทักษิณและครอบครัวต้องน้อมรับมติของคณะอนุกรรมการเพื่อวินิจฉัยการพักการลงโทษ โดยเฉพาะเรื่องการจำเป็นต้องติดกำไล EM ไปจนกว่าจะพ้นโทษ ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า สำหรับกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดของเรือนจำกลางคลองเปรม ได้เป็น 1 ใน 859 ผู้ต้องขังเด็ดขาดทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติเข้าโครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไป ในขณะที่คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ได้มีมติเงื่อนไขให้นายทักษิณต้องติดกำไล EM ไปจนกว่าจะพ้นโทษ อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วที่ผ่านมา ผู้ต้องขังเด็ดขาดสูงวัยที่มีอายุเกินกว่า 70 ปี และได้รับการพักการลงโทษมักจะไม่ถูกเงื่อนไขต้องติดกำไล EM เนื่องจากมักจะประสบปัญหาด้านสุขภาพและการรักษาการพยาบาล จึงไม่ค่อยได้มีเงื่อนไขให้ต้องติดกำไล EM
แต่ในกรณีของนายทักษิณ ทราบว่าเป็นการหารือกันภายในคณะอนุกรรมการฯ และมีมติออกมาดังกล่าว ทั้งนี้ แม้ว่ามติของคณะอนุกรรมการฯ ในปัจจุบันจะชี้ชัดว่านายทักษิณจำเป็นต้องติดกำไล EM ไปจนกว่าจะพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย.69 แต่ตามหลักการแล้วผู้ถูกคุมความประพฤติยังสามารถที่จะแจ้งความประสงค์ขอรับการพิจารณาปลดกำไล EM ได้ โดยเฉพาะหากภายหลังจากติดกำไล EM ไปแล้วระยะหนึ่ง มันเกิดอุปสรรคในเรื่องของการต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือเผชิญปัญหาเรื่องสุขภาพจิตใจ อย่างเช่นอาการแพนิค เหตุผลความจำเป็นเหล่านี้ทางผู้ถูกคุมความประพฤติสามารถแจ้งความประสงค์ขอให้ทางกรมคุมประพฤติพิจารณาการปลดกำไล EM ให้ได้
ซึ่งก็จะเป็นดุลพินิจของทางกรมคุมประพฤติ ว่าเห็นด้วยหรือไม่ หรือจะต้องขอเอกสารประกอบการพิจารณาอย่างไรหรือไม่ เพราะในอดีตที่ผ่านมาก็มีผู้คุมความประพฤติที่ถูกติดกำไล EM และได้แจ้งความประสงค์กับกรมคุมประพฤติขอปลดกำไล EM เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล ซึ่งกรมคุมประพฤติก็ได้พิจารณาและทำการปลดกำไล EM ให้ได้เช่นเดียวกัน
สำหรับการติดกำไล EM ของนายทักษิณ สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วันแรกที่มีการปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม โดยอาจจะมีเจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติเดินทางไปยังเรือนจำฯ เพื่อรับรายงานตัวครั้งที่ 1 และแจ้งเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างเช่น วันกำหนดนัดหมายการรายงานตัวในแต่ละเดือน เงื่อนไขหลักการปฏิบัติตัวระหว่างคุมประพฤติว่าสิ่งใดสามารถกระทำได้หรือกระทำไม่ได้ เป็นต้น
อีกทั้งนายทักษิณยังเหลือเวลาคุมความประพฤติอีกเพียง 4 เดือน (พ้นโทษวันที่ 9 ก.ย.69) ดังนั้น การรายงานตัวอาจจะเกิดทั้งสิ้น 4 ครั้ง คือ เดือนละครั้ง หรือ 2 เดือน 1 ครั้ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ได้มีการกำหนดโดยเจ้าหน้าที่คุมประพฤติต่อผู้ถูกคุมประพฤติ โดยผู้ถูกคุมประพฤติจะต้องไปรายงานตัวยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ถนนวังหลัง แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นสำนักงานคุมประพฤติที่รับผิดชอบพื้นที่สถานที่พักโทษของบ้านจันทร์ส่องหล้า
ส่วนกรณีว่าระหว่างการคุมประพฤติ 4 เดือน นายทักษิณจะสามารถไปเป็นที่ปรึกษาของพรรคการเมือง หรือที่ปรึกษาของนักการเมือง หรือไปเป็นบอร์ดใด ๆ ได้หรือไม่นั้น ตามระเบียบการพักการลงโทษแล้วไม่ได้มีการระบุห้ามไว้ จึงเป็นเรื่องของระเบียบและข้อบังคับของต้นทางมากกว่า ว่าได้มีการกำหนดคุณสมบัติต้องห้ามไว้หรือไม่ว่า “หากบุคคลดังกล่าวได้ถูกต้องโทษในคดีอาญา หรืออยู่ระหว่างการคุมประพฤติ จะไม่สามารถไปดำรงตำแหน่ง หรือมีบทบาทได้“ เพราะหากมีการระบุไว้เช่นนั้น ก็จะเป็นการห้ามในส่วนของต้นทางนั้น ๆ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการคุมประพฤติแต่อย่างใด เพราะการคุมประพฤติไม่ได้ห้ามเรื่องดังกล่าว
อย่างไรก็ตามแม้ว่านายทักษิณ จะถูกมติให้เข้ารับโครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไป และคุมประพฤติไปอีก 4 เดือนจนกว่าจะพ้นโทษ แต่ในอนาคต นายทักษิณยังมีโอกาสที่อาจจะได้พ้นโทษก่อนกำหนด เนื่องด้วยปกติแล้วกลุ่มผู้ต้องขังทั่วประเทศ ไม่ว่าจะที่อยู่ภายในเรือนจำ หรือที่รับโทษจำคุกมาสักระยะหนึ่งและเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย หรือเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการคุมประพฤตินั้น ก็จะเฝ้ารอติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป หรืออภัยโทษหมู่ที่มักจะเกิดขึ้นในวันสำคัญต่าง ๆ
ในกรณีของนายทักษิณ หากจะต้องพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย.69 ก็ยังคงสามารถรอดูพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปได้เช่นเดียวกัน อาทิ วันที่ 3 มิ.ย.69 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี หรือวันที่ 28 ก.ค.69 วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 หรือวันที่ 12 ส.ค.69 วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (วันแม่แห่งชาติ)
ทั้งนี้ นายทักษิณ เหลือเวลาคุมประพฤติเพียง 4 เดือน ถือว่าโทษต่ำและเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย จึงเข้าข่ายว่าหากมีพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป ก็จะเข้าเกณฑ์ได้พ้นโทษทันที ไม่ต้องรอให้ถึงวันที่ 9 ก.ย.69 แต่อย่างใด แต่เรื่องของพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ ถือเป็นเรื่องของพระราชอำนาจที่มิอาจก้าวล่วงได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แม้วถอดEMบินดูไบ พท.แก้ร่างรธน.ยึดสสร.ปี40/ส้มฟ้องปปช.‘ช่วยน้ำเงินด้วย’
“ทักษิณ” ถอดกำไล EM แล้ว “กรมคุมประพฤติ” บริการถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า
กรมคุมประพฤติ คอนเฟิร์ม 'ทักษิณ' ถอดกำไล EM พ้นโทษโดยสมบูรณ์
กรมคุมประพฤติ ยืนยัน "ทักษิณ" ถอดกำไล EM พ้นโทษเรียบร้อยแล้ว หลังศาลอาญาธนบุรีตรวจเอกสารรายชื่อผู้ได้รับอภัยโทษปล่อยตัวพ้นโทษจากการคุมประพฤติ รวม 22 ราย ขณะที่ไทม์ไลน์ทักษิณ ระบุ สิ้นเดือน มิ.ย.69 เตรียมบินดูไบ
‘จอม’ เปิดปมลี้ภัย 11 ปี ถามกลับ ‘ทักษิณ-เพื่อไทย’ ควรทวงบุญคุณหรือไม่
“จอม เพชรประดับ” สื่อมวลชนอิสระผู้ลี้ภัยในสหรัฐฯ เล่าเบื้องหลังการตัดสินใจออกจากไทยหลังรัฐประหารปี 2557 เผยเคยได้รับการชักชวนเข้าร่วมขบวนก
'วัชระ' ยื่นโนติส 'อธิบดีกรมสรรพากร' ยึด-อายัดทรัพย์ 'ทักษิณ' ห้ามบิน ตปท.เกรงหนี้สูญ
วัชระ เพชรทอง ยื่นหนังสือ โนติส อธิบดีกรมสรรพากร ยึด-อายัดทรัพย์สินนายทักษิณ-ขายทอดตลาด-ระงับไปต่างประเทศด่วนที่สุด
สรรพากรทำได้แค่นี้? อดีตสว.สมชาย ข้องใจปมภาษี 1.76 หมื่นล้านของทักษิณ
“สมชาย แสวงการ” ตั้งข้อสงสัยการดำเนินการของกรมสรรพากรกรณีภาษี 1.76 หมื่นล้านบาทของ “ทักษิณ ชินวัตร” โดยถามเหตุใดจึงไม่ใช้มาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากรเรียกมาสอบข้อเท็จจริงก่อนดำเนินคดี พร้อมตั้งคำถามว่าหน่วยงานรัฐได้ใช้ทุ
ฟ้องแม้ว!ล้มละลาย สรรพากรขู่หากรีดภาษีได้ไม่ครบ/อนุทินเชื่อเจ้าตัววางมือ
"รมว.ยุติธรรม" ลงนามตั้ง คกก. 3 ฝ่าย พิจารณาปล่อยตัว "ทักษิณ-นักโทษทั่ว ปท." หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ "ปลัด ยธ." คาดภายในสิ้นเดือน มิ.ย.น่าจะออกใบบริสุทธิ์ได้

