
‘รมว.กลาโหม’ การันตี ‘รัฐบาล-กองทัพ’ ไร้เงื่อนไขแลกเปลี่ยนเปิดด่าน แลกส่งตัว ‘ลุงโยชน์’ กลับไทย ชี้เป็นความร่วมมือที่ดี ยกเครดิต ‘มทภ. 2’ ประสานงาน เชื่อหากบรรยากาศดี การเจรจาทวิภาคีทุกระดับคืบหน้า
15 พ.ค. 2569 – ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) จ.นครราชสีมา พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่ทหารกัมพูชาส่งตัว นายโยชน์ สายน้อย ชาวไทยที่ถูกจับกุม ขณะเข้าไปหาของในป่าให้กับกองทัพที่ 2 แล้วนั้นว่า ถือเป็นความร่วมมือของรัฐบาล และกองทัพ และหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพภาคที่ 2 ได้มีการประสานงานทันที เมื่อรู้ว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น วันนี้จึงเป็นที่มาของการปล่อยตัว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการลดความขัดแย้ง เพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน
อย่างไรก็ตาม ความเป็นทหารของเราไม่ได้ลดหย่อนลงไป เรายังคงความพร้อมในการปกป้องอธิปไตย อย่างที่นายกรัฐมนตรี ได้มีการหารือกับฝ่ายกัมพูชา ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งหากมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ เราก็จะใช้กลไกทวิภาคีในการประชุม ตั้งแต่คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC, คณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC ตามลำดับ ซึ่งอยากให้เชื่อมั่นในกองทัพว่า มีความพร้อม พร้อมขอให้ประชาชนรับฟังข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐ
รมว.กลาโหม กล่าวว่า การประชุม GBC ในระดับของกระทรวงกลาโหมนั้น ไม่จำเป็นต้องรอให้มีการประชุม JBC ของกระทรวงการต่างประเทศก่อน เพราะสามารถทำควบคู่ไปกันได้ หากบรรยากาศดีเช่นนี้ ซึ่ง แต่ถ้ากลไกต่าง ๆ ดีขึ้น เช่น กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหลังหยุดยิงที่ได้พูดคุยกันไว้ และร่วมมือกันในการปราบปรามสแกมเมอร์ เราก็จะมีการพูดคุยกัน ซึ่งต้องเริ่มต้นจากความร่วมมือเล็กๆ น้อยๆ อย่างกรณีนี้ พร้อมยืนยันว่า จะไม่มีการเปิดด่านแน่นอน และการส่งตัวในวันนี้ ไม่มีการแลกเปลี่ยนเงื่อนไขใดๆ และไม่ได้เป็นเงื่อนไขในการจะเปิดด่าน ซึ่งทุกอย่างยึดตามถ้อยแถลงร่วม หรือ Joint Statement ซึ่งการประสานงานมีแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้ดำเนินการ ยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งระดับกองทัพ และระดับรัฐบาล
เมื่อถามว่า อยากให้สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เนื่องจากยังมีเหตุการณ์ตามแนวชายแดนอยู่ พลโท อดุลย์ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะทหารถือปืนชายแดนทั้ง 2 ฝ่าย ต่างฝ่าย ต่างปกป้องอธิปไตยของตนเอง โดยต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน แต่ความพร้อมของกำลังพล ตั้งแต่ผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ ไปจนถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ก็ยืนยันว่า มีความพร้อม ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะมีบ้าง เนื่องจากมีกำลังพลที่ขาดวินัย แต่ในส่วนของเราได้มีการกำชับอย่างดี ให้ปฏิบัติตามกฎการปะทะอย่างเข้มงวด ซึ่งเรามีบทเรียนอยู่แล้ว โดยกำลังพลทุกระดับมีความเข้าใจ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ผอ.JIC' ลั่นไม่ได้ให้เชื่อไทย แต่ขอโลกเช็กข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN
'ผอ. JIC ไทย' ลั่นไทยไม่ได้ขอให้โลกเชื่อเรา แต่ขอให้โลกตรวจสอบข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN-สิทธิมนุษยชน แต่ต้องรับฟังสองฝั่งชายแดน
สั่งทุกมหาวิทยาลัยตรวจสอบรับนักศึกษาต่างชาติ!
รัฐบาลเร่งตรวจสอบกรณีมหาวิทยาลัยถูกตั้งข้อสังเกตรับนักศึกษาต่างชาติผิดปกติ สั่งเช็กทุกหลักสูตรและเส้นทางขอวีซ่า ปิดช่องโหว่ที่อาจกระทบมาตรฐานอุดมศึกษาไทย ย้ำพบผิดดำเนินการตามกฎหมายทันที
ไม่มีอะไรใหม่! สีหศักดิ์บอกปม 'กัมพูชา' ยื่นยูเอ็นรับรองแผนที่ 1 ต่อ 200,000
'สีหศักดิ์' ไม่กังวล 'กัมพูชา' ยื่นยูเอ็นรับรอง MOU 2543-แผนที่ 1 ต่อ 200,000 ชี้ไม่มีอะไรใหม่ ยอมรับไทยต้องเดินหน้า UNCLOS หลัง 'กัมพูชา' เมินเจรจาทวิภาคี เตือนกรรมการสิทธิฯระวังตกเป็นเครื่องมือเขมร
กต.กระทุ้งUN นายกฯโต้เขมร ไม่ให้ใครบังคับ
นายกฯ ชี้ปมเขมรลากเอ็มโอยู 43 อ้างยูเอ็นเจรจาไทย ลั่นไทยมีหลักการไม่ให้ใครบังคับได้ กต.ส่ง จ.ม.ถึง “เจนีวา” แจงรายงาน “ทอม แอนดรูว์ส” กระทบ "ความเป็นกลาง-เที่ยงธรรม" คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ “สีหศักดิ์” ซัด “กัมพูชา” ใช้ปมพาดพิงไทยโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง
นายกฯ หนุนกองทัพไทยใช้อาวุธเมดอินไทยแลนด์!
นายกฯ เร่งปั้นอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หนุนกองทัพใช้ Made in Thailand สร้างงาน สร้างเทคโนโลยีขั้นสูง ลดพึ่งพาการนำเข้า
'เอ็ดดี้' ชี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ใช่ 'กองทัพตั้งตัวขึ้นมาปกครองภาคใต้'
เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความประเด็นการเรียกร้องให้ยุบกอ.รมน.ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ใช่ “กองทัพตั้งตัวขึ้นมาปกครองภาคใต้”

