ส.อ.ท.-มหิดล–บพค. ผนึกกำลังเปิด “AI Innovation and Technology Center” ดัน AI ไทยจากห้องวิจัยสู่โรงงานจริง ขับเคลื่อนภาคการผลิตสู่ Intelligent Manufacturing

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ประกาศความร่วมมือจัดตั้ง“ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI Innovation and Technology Center)” พร้อมเดินหน้าโครงการ “ยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผ่านการประยุกต์ใช้ AI ในภาคการผลิต (AI Innovation for Manufacturing)” วางกลไกพัฒนาระบบนิเวศ AI อย่างครบวงจรตั้งแต่พัฒนากำลังคน ให้คำปรึกษาเชิงลึก บริการการทดสอบเทคโนโลยีเสมือนจริง ตลอดจนสนับสนุนทุนพัฒนา AI Solution ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในโรงงาน มุ่งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยด้วยการผลิตอัจฉริยะ (Intelligent Manufacturing) ณ ห้อง 802 ชั้น 8 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 
ความร่วมมือครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งกำลังเข้ามาเปลี่ยนการทำงานและกระบวนการผลิตทั่วโลก สำหรับประเทศไทยเอง ยังมีช่องว่างสูงระหว่าง “ความต้องการใช้ AI” กับ “ความสามารถในการพัฒนาและนำ AI ไปใช้ได้จริง” โดยผู้ประกอบการไทยจำนวนมากยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับธุรกิจ โดยเฉพาะ AI Solutions ที่มีต้นทุนสูง มีการพึ่งพาโซลูชันจากต่างประเทศ และความไม่แน่นอนของผลตอบแทนจากการลงทุน


 
AI Innovation and Technology Center หรือ AI-ITC จึงถูกจัดตั้งขึ้นและออกแบบให้เป็นกลไกกลางในการสนับสนุนผู้ประกอบการตลอดกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตด้วย AI ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและออกแบบแนวทางการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้า พัฒนากำลังคนด้าน AI ทั้ง Reskill, Upskill และ New skill ภายใต้กรอบสมรรถนะที่แบ่งระดับความเชี่ยวชาญอย่างชัดเจน ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีแบบ Co-creation ร่วมกับภาคเอกชนเพื่อให้เกิดโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
 
ศูนย์ฯ ครอบคลุมเทคโนโลยีแห่งอนาคต อาทิPhysical AI, AI Edge Computing และ Digital Twin พร้อมสร้างพื้นที่สำหรับทดสอบโมเดล AI และฮาร์ดแวร์ มีโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาAI ที่จำเป็น รวมถึงเชื่อมโยงไปสู่พื้นที่ทดสอบในรูปแบบ e-factory automation park
 
นอกจากนี้ AI-ITC ยังมีเป้าหมายต่อยอดการประยุกต์ใช้ AI ไปสู่สาขาอื่นที่มีความสำคัญต่อประเทศ อาทิ ในกลุ่มสุขภาพ (Healthcare) และเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในระยะต่อไป เพื่อขยายการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ให้ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจ

สำหรับโครงการ AI Innovation for Manufacturing บพค. ในฐานะหน่วยบริหารจัดการทุนที่มีภารกิจขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจะใช้กลไกทุนเป็นเครื่องมือเร่งการเปลี่ยนผ่านภาคการผลิตไทยสู่ AI-driven Manufacturing โดยจะคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและมีโจทย์การใช้งานจริง มาจับคู่กับ System Integrator หรือผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ (ISV) ที่มี AI Solutions พร้อมใช้งาน รวมถึงผู้ประกอบการเทคโนโลยี AI (AI Tech Entrepreneur) สัญชาติไทย
 
โครงการจะสนับสนุนทุนในรูปแบบ Co-Funding เพื่อให้เกิดการนำเทคโนโลยี AI ไปประยุกต์ใช้และพิสูจน์ผลในโรงงานจริง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากรให้สามารถดูแล บำรุงรักษา และต่อยอดเทคโนโลยีได้ด้วยตนเองในระยะยาว กลไกดังกล่าวจะช่วยลดช่องว่างระหว่าง“เทคโนโลยีที่พัฒนาได้” กับ “เทคโนโลยีที่ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ได้จริง” พร้อมสร้างต้นแบบการยกระดับผลิตภาพที่สามารถขยายผลไปสู่อุตสาหกรรมไทยในวงกว้าง


 
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปัจจุบันภารกิจสำคัญของ ส.อ.ท. คือ การขับเคลื่อน “The New Chapter of Thai Industry” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยด้วย "ยุทธศาสตร์ 5I" โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญ คือ "Intelligent Industry" ที่มุ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มายกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ความเป็นอัจฉริยะ
 
ส.อ.ท. จะผลักดันการนำเทคโนโลยี AI ระบบอัตโนมัติ (Automation & Robotics) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับแนวคิด Lean and Automation เพื่อขจัดความสูญเสียและปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพก่อนการลงทุนด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และยกระดับโรงงานไทยสู่ Smart Factory และ Smart OEM
 
พร้อมกันนี้ ส.อ.ท. จะสนับสนุนการใช้ระบบ Data-driven Manufacturing ผ่านการประยุกต์ใช้ระบบ MES (Manufacturing Execution System) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time ควบคุมคุณภาพด้วยระบบอัตโนมัติ และเชื่อมโยงข้อมูลตลอดสายการผลิต เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
 
ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. จะผลักดันความร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนาเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี อาทิ AI & Automation Transition Loan ซึ่งจะช่วยลดข้อจำกัดด้านเงินลงทุนและเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถปรับตัวได้เร็วขึ้น
 
สำหรับความร่วมมือระหว่าง ส.อ.ท. มหาวิทยาลัยมหิดล และ บพค. ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทุนวิจัยจากภาควิชาการเข้ากับโจทย์และความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงและนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ไปประยุกต์ใช้ได้จริง ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Intelligent Industry) และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
 
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดลจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมศักยภาพของนักวิจัยและ System Integrator หรือผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ (ISV) ให้สามารถทำงานบนโจทย์และความต้องการของภาคเอกชน โดยศูนย์ AI-ITC มีทั้งนักวิจัยเครื่องมือที่จำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและพื้นที่ทดลองโมเดล AI และ AI Solution ก่อนนำไปประยุกต์ใช้จริง ด้วยความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำระดับโลก อาทิ Amazon Web Services (AWS), NVIDIA, Mitsubishi Electric Factory Automation (Thailand) และKorea Telecom (KT) จะช่วยเสริมความพร้อมด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ผู้ประกอบการที่ต้องการนำ AI ไปใช้เกิดความมั่นใจมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มีต้นทุนการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม และสามารถยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้


 
ด้าน ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ บพค. กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI เป็นทั้งความท้าทายและโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย การสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการเป็น “ผู้ใช้เทคโนโลยี” แต่ต้องยกระดับไปสู่การเป็นประเทศที่สามารถพัฒนา ประยุกต์ใช้ และต่อยอดเทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง บพค. จึงมุ่งทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงทุนวิจัย นักพัฒนาเทคโนโลยี ผู้ให้บริการระบบ และภาคอุตสาหกรรม ให้ร่วมกันพัฒนา AI บนโจทย์จริงของภาคการผลิต เพื่อเร่งให้นวัตกรรมไทยก้าวจากห้องวิจัยสู่การใช้งานจริง พร้อมสร้างตลาดและโอกาสให้ผู้พัฒนาเทคโนโลยีไทยเติบโตควบคู่ไปกับการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ โดยในระยะแรก บพค. ตั้งเป้าสนับสนุนโรงงานอุตสาหกรรมอย่างน้อย 50 แห่งเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างต้นแบบการประยุกต์ใช้ AI และขยายผลไปสู่ระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
 
ความร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงานจึงถือเป็นการวางรากฐานสำคัญต่อระบบนิเวศ AI ของประเทศ ที่เชื่อมโยงตั้งแต่งานวิจัยสู่โรงงาน เชื่อมเทคโนโลยีสู่ธุรกิจ ตอบโจทย์อุตสาหกรรมไทยและสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจด้วยศักยภาพของคนไทย นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลงาน AI Solutions เพื่อสะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีไทย และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเห็นแนวทางการนำ AI ไปประยุกต์ใช้กับกระบวนการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำเป้าหมายร่วมกันของทั้ง 3 หน่วยงานในการผลักดัน“AI จากห้องวิจัยสู่โรงงานจริง” และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Intelligent Manufacturingอย่างเป็นระบบ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส.อ.ท.เผยเชื่อมั่นภาคอุตฯดิ่ง หวังไทยช่วยไทยพลัสกระตุ้น GDP

ส.อ.ท. เปิดยอดดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมงวด พ.ค. ลดลงต่อเนื่อง อยู่ที่ระดับ 84.7 หลังต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบพุ่งสูง หวังอานิสงส์ “ไทยช่วยไทยพลัส-เติมเงินบัตรรัฐ” กระตุ้นจีดีพี 0.6-0.8%

ส.อ.ท. หนุนรัฐทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ส.อ.ท. หนุนรัฐทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เสนอใช้ข้อมูลเชิงลึกคัดกรองตรงจุด ช่วยคนเปราะบางจริง ชูเป้าระยะยาวควรเพิ่มจำนวนประชาชนที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ มีงาน มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

อว. - บพค. ผนึกกำลังสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เปิดเวทีวิชาการระดับนานาชาติ “The 1st Heritage Science Forum”

สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. โดย หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค. หรือ PMUB) ภายใต้